
แดงกระจาย...หงส์ไล่ผี
ศึกแดงเดือดนัดล้างตา วันอาทิตย์นี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลหมายไล่ตี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตามมาหลอนหวังเก็บชัยทั้งนัดเหย้า-เยือน
ศึกแดงเดือดนัดล้างตา วันอาทิตย์นี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลหมายไล่ตี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตามมาหลอนหวังเก็บชัยทั้งนัดเหย้า-เยือน
โดย...เซียนหมึก
ศึกแดงเดือดนัดล้างตา วันอาทิตย์นี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สะบักสะบอมจากที่โดน เวสต์แฮม ทุบในนัดที่แล้ว ไซร้ขนสยายปีกหมายไล่ตี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตามมาหลอนหวังเก็บชัยทั้งนัดเหย้า-เยือน แม้เพิ่งถูก เชลซี ขย้ำไปหมาดๆ เช่นกัน เกมนัดนี้จึงต้องสู้กันแดงกระจายทั่วแอนฟิลด์
เจ้าบ้านออกอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด หลังผ่านศึกติดต่อกัน แต่กุนซือเคนนี ดัลกลิช ผู้มีประสบการณ์สูงในพรีเมียร์ลีก น่าจะปลุกเร้าให้หงส์คืนฟอร์มกลับมาอีกครั้ง แถมลุ้น แอนดี คาร์โรลล์ หายเจ็บลงช่วยทีมในนัดอมตะแห่งศักดิ์ศรี พร้อมด้วย หลุยส์ ซัวเรส ตัวหน้าที่กำลังเล่นเข้าทางกับขวัญใจแฟนเพลง เดิร์ก เคาต์ จอมวิ่งสู้ฟัดทั้งริมเส้นและเจาะกลาง พร้อมกองกลางอย่าง สตีเวน เจอร์ราด คอยหนุนขึ้นหน้า เจาะแดนหลังเหล่าปีศาจที่ตัวสำคัญกำลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บและติดโทษแบน
อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนดีกรีจ่าฝูงหวังฝากรอยแค้นซ้ำสอง หักคอหงส์เช่นต้นฤดูกาล ท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เตรียมส่งผีจอมลุยอย่าง เวย์น รูนีย์ และ ฮาร์เวียร์ เฮอร์นานเดซ ที่ยิ่งเล่นยิ่งต่อบอลกันเพลิน เหมือนเล่นผีอำจนคู่แข่งยืนแข็งทื่อ หากปีกจอมยียวนอย่าง หลุยส์ นานี ยอมเปิดบอลให้เพื่อนเล่นแบบซิมโฟนีด้วยแล้ว แผงหลังหงส์ที่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกันคงอ่อนปวกเปียก ถูกผีเจาะประตูคาเมืองท่า แต่ศักดิ์ศรีแห่งวันแดงเดือด คงไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะทั้งสองกุนซือ ที่พบกันมาหลายครา คงเฟ้นหาความหลากหลายเข้าจู่โจม และแก้เกมคู่แข่ง ความได้เปรียบเสียงเชียร์ของชาวเดอะค็อปน่าจะทำให้หงส์เฉือนผีไปในที่สุด
คู่ค่ำวันเสาร์ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม หมายชื่นชม “กุหลาบไฟ” แบล็กเบิร์น ที่เดินทางมาไกล ทั้งคู่ผลัดกัน แพ้-ชนะ-เสมอ มาตลอด มีแต้ม 32 เท่ากัน ยังไม่ปลอดภัย คงต้องเปิดเกมเตะกันไฟลาม คราเวน คอทเทจ ระยะหลังทีมเยือนบุกไปแพ้นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ หลังขาดบิ๊กแซม อัลลาร์ไดซ์ นักเตะอย่าง คริสโตเฟอร์ แซมบา และ มอร์เทน กัมป์ พีเดอร์เซน ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ขณะที่เจ้าสัวสามารถไล่ยันเสมอทีมใหญ่อย่าง เชลซี และ แมนฯ ซิตี ติดต่อกัน ทั้งจอมเก๋า เดเมียน ดัฟฟ์ และ แอนดี จอห์นสัน พาเพื่อนวิ่งไล่บี้คู่แข่งไม่ยอมหยุด กุนซือเจ้าถิ่น มาร์ค ฮิวจ์ส น่าจะได้โชว์การจับมือแบบแนบแน่นเก็บชัยนัดนี้
ศึกมันเดย์ไนต์ “ส้มจีน” แบล็กพูล เปิดบลูม ฟิลด์ โรด คอยล่อ “สิงห์บลู” เชลซี ที่นำขบวนเชิดเข้าใส่ หลังกระโจนไล่ผีกลับบ้านเมื่อกลางสัปดาห์ หากยังรักษารูปขบวนลีลาการเล่นที่กลับมาเหมือนเดิม โดยได้ “สิงห์บราซิเลียน” เดวิด หลุยส์ โชว์ฟอร์มเทพจุติทั้งรับรุกจ่าย-ยิง จนคู่แข่งสะท้านทรวง เล่นดุดันจนได้ใบเหลืองแกมแดง ส่วนสิงห์แก้มแดง เฟอร์นันโด ตอร์เรส แม้จะพลาดการทำสกอร์ แต่ก็ป่วนคู่แข่งได้ตลอด ส่วนเจ้าบ้านได้กองกลางจอมทัพ ชาร์ลี อดัม พ้นโทษกลับมาช่วยทีม แต่ขาดกองหน้าตัวหลัก ทำให้ดูเสียเปรียบหลายขุม หากฝูงสิงห์เล่นไปตามเกม คงกระโจนเข้างับส้มหล่นจากถาดแน่นอน
********************************
ศึกวันแดงเดือด...เลือดพล่าน
โดย.....เซียนน้อยเจ้าปัญญา
แล้วก็ต้องมาเจอกันอีกครั้งกับศึกวันแดงเดือด ในวันซูเปอร์ซันเดย์ เมื่อ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนด์ฟิลด์ รับศึกกับศัตรูคู่ปรับเก่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งผลงานล่าสุดของทั้งคู่ ต่างก็แพ้มาด้วยกัน โดย ลิเวอร์พูล ออกไปแพ้ เวสต์แฮม 1-3 ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแพ้ เชลซี 1-2 ทำให้การแย่งชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ สูสีกันมากขึ้น
เจ้าบ้านนับตั้งแต่ได้ตัว หลุยส์ ซัวเรซ กับ แอนดี คาร์โรล มา ยังไม่เคยได้ลงสนามพร้อมกันเลย เนื่องจาก คาร์โรล เจ็บ แต่คาดว่านัดนี้มีลุ้นหายเจ็บได้ลงเล่นค่อนข้างแน่ ทำให้เกมรุกน่าจะหวือหวามากขึ้น ทั้งเกมบนพื้นและการโจมตีทางอากาศ เมื่อบวกกับการประสานงานกับตัวจัดเต็มอย่าง เดิร์ก เคาต์ จึงน่าจะได้ลุ้นเก็บแต้มมากขึ้น จะมีก็แต่กองหลังที่ยังน่าเป็นห่วง เมื่อ มาร์ติน เคลลี เจ็บ ส่วนเซ็นเตอร์คู่กลางก็ยังไว้ใจไม่ค่อยได้ แฟนคลับคงต้องลุ้นกันหนักหน่อย
ส่วนทางด้านปีศาจแดงที่เพิ่งเสียท่าให้กับ เชลซี ยังต้องเสีย เนมานยา วีดิช ที่โดนใบแดงในช่วงท้ายเกม ประกอบกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยังไม่หายเจ็บ ทำให้ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน คงต้องเข็น เวส บราวน์ จับคู่กับ คริส สมอลลิง ตรงเซนเตอร์คู่กลาง ทำให้สาวกปีศาจทั้งหลายตั้งลุ้นหนักเป็นสองเท่าเลยเชียว ส่วนในเกมแดนกลาง คู่เก๋าอย่าง พอล สโคลส์ และ ไรอัน กิกส์ ก็ไม่เฉียบขาดเหมือนก่อน ทำให้กองหน้าอย่าง เวย์น รูนีย์ ต้องลงมาล้วงบอลเองบ่อยครั้ง ส่งผลให้ “พี่เบิร์บ” ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ หรือ “เจ้าถั่วน้อย” ฮาร์เวียร์ เฮอร์นานเดซ มีโอกาสยิงไม่มากพอ เทียบฟอร์มกันแล้วขุมกำลังทั้ง 2 ฝ่ายดูกระท่อนกระแท่นพอกัน มีเพียงพลังใจที่ฮึดสู้เท่านั้นที่ยังคงอยู่ จึงคงต้องแบ่งแต้มกันไปอย่างเหนื่อยใจกุนซือทั้ง 2 ทีม
ต่อด้วยคู่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ โดย ปืนใหญ่ เพิ่งผ่านรอบ 5 เอฟเอ คัพ นัดแข่งใหม่ หลังถล่ม เลย์ตัน โอเรียนท์ ทีมในลีกวัน 5-0 ซึ่ง นิคลาส เบนท์เนอร์ ซัดแฮททริกให้ทีมได้ด้วย ทำให้ ป้าอาร์แซน เวนเกอร์ หายเครียดไปบ้าง หลังจากที่ โรบิน ฟานเพอร์ซี ยังไม่หายเจ็บ ส่วนทางด้านทีมเยือนซันเดอร์แลนด์ แพ้มาติดต่อกัน 4 นัดรวด กุนซือสตีฟ บรูซ คงต้องติวเข้มลูกทีมให้หนักกว่านี้ เกมนี้ปืนใหญ่คงบรรจุกระสุนยิงเข้าใส่แมวดำเป็นระลอก
ส่วนทีมเยือนคงต้องเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นไว้ก่อน แล้วอาศัยความเร็วของ คีแรน ริชาร์ดสัน และ อซาโมอาห์ กียาน คอยสวนกลับ อย่างไรก็ตาม ปืนใหญ่คงไม่พลาดในการเก็บ 3 คะแนนสำคัญเพื่อไล่บี้หายใจรดต้นคอ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป
มาลงท้ายกันด้วยคู่หนีตายจากโซนตกชั้นกันบ้าง เมื่อ “ตราลูกโลก” เบอร์มิงแฮม ซิตี พบกับ “เดอะแบ็กกี” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน คู่นี้เป็นการแย่งกันหนีตายอย่างแท้จริง เมื่อคิดคะแนนได้เสียแบบไปกลับมีค่าถึง 6 คะแนนเลยทีเดียว ทำให้ทั้ง 2 ทีมจะต้องวิ่งสู้ฟัดกันอย่างลืมตาย แต่ทางเจ้าบ้านเพิ่งคว้าแชมป์คาร์ลิงคัพ หมาดๆ ด้วยการพลิกล็อกชนะ อาร์เซนอล ในรอบชิงฯ แบบส้มหล่นใส่เท้า โอบาเฟมี มาร์ติน ผู้ยิงประตูชัย ทำให้กำลังมีความมั่นใจสูง จึงน่าจะเบียดทีมเยือนไปได้อย่างหวุดหวิดสูสีในช่วงท้ายเกม







