posttoday
ขี่ช้างกับล่องโขง

ขี่ช้างกับล่องโขง

05 มีนาคม 2554

มุมมองของผมแต่ก่อนคิดว่า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเรา ใครเขียนหนังสือเรื่องเก่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรต่อคนอ่าน แต่หลังจากที่ได้ทำงานมาได้พักใหญ่ หันมองเข้าไปในวงการธุรกิจการท่องเที่ยว ผมจึงพบว่า “หนังสือ” ที่เขียนถึงสถานที่เก่าๆ เหล่านั้น มีประโยชน์ต่อคนในวงการธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

มุมมองของผมแต่ก่อนคิดว่า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเรา ใครเขียนหนังสือเรื่องเก่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรต่อคนอ่าน แต่หลังจากที่ได้ทำงานมาได้พักใหญ่ หันมองเข้าไปในวงการธุรกิจการท่องเที่ยว ผมจึงพบว่า “หนังสือ” ที่เขียนถึงสถานที่เก่าๆ เหล่านั้น มีประโยชน์ต่อคนในวงการธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดย...จำลอง บุญสอง

ขี่ช้างกับล่องโขง

มุมมองของผมแต่ก่อนคิดว่า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเรา ใครเขียนหนังสือเรื่องเก่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรต่อคนอ่าน แต่หลังจากที่ได้ทำงานมาได้พักใหญ่ หันมองเข้าไปในวงการธุรกิจการท่องเที่ยว ผมจึงพบว่า “หนังสือ” ที่เขียนถึงสถานที่เก่าๆ เหล่านั้น มีประโยชน์ต่อคนในวงการธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องสาวจาก ททท. ที่เคยรู้จักกันมาแรมปีตั้งแต่เธออยู่อุบล โทร.มาชวนผมไปเปิดตัวหนังสือ 2 เล่ม คือหนังสือ “เที่ยวท่องล่องโขง” กับ “เที่ยวสนุก สุขตามวิถีช้างไทย” ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย หรือสถาบัน “คชบาล” แห่งชาติลำปาง งานนั้นนอกจากคุณกุลปราโมช วรรณะเลิศ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ก็มีคุณสามารถ ศรีดาวเรือง จากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA มีอุปนายกสมาคมจากสมาคม มีคุณศรีพิจิตร จากสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และคุณพงศ์พันธ์ จันทร์สุกรี นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพเข้าร่วมอภิปรายถึงประโยชน์ของหนังสือ 2 เล่มนี้ด้วย หนังสือ 2 เล่มนั้นแม้ออกจะดูพื้นๆ ในสายตาของคนที่ผ่านงานมามาก แต่สำหรับผู้ประกอบการซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวได้นั้น “สร้างมูลค่า” ให้กับการท่องเที่ยวอย่างมาก

ผมเคยไปทำข่าวเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาช้างในหลายๆ ที่ที่มีช้างไปทำงาน ไปดูการรักษาพยาบาลช้างของหมอช้างอาสาในพื้นที่ชนบทหลายๆ แห่ง พบว่าปัญหาช้างที่เกิดขึ้นกับบ้านกับเมืองเราก็มีปัญหาเดียวกันกับปัญหาคน คือเมื่อคนยากจนก็ใช้งานช้างอย่างหนักเพื่อตอบสนองความยากจนของคน ถ้าจะแก้ไขปัญหาช้างไม่ให้ถูกทรมานก็คือ ต้องแก้ไขปัญหาคนไทยไม่ถูกทรมานจากความยากจนก่อน รัฐไทยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือไม่สามารถเฉลี่ยรายได้แห่งชาติไปถึงมือคนยากคนจนได้ ก็มาแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คือจับคนเอาช้างมาเร่ร่อนขอทาน จับคนที่เอาช้างไปทรมานในการลากซุงตามป่าต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนจากไม้ป่าธรรมชาติมาเป็นไม้ป่ายางหมดอายุทางภาคใต้

เราถึงกับต้องเปิดศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่กระบี่ขึ้นมาอีกแห่ง

ขี่ช้างกับล่องโขง

เจ้าหน้าที่บอกว่าช้างเลี้ยงบ้านเรามีประมาณ 3,000 เชือก ช้างป่า 2,000 ตัว ซึ่งนับว่าน้อยลงไปทุกวัน แม้มีความพยายามที่จะผสมเทียมให้แก่ช้าง ผมก็เห็นโชว์ได้เพียงตัวเดียว

ที่ศูนย์คชบาลนี้นอกจากจะเอาช้างมา “ช่วยทำมาหากิน” ด้วยการโชว์เพื่อหาเงินเข้าศูนย์แล้ว เขายังเป็นที่รักษาพยาบาลช้างอีกด้วย ดังนั้นเมื่อมีกรณีช้างป่วยจากการบาดเจ็บที่น่ากลัวๆ ไม่ว่าจากการทรมานช้างของผู้เลี้ยง (เพราะไม่มีจะกิน) หรือถูกกับระเบิดขาขาดตามชายแดน ทางศูนย์จึงออกข่าวใหญ่โต ที่ออกข่าวใหญ่โตก็เพื่อการระดมทุนมาช่วยช้างนั่นเอง โธ่...ช้างกินยาแต่ละครั้งมันมีปริมาณถึง 100 เท่าของคนนี่ครับ ถ้าไม่ระดมทุนช่วยแล้วจะไประดมอะไร

ใครไปที่ศูนย์นั่นถ้าใจไม่ร้ายจนเกินไป ก็รักช้างกันแทบทุกคน เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่น่ารัก ควาญให้ทำอะไรก็ทำ เจ้าพวกนี้อยู่ที่นั่นไม่ต้องกลัวอด เพราะมีอาหารให้อย่างสมบูรณ์ อ้อยที่ให้หลังการแสดงถือได้ว่าเป็นของหวานแถมให้ ผิดกับช้างในบางแห่งที่อดๆ อยากๆ เพราะอาหารไม่สมบูรณ์

การแสดงของช้างนอกจากจะเป็นเรื่องของการลากซุงซึ่งขาดไม่ได้ (เพราะฝรั่งชอบมาก) แล้ว ยังว่าด้วยการทำความเคารพและแสดงถึงความแสนรู้ เช่น การวาดภาพ อีกด้วย เชื่อว่าคนไทยหลายคนเคยเห็นการแสดงเหล่านี้มาแล้วไม่มากก็น้อย

ที่น่าตื่นเต้นสำหรับฝรั่งก็คือ การเข้ามาเรียนรู้กระบวนการเลี้ยงช้าง นับตั้งแต่ตื่นไปจนหลับ กระบวนวิธีการเหล่านี้นี่เองที่ฝรั่งเขายินดีจ่ายเงินโดยไม่เสียดายเงิน ที่เขาจ่ายก็เพราะที่บ้านเขานอกจากไม่มีกระบวนวิธีการเลี้ยงช้างแล้ว ที่สำคัญคือ “ไม่มีช้าง” อีกด้วย นี่แหละคือการขายทั้ง Product และ Process แบบเดียวกับที่ฝรั่งขายทั้งวิธีการเลี้ยงวัว รีดนมวัว ผลิตไอศกรีม และอื่นๆ ไปดูที่ฟาร์มโชคชัยก็ได้

แต่สิ่งที่ฝรั่งมองต่างนักท่องเที่ยวจากเอเชียก็คือ ฝรั่งแคร์เรื่องสิ่งแวดล้อม แคร์เรื่องการทรมานช้างและสัตว์อื่นๆ มาก นักท่องเที่ยวจากเอเชียชอบดูสัตว์ทำอะไรแผลงๆ แปลกๆ สัตว์จะเจ็บอย่างไรก็ไม่ว่า ขอให้กูได้ดูได้คลำอะไรทำนองนั้น

ด้วยเหตุนี้อะไรที่ทำแล้วแคร์ต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องจำเป็น ทั้งจำเป็นที่เป็นชีวิตจริงและการค้า

ขี่ช้างกับล่องโขง

ที่ศูนย์เขาเอาหนังที่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวต่างประเทศมาถ่ายทำเยาวชนนักท่องเที่ยวที่เสียเงินมาเรียนรู้กระบวนการ การอยู่กับช้างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แบบเดียวกับเยาวชนของเราไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในต่างประเทศ หนังเรื่องนี้สามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตของควาญกับช้างได้ดีมาก ว่ากันว่าคนกับช้างเหมือนคู่แต่งงาน คือต้องอยู่กันไปจนตาย ขาดกันไม่ได้ ฝรั่งเยาวชนที่อยู่กับช้างทั้งสนุก ทั้งเรียนรู้ (ทั้งในการให้อาหารช้าง กวาดขี้ช้าง การบังคับช้างและการเอามูลมาทำกระดาษ การหุงหาอาหารในป่า ฯลฯ) และทั้งผูกพัน พอจบคอร์สแล้ว เห็นเยาวชนเหล่านั้นร้องไห้กันระงม เพราะต้องจากควาญและช้าง ผมว่าสิ่งที่ฝรั่งได้เรียนรู้ไม่ใช่ได้แต่วิชาการเลี้ยงช้างเท่านั้น แต่ยังได้กระบวนของการอยู่ร่วมกันระหว่างเยาวชนด้วยกันและการอยู่ร่วมกันกับคนที่ต่างผิวสีอีกด้วย มันเป็นการลดช่องว่างระหว่างผิวสีได้ดีมากทีเดียว

เห็นฝรั่งเข้าคอร์สเรียนรู้วิถีชีวิตควาญ วิถีชีวิตช้างแล้ว นึกเสียดายแทนคนไทย เรามีของดีที่คนอื่นๆ เขาไม่มี แต่เราก็ไม่สนใจของดีที่มีอยู่ เคยเห็นเขาเอาม้ามาแก้ปัญหาเด็กออทิสติกไหม ต่อไปที่นี่จะเอาช้างมาแก้ไขปัญหาเด็กออทิสติกด้วย เพราะมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาทำการวิจัยเอาไว้แล้ว ช้างนั้นมีทั้งความน่ารักและอ่อนโยน ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่ใช้ช้างบำบัด ถ้าประสบความสำเร็จนอกจากจะช่วยคนได้แล้ว ยังช่วยให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงขึ้นอีกด้วย เรื่องนี้ผมจะเอามาถ่ายทอดกับท่านผู้อ่านในภายหลังนะครับ!

หลังจากชื่นชมกับศูนย์ช้างไทยแล้ว คณะของเราก็เดินทางไปที่เชียงแสน นอกจากเมืองเก่าเชียงแสน วัดวาต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำโขงแล้ว ก็ยังล่องเรือชมสองฝั่งแม่น้ำโขงอีกต่างหาก

ที่ริมโขงนั้นเราขึ้นไปยืนดูพื้นที่พัฒนาของจีนเช่าจากลาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสามเหลี่ยมทองคำของเรา นอกจากกาสิโนและโรงแรมจะเสร็จสิ้นไปนานแล้ว เขายังพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ถนน และการขนส่งภายในของเขาอย่างเร่งด่วนอีกด้วย เรียกได้ว่าเร่งวันเร่งคืนกันเลย พื้นที่ที่นี่แต่เดิมเป็นป่าละเมาะริมน้ำ ลาวเองก็ไม่มีปัญญาสร้างอะไรให้ใหญ่โต ไทยเองก็ไม่สนใจ เพราะไม่คิดว่าพื้นที่แถบนี้จะมีค่าอะไร มีแต่พวกตระกูลของนักการเมืองไทยบางตระกูลไปสร้างกาสิโนฝั่งพม่าเอาไว้เท่านั้น ครั้นพอจีนทำเรื่องนี้ขึ้น คนไทยนึกเสียดายกันเป็นแถวๆ ผมนึกในใจว่า พื้นดินตรงนี้อยู่มาชั่วนาตาปีแล้วก็ไม่เห็นมีใครสนใจ พอจีนเขาทำขึ้นมาแล้ว เราจะไปเสียดายไปทำไม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา แต่ปัญหาอยู่ที่เราไม่มีศักยภาพเอง พื้นที่บ้านเรามีเยอะแยะ ทำเป็นเมืองคู่ขนานเสียเลย เงินทองก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้สบายไปด้วยกัน สำคัญว่าทำเป็นหรือเปล่าเท่านั้น

คณะทัวร์ฝรั่งขึ้นไปเที่ยวที่หาดซาว ฝั่งลาวเหมือนกับคณะของพวกเรา ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนผู้ประกอบการ ตัวแทนไกด์ คณะ ททท.และผู้สื่อข่าว ผมไม่ตื่นเต้นกับสินค้าที่วางขาย เพราะนอกจากเหล้าดองยาสารพัดงู ตะขาบ และแมงป่องแล้ว ก็มีแต่สินค้าเวียดนามคุ้นๆ ตา

หาดซาวนั้นทางแขวงบ่อแก้วเปิดให้คนลาวเอาของมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ลาวเองผลิตสินค้าได้ไม่มากนัก ยกเว้นผ้า เหล้าพื้นเมือง และ “เบียร์ลาว” ซึ่งเป็นของต่างชาติ ดังนั้นจึงเอาสินค้าไทยบ้าง เวียดนามบ้าง จีนบ้างมาวางขาย พื้นที่ที่วางขายเป็นพื้นที่ที่มีต้นงิ้ว ซึ่งมีดอกงิ้วสีแดงที่เราเอามาทำอาหารเหนือกินขึ้นอยู่มากมาย ลึกเข้าไปภายในเป็นเมืองสุวรรณโคมคำ เมืองที่สมัยโน้นยังเป็นแผ่นดินเดียวกันกับฝั่งนี้ เพราะยังไม่มีการสถาปนารัฐชาติ

ผมว่าหนังสือเล่มต่อไปที่ ททท.ต้องทำก็คือ หนังสือที่ว่าด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของคนสองฝั่งโขง ผมหมายถึงว่าเราต้อง “ขายควบ” ที่ขายควบก็เพราะจะได้ Win Win เพื่อให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับสองประเทศ

ไม่เพียงแต่ผมคิด แต่กลุ่มที่มาจากสมาคมผู้ประกอบการ ATTA เขาก็คิดมาก่อนผมแล้วตามประสามืออาชีพ ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าต่อไป ททท.ไทย ไม่เพียงแต่ทำงานให้ไทยเท่านั้น แต่ยังต้องทำงานเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวของภูมิภาคเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันด้วย

ผมไม่ได้เขียนเรื่องท่องเที่ยวสองฝั่งโขงมากมายนัก เพราะเขียนกันมามากแล้วเช่นเดียวกับเรื่องช้าง ด้วยเหตุนี้จึงได้แต่เอารูปภาพที่ไปถ่ายมาจากทริปนี้มาให้ดู

ท่านผู้ใดอยากจะได้หนังสือเรื่อง “เที่ยวสนุก สุขตามวิถีช้างไทย” กับ “เที่ยวท่องล่องโขง” ลองติดต่อที่กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 022505500 หรือ Call Center 1627

ขอบคุณคุณวรวิทย์ โรจนไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท