
อัศจรรย์แห่งบุญ
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
เมื่อวันพุธที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปวัดสระเกศเพื่อร่วมงานแถลงเปิดตัว “โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล” ซึ่งขณะนั่งในพระอุโบสถฟังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานโครงการฯ เล่าที่มาของการที่คุณหญิงได้รับอนุญาตคณะกรรมการมรดกโลกให้ได้สิทธิเข้าไปบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่สำคัญของโลกและมีคุณค่ายิ่งยวดต่อจิตใจของชาวพุทธ ทั่วโลกนั้นรู้สึกปลาบปลื้มใจไปกับคุณหญิงด้วย
คุณหญิงเล่าความเป็นมาของการบูรณะก่อนที่เธอจะได้รับอนุญาตให้เข้าบูรณะเป็นครั้งที่ 3 ว่า เมื่อปี พ.ศ. 236 พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จมาสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าแห่งนี้แล้วให้ทรงสร้างเสาหินอโศกและพระสถูปไว้เป็นสัญลักษณ์ให้ชาวพุทธรุ่นหลังได้สักการบูชา และระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย แต่ทว่าหลังจากนั้นลุมพินีวันก็ถูกปล่อยร้างมายาวนานเกือบ 20 ศตวรรษ จนกระทั่งมีการขุดค้น พบเสาหินอโศกขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2438
เธอเล่าต่อว่า ต่อมาการบูรณะครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อคราวที่นายอู่ถั๋นเป็นเลขาธิการ สหประชาชาติ ได้พยายามผลักดันโครงการพัฒนาลุมพินีให้เป็นโครงการขององค์การสหประชาชาติเป็นผลสำเร็จ โดยตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศขึ้นมาพัฒนาลุมพินีวันเมื่อปี 2513 มีผู้แทนชาวพุทธจาก 13 ประเทศร่วมเป็นกรรมการ มีการทำแผนพัฒนาลุมพินีให้เป็นพุทธอุทยานขนาดใหม่ครอบคลุมพื้นที่นับหมื่นเอเคอร์ แต่ทว่า 40 กว่าปีมาแล้วแผนพัฒนานั้นก็ยังไม่คืบหน้า
คุณหญิงเล่าอีกว่า ก่อนนี้ได้มีชาวพุทธจากหลายประเทศรวมถึงไทยพยายามจะขอบูรณะลุมพินีในบริเวณ “สวนศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาหินอโศกและวิหารมายาเทวีมานานนับสิบๆ ปี แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตเพราะบริเวณดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจนปัจจุบันสถานแห่งนี้ทรุดโทรมมาก จนกระทั่งวันหนึ่งตนได้มีโอกาสเดินทางไปสักการะเมื่อเดือน ส.ค. 2553 ได้เห็นความทรุดโทรมต่างๆ เช่น ทางเดินบริเวณรอบวิหารมายาเทวีเฉอะแฉะเป็นดินโคลนเวลาฝนตก ลานนั่งสวดมนต์เจริญภาวนาไม่มี รวมถึงบริเวณห้องน้ำบริเวณนั้น ซึ่งจะสร้างปัญหาให้คนที่มาแสวงบุญ
“ดิฉันจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอทำหน้าที่เป็น ‘สะพานบุญ’ ชักชวนพุทธศาสนิกชาวไทยมาร่วมกันบูรณะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เมื่อกลับมาก็ได้ทำเรื่องขอบูรณะบริเวณสวนอันศักดิ์สิทธิ์ของลุมพินี โดยได้รับการช่วยประสานจากท่านเจ้าคุณราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทโธ) ท่านมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ และพระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ ในที่สุดก็ได้รับการตอบอนุญาตจากกองทุนพัฒนาลุมพินี|ให้สามารถดำเนินการบูรณะปรับปรุงบริเวณ ‘สวนอันศักดิ์สิทธิ์’ และได้รับอนุมัติแบบบูรณะจากคณะกรรมการมรดกโลกเมื่อ 11 ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา ครั้งนี้จึงถือเป็นการบูรณะครั้งที่ 3”
ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่งฟังแล้วปลาบปลื้มใจและต้องขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ที่พยายามรักษามรดกโลกและมรดกทางจิตใจของชาวพุทธให้ดำรงอยู่ยืนยาว ซึ่งถ้าพูดถึงโอกาสได้ทำมหากุศลเช่นนี้ในชีวิตไม่ใช่หาได้ง่ายๆ และไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน หลายคนที่เดินทางไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อาจอธิษฐานขอพรต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ แตกต่างกันไป
บางคนอธิษฐานขอพรให้ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน บางคนขอให้หายจากโรคภัย บางคนขอให้ร่ำรวยมีชีวิตที่ดีขึ้น บางคนขอให้ได้รับการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ แต่มีใครบ้างที่อธิษฐานขอพรเพื่อจะเป็นผู้บูรณะสถานที่เหล่านั้นอย่างคุณหญิงสุดารัตน์
อาจมีหลายคนที่คิดอย่างคุณหญิงสุดารัตน์แต่จะมีใครที่ไม่ใช่แค่คิด ทว่าพร้อมทั้งกายและใจต้องการเป็นผู้บูรณะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ผมเชื่อว่าบุญแท้ๆ ที่ทำให้คุณหญิงได้รับโอกาสนี้
และนี่แหละก็คือความอัศจรรย์แห่งบุญ...บุญที่เกิดจากความตั้งใจของคุณหญิง







