posttoday
หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม สาธุการนามผู้ให้ในใจชน(2)

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม สาธุการนามผู้ให้ในใจชน(2)

27 กุมภาพันธ์ 2554

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน สั่งความมาว่า ถ้าไม่ไหวให้นำท่านกลับวัด เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลา 14.00 น. สัญญาณการชีพจรของท่านก็หยุดลง...

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน สั่งความมาว่า ถ้าไม่ไหวให้นำท่านกลับวัด เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลา 14.00 น. สัญญาณการชีพจรของท่านก็หยุดลง...

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

หลังหลวงปู่ฟัก สันติธัมโม อาพาธด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองซีกขวาแตกเมื่อปี 2536 หลังจากนั้นก็มีอาการอาพาธกำเริบเป็นระยะๆ

ปี 2542 อาพาธเนื่องจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ดีว่าได้รับการวินิจฉัยทันจึงรักษาธาตุขันธ์ไว้ได้ จากนั้นก็มีอาการประปรายเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 8 มิ.ย. 2553 ขณะมาพำนักที่บ้านสันติธรรมซึ่งศิษย์ได้สร้างไว้ให้ท่านใช้พำนักเวลาเดินทางเข้ามาใน กทม. เป็นเสมือนวัดกลางหมู่บ้านจัดสรรในกรุงแห่งหนึ่ง ท่านได้ออกจากที่พัก โดยบอกว่าเมื่อคืนจำวัดได้มาก และไม่มีอาการปวดศีรษะแต่พอเข้าห้องน้ำในช่วงเวลา 06.30 น. โดยพระอุปัฏฐากคอยพยุงช่วยอยู่ปรากฏว่า ท่านเกิดอาการอ่อนแรง พูดไม่ชัด พระอุปัฏฐากจึงประคองท่านมานอนลงที่เตียง แล้วเรียกรถพยาบาลให้มารับนำตัวไปส่งโรงพยาบาลศรีวิชัย เมื่อพบว่าเส้นเลือดในสมองแตกจึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลธนบุรี 1

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม สาธุการนามผู้ให้ในใจชน(2)

บรรดาศิษย์ทั้งไกลใกล้ที่ทราบข่าวก็วางมือจากกิจธุระต่างๆ มุ่งมาติดตามอาการท่านจนแน่นขนัด คนมากแต่ใช่ว่าจะรู้จักกัน หากแต่ใบหน้าทุกคนเศร้าสร้อย แววตาวิตกกังวลประดุจญาติผู้ใหญ่ หรือบิดามารดากำลังเจ็บหนัก ทุกคนทำตัวเป็นเสมือนลูกหลานแท้ๆ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่กล้าบอกว่า นี่เป็นหออภิบาลผู้ป่วยหนักกรุณารอข้างนอกเพราะไม่รู้จะบอกใคร เมื่อต่างคนต่างก็เป็นเสมือนญาติของท่านด้วยกันทั้งหมด แม้จะเต็มไปด้วยผู้คนแต่ภายในห้องกลับเงียบสงบ ได้ยินแต่เสียงเครื่องหายใจทำงานเป็นจังหวะๆ อยู่ บางคราวก็มีเสียงสวดจากพระภิกษุที่อยู่รอบๆ เตียง คนจำนวนไม่น้อยพักค้างแรมในโรงพยาบาลนั่นเลย นอนในรถที่ลานจอดรถก็หลายคน

วันที่ 9 มิ.ย. 2553 พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน สั่งความมาว่า ถ้าไม่ไหวให้นำท่านกลับวัด เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลา 14.00 น. สัญญาณการชีพจรของท่านก็หยุดลง ท่านจากไปอย่างสงบ ศิษย์หลายคนที่รายล้อมอยู่ปลายเท้าหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่มีเสียงสะอื้น ลูกศิษย์ซึ่งเป็นผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ผมยังไม่พร้อมที่อยู่โดยปราศจากท่านอาจารย์”

ถ้อยคำที่ท่านเคยกล่าวไว้เมื่อ 49 ปีก่อนนั้นดังขึ้นในความคิดคำนึงของใครบางคน “(มรณกรรมของท่าน) ทำให้หัวอกผมแม้จะเข้ากัมมัฏฐาน ฐานใจก็ต้องได้รับกระเทือนเหมือนแผลบวมที่ชอกชำดำเขียวหมดเรี่ยวแรง”

**************************

ประวัติสุขภาพพระอาจารย์ฟัก สันติธัมโม

บันทึกโดย : นพ.วิรัตน์ เตชะอาภรณ์กุล

ปี 2536 ท่านพระอาจารย์ฟักอาพาธด้วยโรคเส้นเลือดสมองแตกซีกขวา ทำให้มีอาการอัมพาตซีกซ้าย ได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ซึ่งในครั้งนั้นหลวงตามหาบัวได้เมตตามาเป่าและขากเสลดบนกระหม่อมให้ท่านพระอาจารย์ฟัก
ต่อมาได้ส่งท่านมาทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโดยอยู่ในความดูแลของอาจารย์ นพ.ช่อเพียว เตโชฬาร ศัลยแพทย์ระบบประสาท

ระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค. 2536 อาการอาพาธในครั้งนี้มีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อแพทย์อนุญาตให้ท่านออกจากโรงพยาบาลนั้น อาการอ่อนแรงซีกซ้ายของร่างกายท่านก็ดีขึ้นมากจนใกล้เคียงปกติ แต่การออกเสียงยังไม่ชัดเจน การเดินต้องใช้ไม้เท้าพยุง

หลังจากนั้นท่านได้รับการรักษาความดันโลหิตสูงและอัมพาตซีกซ้ายต่อเนื่องสม่ำเสมอที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ในความดูแลของอาจารย์ นพ.จิตติ โฆษิตชัยวัฒน์ และอาจารย์ พญ.สุวรรณา ธรรมสุภาพงศ์

ต่อมาได้ตรวจพบภาวะไขมันในเลือดสูงอันเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการทำให้เกิดเส้นเลือดสมองแตก ซึ่งตลอดระยะเวลาร่วม 20 ปี ท่านได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมจากอาจารย์แพทย์ทั้งสองท่าน และท่านมักเอ่ยชมแพทย์ทั้งสองท่านให้ลูกศิษย์ฟังอยู่เสมอๆ

สำหรับโรคเส้นเลือดสมองแตกนั้น ท่านยังได้ติดตามการรักษาแบบผู้ป่วยนอกกับอาจารย์ นพ.ช่อเพียว เตโชฬาร อย่างต่อเนื่องอีกในระยะ 3-4 ปีต่อมา

ท่านพระอาจารย์ฟักมักจะแนะนำลูกศิษย์ที่เจ็บป่วยให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลรัฐบาลโดยดูอย่างองค์ท่านเป็นตัวอย่าง เนื่องจากท่านศรัทธาและไว้วางใจในโรงพยาบาลรัฐ อุปนิสัยส่วนองค์อีกอย่างของท่านคือชอบนวดแผนไทยจับเส้น และรักษาด้วยยาจีนหรือยาสมุนไพรควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบัน ปี 2542 ประมาณกลางเดือน มี.ค. ท่านเมตตามาพักในหมู่บ้านภาณุรังสี

ท่านมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ได้รับการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราชตามความประสงค์ขององค์ท่านเอง โดยอยู่ในความดูแลของอาจารย์ นพ.สุชาย ศรีทิพยวรรณ แพทย์อายุรกรรมโรคไต และอาจารย์ นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ แพทย์อายุรกรรมโรคสมอง ในการอาพาธครั้งนี้ถ้าได้รับการวินิจฉัยไม่ทันอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต

นอกจากนี้ คณะแพทย์ผู้รักษาก็ให้การดูแลใส่ใจท่านพระอาจารย์ฟักเสมือนเป็นลูกศิษย์ท่าน ท่านมักปรารภว่าเหตุที่ท่านได้รับการดูแลอย่างดีนี้ คงจะเป็นผลบุญจากการที่ชอบเอื้อเฟื้อญาติโยมหรือเพื่อนพระในเรื่องสุขภาพมาโดยตลอด

ปี 2546 ท่านมีอาการขัดในข้อเข่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้รับยาเสริมกระดูกอ่อนโดยต้องฉันต่อเนื่องเป็นระยะๆ เพื่อชะลอการเสื่อมของข้อเข่า

25 ต.ค. 2548 ท่านมีอาการเหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่มได้รับการตรวจหัตถการพิเศษทางหัวใจ คือตรวจ Persantin-Thalliumscan ผลการตรวจปกติ

4 พ.ค. 2550 ท่านมีอาการเจ็บหน้าอกได้ไปตรวจกับอาจารย์ นพ.เรวัตร พันธุ์กิ่งทองคำ แพทย์อายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลศิริราช พบว่าหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (Atrial Fibrillation) และแนะนำว่าควรได้รับยาละลายลิ่มเลือด (Anticoagulant) แต่ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ประจำองค์พระอาจารย์ฟัก ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ซึ่งแพทย์ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้ามีความเห็นว่าท่านเคยเป็นโรคเส้นเลือดสมองแตก จึงมีข้อจำกัดในการใช้ยาละลายลิ่มเลือด แต่ได้ให้ยาแอสไพรินซึ่งเป็นยาต้านเกล็ดเลือดแทน โดยฉันวันเว้นวันเพื่อรักษาภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอดังกล่าว

1 พ.ย. 2551 ท่านมีอาการต่อมน้ำลายข้างซ้ายอักเสบได้รับยาฆ่าเชื้อ 1 สัปดาห์

2-9 พ.ย. 2552 ท่านมีอาการไอมากและมีไข้ ได้เข้ารับการรักษากับอาจารย์นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล แพทย์อายุรกรรมโรคปอด โรงพยาบาลศิริราช

ซึ่งแนะนำให้เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในเพื่อรับยาปฏิชีวนะแบบฉีดเข้าเส้นเลือด แต่ท่านอาจารย์ปฏิเสธขอรับการรักษาแบบฉันยาเท่านั้น โดยขอพักรักษาองค์ที่บ้านสันติธรรม ซึ่งอาจารย์ไชยรัตน์แนะนำว่า ถ้าอาการเปลี่ยนแปลงให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที แต่หลังจากฉันยาประมาณ 7 วัน ร่างกายท่านตอบสนองกับยาได้ดีจึงไม่ต้องรักษาต่อเนื่องอีก

22 มี.ค. 2553 เนื่องจากในระยะนี้ท่านบ่นว่ามีเสมหะปนเลือดเก่าๆ และมีปัสสาวะขัด จึงได้นิมนต์ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง โดยเข้าพบกับแพทย์เฉพาะทางด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้

อาจารย์ นพ.วัฒนะ ฐิตะดิลก แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก ได้รับการวินิจฉัยว่ามีการอักเสบบริเวณคอและจมูกเรื้อรัง (Chronic Rhinopharygitis) อาจารย์ นพ.สุชาย สุนทราภา ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะต่อมลูกหมากโต อาจารย์ นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล อายุรแพทย์โรคปอด ได้ทำการตรวจเอกซเรย์พบว่ามีเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณหัวใจโต (Aorta)
อาจารย์ นพ.ยิ่งยง ชินธรรมมิตร อายุรแพทย์ด้านโลหิตวิทยา

2-6 เม.ย. 2553 ท่านปวดกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอมากได้รับยาและฝังเข็มลดปวด

7 มิ.ย. 2553 ท่านได้มาพักที่บ้านสันติธรรมเนื่องจากมีกิจนิมนต์ใกล้กรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น

8 มิ.ย. 2553 ท่านตื่นขึ้นและบอกว่าเมื่อคืนนี้จำวัดได้มากไม่มีอาการปวดศีรษะเวลาประมาณ 06.30 น. ครูบาโบ้ (พระอุปัฏฐาก) ได้พยุงท่านเข้าห้องน้ำท่านเริ่มมีอาการอ่อนแรง พูดไม่ชัด ครูบาโบ้ได้ประคองมาที่เตียงนอน แล้วจากนั้นได้เรียกรถพยาบาลนำท่านส่งโรงพยาบาลศรีวิชัย 2 ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพื่อใส่ท่อช่วยหายใจและทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่ามีเส้นเลือดสมองแตก

จากนั้นได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลธนบุรี 1 โดยถูกส่งเข้าพักรักษาในห้องไอซียูทันที มีอาจารย์ นพ.ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์ แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาลศิริราช เป็นเจ้าของไข้ อาจารย์ พญ.วิภาวี ภู่รัก และอาจารย์ นพ.ธีระ พงศ์ประสบชัย เป็นแพทย์ร่วมรักษา ซึ่งอาจารย์ นพ.ประจักษ์ ได้อธิบายว่าจากผลการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเส้นเลือดสมองแตกขนาดใหญ่เกือบครึ่งสมอง และแตกในจุดสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย

การผ่าตัดคงไม่สามารถช่วยชีวิตท่านพระอาจารย์ โอกาสรอดชีวิตน้อยมาก

อาจารย์ นพ.ประจักษ์ ยังพูดว่า “เส้นเลือดในสมองแตกมากขนาดนี้ถ้าแตกในห้องผ่าตัดก็ช่วยอะไรไม่ทัน ผู้ป่วยบางคนมีความดันโลหิตสูงมากกว่า ท่านพระอาจารย์ก็ยังไม่มีเส้นเลือดสมองแตก โดยทั่วไปผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงจะเกิดเส้นเลือดสมองแตกตอนไหนบอกไม่ได้ ส่วนหนึ่งขึ้นกับจังหวะของชีวิตด้วย”

เนื่องจากท่านได้รับยาแอสไพรินซึ่งเป็นยาต้านเกล็ดเลือดอยู่เพราะมีภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ทำให้เมื่อเกิดมีเลือดออกในตำแหน่งใดก็ตามจะทำให้เลือดหยุดยาก

9 มิ.ย. 2553 ท่านพระอาจารย์ฟัก ได้ละสังขารเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) โรงพยาบาลธนบุรี 1 พญ.วิภาวี แพทย์ผู้ดูแลท่านได้กล่าวว่า ท่านจากไปด้วยอาการที่สงบจริงๆ และไม่เจ็บปวด

คณะศิษย์ขอกราบขอบพระคุณแพทย์ทุกท่านที่ได้ช่วยดูแลถวายการรักษาท่านพระอาจารย์ฟักอย่างดี ทั้งที่ไม่ได้เอ่ยนามในที่นี้และที่เอ่ยนามดังนี้

1.อาจารย์ นพ.ช่อเพียว เตโชฬาร
2.อาจารย์ นพ.จิตติ โฆษิตชัยวัฒน์
3.อาจารย์ พญ.สุวรรณา ธรรมสุภาพงศ์
4.อาจารย์ นพ.สุชาย ศรีทิพยวรรณ
5.อาจารย์ นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ
6.อาจารย์ นพ.เรวัตร พันธุ์กิ่งทองคำ
7.อาจารย์ นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล
8.อาจารย์ นพ.วัฒนะ ฐิตะดิลก
9.อาจารย์ นพ.สุชาย สุนทราภา
10.อาจารย์ นพ.ยิ่งยง ชินธรรมมิตร
11.อาจารย์ นพ.ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์
12.อาจารย์ นพ.ธีระ พงศ์ประสบชัย
13.อาจารย์ พญ.วิภาวี ภู่รัก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน