
พญาอินทรีกล่อมกรุง คุ้มค่าการรอคอย
หลังจบการแสดง ดิ อีเกิลส์ ทำให้คนดูตระหนักว่า ชื่อเสียง ความนิยม และคำชื่นชมยกย่องที่พวกเขาได้รับตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เป็นเรื่องฟลุค...
หลังจบการแสดง ดิ อีเกิลส์ ทำให้คนดูตระหนักว่า ชื่อเสียง ความนิยม และคำชื่นชมยกย่องที่พวกเขาได้รับตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เป็นเรื่องฟลุค...
อีกครั้งที่ พญาอินทรี ถลาปีกมาร่อนลง ณ กรุงเทพมหานคร
แม้จะไม่ใช่คอนเสิร์ตครั้งแรกของพวกเขา และบัตรเข้าชมไม่ได้ถูกๆ แต่แฟนๆ ยังคงมาให้กำลังใจกับ ดิ อีเกิลส์ กันคับคั่ง อิมแพ็ค อะรีนา เมืองทองธานี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา
วงดนตรีอายุ 40 ปี จากแคลิฟอร์เนีย นำบทเพลงป็อป-ร็อคที่มีคันทรีและโฟลค์ผสมผสานมานำเสนอกว่า 30 เพลง ในเวลา 3 ชั่วโมงเศษ โดย 8 เพลงมาจาก Long Road Out of Eden’ ที่เหลือก็เป็นงานจากทศวรรษ 1970 ช่วงเวลารุ่งเรืองของวง รวมทั้งจาก Hell Freezes Over (ปี 1994)
เปิดเวทีด้วยการแสดงพลังเสียงในการร้องประสานของสมาชิกกับเพลง Seven Bridges Road ที่ทำเอาขนลุก ต่อด้วยเพลงโดนใจที่ร้องตามได้ทุกคนมีเป็นโหล ไม่ว่าจะ Hotel California, I Can’t Tell You Why, Lyin’ Eyes, The Long Run, Love Will Keep Us Alive, Heartache Tonight, Life In The Fast Lane, Take It Easy และหลายคนคงถึงแก่นอนไม่หลับถ้าไม่ได้ฟัง Desperado ซึ่งทางวงจัดให้เป็นเพลงส่งกลับบ้าน
หลังขึ้นแสดงได้ราวๆ หนึ่งชั่วโมง ดิ อีเกิลส์ ขอเวลาพักครึ่ง “ลุงๆ เหนื่อยต้องไปให้ออกซิเจน” --- แฟนๆ เมาท์ เแต่หลังจากได้ดูโชว์ช่วงที่ 2 อันยาววววเหยียดแล้วก็คงต้องบอกว่า พวกเขาไม่ได้เหนื่อยหรือแก่เกินไปสำหรับการแสดงคอนเสิร์ต
ระหว่างการแสดง ทิโมที บี. ชมิดท์ มือเบสนั้นช่างอ่อนหวาน เขาไหว้ได้อย่างสวยงาม และพูดคำว่า ขอบคุณครับได้คล่องแคล่ว เลยได้ใจของคนดูไปเต็มๆ ลุง โจ วอลช์ โชว์หน้าตาและท่าทาง “ติงต๊องๆ” เรียกเสียงฮาจากคนดูได้เป็นระยะ ส่วน ดอน เฮนลีย์ กับ เกลน ฟราย นั้นก็เคร่งเครียดฟาดฟันกันเรื่องโชว์เพลง โดยมีทีมแบ็คอัพมาสร้างสีสันให้กับโชว์และความเหนียวแน่นปึ๊กให้กับภาคดนตรี
เป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มค่ากับการรอคอย หลังจบการแสดง ดิ อีเกิลส์ ทำให้คนดูตระหนักว่า ชื่อเสียง ความนิยม และคำชื่นชมยกย่องที่พวกเขาได้รับตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เป็นเรื่องฟลุค







