
เซอร์ อเล็กซ์ VS คิง เคนนี
ในยามปกติแล้ว ก่อนสงครามแดงเดือดอย่างนี้ “สงครามน้ำลาย” เป็นของห้ามพลาด แต่สุดสัปดาห์นี้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่แม้แต่จะปรากฏตัวในงานแถลงข่าวก่อนเกมที่จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ ไม่แม้แต่จะให้สัมภาษณ์กับช่องโทรทัศน์เอ็มยูทีวีของสโมสรตัวเอง เพราะยังต้องง่วนอยู่กับการยื่นอุทธรณ์การยัดข้อหา “ประพฤติตนไม่เหมาะสม” จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตคินสัน
ในยามปกติแล้ว ก่อนสงครามแดงเดือดอย่างนี้ “สงครามน้ำลาย” เป็นของห้ามพลาด แต่สุดสัปดาห์นี้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่แม้แต่จะปรากฏตัวในงานแถลงข่าวก่อนเกมที่จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ ไม่แม้แต่จะให้สัมภาษณ์กับช่องโทรทัศน์เอ็มยูทีวีของสโมสรตัวเอง เพราะยังต้องง่วนอยู่กับการยื่นอุทธรณ์การยัดข้อหา “ประพฤติตนไม่เหมาะสม” จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตคินสัน
แต่ความเจ็บปวดจากความปราชัยให้กับเชลซีเมื่อกลางสัปดาห์ (ไม่ใช่เพราะว่าโลกลูกหนังช่างไร้ความยุติธรรม แต่เป็นเพราะชัยชนะเท่านั้นที่มีความหมายสำหรับสโมสรแห่งนี้) กับถ้วยแชมป์เบอร์ 19 ที่รออยู่น่าจะเรียกสมาธิและความมุ่งมั่นของเขามากขึ้นกว่าเคยสำหรับเกมเยือนแอนฟิลด์ในวันนี้
“คุณจะต้องเตือนลูกทีมว่าต้องมีความรับผิดชอบ มันคือส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา ในฐานะสต๊าฟโค้ช เราไม่สามารถปล่อยให้ความพ่ายแพ้ผ่านพ้นไปโดยที่ไม่ลุกมาจัดการอะไรกับมันเลยได้ นั่นไม่ใช่สไตล์ของเรานักเตะจะต้องเข้าใจว่า พวกเราก็เจ็บปวดเหมือนกับพวกเขา มันเป็นหน้าที่ของเราเหมือนกัน เราทุกคนเตรียมตัวกันอย่างหนักสำหรับการแข่งขัน ทุ่มเทเวลาและความพยายามมากมายในการเตรียมตัวลงแข่ง” เฟอร์กูสัน ให้สัมภาษณ์กับอินไซด์ ยูไนเต็ด
ในวันนี้ เฟอร์กูสัน จะคุมทีมแมนฯยูไนเต็ด ลงสนามในลีกสูงสุดเป็นนัดที่ 950! และปะทะกับลิเวอร์พูลเป็นครั้งที่ 50 เข้าไปแล้ว (และนี่ก็นับเฉพาะในลีกเท่านั้น) ทำไมไม่ฉลองตำแหน่ง “ว่าที่” แชมป์สมัยที่ 19 ไปพร้อมกันเสียเลยล่ะ
ความพร้อมล่าสุด
โทษแบนของกัปตันทีม เนมานยาวิดิช และอาการบาดเจ็บน่องของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทำให้ เวส บราวน์ จะได้ลงเป็นตัวจริงครั้งที่ 3 ในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เขาจะจับคู่กับ คริส สมอลลิง รับหน้าที่คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และนับเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับเจ้าหนูร่างยักษ์ สมอลลิง วัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 192 เซนติเมตร
ขณะที่ ปาร์กจีซุง, อันแดร์สัน,โอเวน ฮาร์กรีฟส์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ จอนนี อีแวนส์ ต่างก็แย่งกันจับจองพื้นที่ในรายชื่อนักเตะบาดเจ็บยาวเหยียด ส่วน ปาทริซ เอฟรา กับ ไมเคิล โอเวน จัดอยู่ในกลุ่ม “อาจจะ”
ข่าวดีที่น่าชื่นใจเล็กน้อย คือ ไรอัน กิกส์ เตรียมฉลองการลงรับใช้แมนฯยูไนเต็ด ในเกมลีกเป็นนัดที่ 607 แล้ว
นักเตะที่น่าจับตามอง
เวย์น รูนีย์ กำลังคืนฟอร์มอย่างเปรี้ยงปร้าง ทำประตูได้ใน 2 เกมหลังสุด และเขาจะป่วน มาร์ติน สเคอร์เทล กับ เจมี คาร์ราเกอร์ ในแดนหลังของลิเวอร์พูลได้อย่างไม่ต้องสงสัย
จากตัวรุกมาดูตัวรับอีกคนที่แฟนบอลต้องคอยจดจ้องให้ดีคือ เวส บราวน์ แต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน
ถึงแม้ว่าบราวน์จะทำประตูสำคัญให้แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะครอว์ลีย์ ทาวน์ ได้ในเอฟเอคัพเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่หากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก น้องน้ำตาลเพิ่งมีโอกาสลงสนามเพียง 2 นัด และเสียประตูทั้งสองนัด
อีกรายที่คุณจะต้องจับตามองให้ดีคือ นานี ไม่ใช่เพียงแค่ฟอร์มของเขา แต่ต้องดูที่ถุงเท้าของเขาด้วย
ฤดูกาลนี้ ดาวเตะอิมพอร์ตชาวโปรตุกีส ทำไปแล้ว 10 ประตู แต่มีสถิติแอสซิสต์สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก 15 ครั้ง และเป็นตัวเต็งจ๋าที่จะครองรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดในฤดูกาลนี้
เคล็ดลับของนานีคือ ใส่ถุงเท้าผิดด้าน เอาส่วนหน้ามาไว้ส่วนหลัง เอาส่วนหลังมาไว้ส่วนหน้า คาดว่าในโลกนี้คงมีไม่กี่คนที่ทำได้!
“ครั้งแรกมันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ คือมันเป็นชุดใหม่และผมก็ไม่รู้ว่าจะใส่ด้านไหนดี ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าใส่ผิดตอนที่ผมเห็นคนอื่นๆ มีโลโก้ไนกี้หันมาด้านหน้า แต่เมื่อถึงเกมในนัดต่อมา ผมก็คิดว่า ไม่อ่ะ ผมจะใส่แบบนี้แหละ จากนั้นเป็นต้นมา มันก็กลายเป็นความเชื่อติดตัวไปแล้วครับ”
อย่างไรก็ตาม สำหรับกุนซือ ดัลกลิช ของลิเวอร์พูลแล้ว ทุกคนในสนามนั่นล่ะที่ต้องจับตามอง
“ไม่ใช่แค่เวย์นหรอกครับที่คุณจะต้องกังวล แต่เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทั้งทีม พวกเขาเป็นทีมชั้นนำ และนั่นเองที่ทำให้พวกเขายืนอยู่หัวตารางในขณะนี้”
สถิติ
ในเกมลีก 7 นัดหลังสุด แมนฯยูไนเต็ด ชนะไปถึง 5
และในการออกไปเยือนทีมในอันดับท็อป 10 ฤดูกาลนี้ พวกเขาแพ้เพียงหนเดียว นั่นคือเกมกับเชลซีเมื่อกลางสัปดาห์ ก่อนหน้านี้พวกเขาชนะ 6 และเสมออีก 5
พวกเขายังเป็นทีมที่ทำประตูสูงสุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อีกด้วย ลงสนาม 28 นัด ทำไป 62 ประตู เฉลี่ยแล้วนัดละกว่า 2 ลูก
เวย์น รูนีย์ ทำประตูให้กับแมนฯยูไนเต็ด ไปแล้ว 98 ลูก นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก สถิติเลิศสุดในฤดูกาลนี้เป็นของ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ เมื่อมีเปอร์เซ็นต์การฉวยโอกาสทำสกอร์ได้ถึง 33.33% สูงสุดในพรีเมียร์ลีก
แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่ทำผลงานดีที่สุดเมื่อแข่งกับลิเวอร์พูล เอาชนะได้ถึง 20 ครั้ง เก็บมาได้ 67 คะแนน และหากนับรวมเกมลีกทั้ง 155 นัดที่พบกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงกุมสถิติที่เหนือกว่า ชนะ 60 และแพ้ 52







