posttoday
สานจิตร่วมอุดมการณ์ธรรม  ขับเคลื่อนกงล้ออายุพระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชาปี’๕๔ (ตอน ๖)

สานจิตร่วมอุดมการณ์ธรรม ขับเคลื่อนกงล้ออายุพระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชาปี’๕๔ (ตอน ๖)

17 กุมภาพันธ์ 2554

ปุจฉา : ๑. ขอทราบความหมาย ความสำคัญที่แท้จริงของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์

ปุจฉา : ๑. ขอทราบความหมาย ความสำคัญที่แท้จริงของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์

โดย...พระอาจารย์อารยะวยังโส

ปุจฉา : ๑. ขอทราบความหมาย ความสำคัญที่แท้จริงของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์

๒.จะมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปอย่างไร และ/หรือ จะมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนาอย่างไร

ขอนมัสการมาด้วยความเคารพ

รจนา วานิช

“...ขอให้พี่น้องทั้งหลาย จงดำเนินชีวิตต่อไป ด้วยหลักธรรมในพระพุทธศาสนา และขอให้ช่วยกันแนะนำผู้ที่ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนาให้มีโอกาสได้รู้ และได้ปฏิบัติตาม ชีวิตจะประสบความสุขสมปรารถนา...” วิสัชนา : ถึงตรงนี้ ก็คงจะทำให้ทุกๆ คนที่ได้รับฟัง หรือได้รับรู้อุดมการณ์ธรรมในพระพุทธศาสนา มีความเข้าใจตรงกันได้ว่า อุดมการณ์ ๔ ประการในพระโอวาทปาฏิโมกข์นั้น เป็นเรื่องยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดกับชาวโลก หากรู้และเข้าถึงพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา โดยการศึกษาปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างแท้จริง จึงควรอย่างยิ่งที่พุทธบริษัทในพระพุทธศาสนาจะได้ช่วยกันเผยแผ่คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าให้แพร่หลายไปในทุกหมู่ชน ดังที่รัตนบุรุษแห่งชมพูทวีป หรือ ดร.บี อาร์ อัมเบ็ดก้าร์ ได้เคยกล่าวย้ำกับชาวพุทธในอินเดีย ในงานประชุมการปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะว่า “ขอให้มุ่งเน้นงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ทำคนเดียวไม่ได้ ชาวพุทธทุกๆ คนต้องช่วยกัน...” และได้กล่าวย้ำในที่สุดอันสอดคล้องกับความจริงที่นำเสนอมาตั้งแต่เบื้องต้นว่า “...ขอให้พี่น้องทั้งหลาย จงดำเนินชีวิตต่อไป ด้วยหลักธรรมในพระพุทธศาสนา และขอให้ช่วยกันแนะนำผู้ที่ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา ให้มีโอกาสได้รู้ และได้ปฏิบัติตาม ชีวิตจะประสบความสุขสมปรารถนา...” หากจะกล่าวสรุปต่อจากคำกล่าวปราศรัยในบทสุดท้ายของ ดร.บี อาร์ อัมเบ็ดก้าร์ ที่เข้าถึงเข้าใจ และรู้ถึงคุณประโยชน์ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ก็คงจะกล่าวย้ำไปในความหมายที่ปรากฏอยู่ในพระโอวาทปาฏิโมกข์ว่า “พระพุทธศาสนานั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อสงเคราะห์สัตว์โลก ให้ไปถึงจุดมุ่งหมายคือความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง” สมดังพระบาลีที่ว่า “นิพพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา” แปลความว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงสรรเสริญพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันเยี่ยม และพระนิพพานหรือความสิ้นทุกข์นั้นจะมีหรือเกิดขึ้นได้ เฉพาะในศาสนาที่มีคำสั่งสอนครบถ้วนในไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น ซึ่งไตรสิกขานั้น แท้จริงคือองค์ธรรม ๘ ประการในอริยมรรค คือ อริยมรรคที่มีองค์อธรรม ๘ ประการ อันได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ซึ่งเป็นข้อควรปฏิบัติเพื่อให้ถึงความสิ้นทุกข์ หรือพระนิพพานนั่นเอง นี่คือความเป็นหนึ่งแห่งพุทธศาสนา ที่ไม่เหมือนกับลัทธิหรือศาสนาใดๆ ในโลกนี้ ซึ่งมีความเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิบัติที่กล้าระบุว่า เป็นไปเพื่อความสิ้นทุกข์ มีความเป็นเอกภาพ มีลักษณะโดดเด่นในการปฏิบัติอย่างชัดแจ้ง และไม่ขัดแย้งกับโลก ถูกต้องตรงตามความจริงขั้นอริยสัจ โดยเฉพาะลักษณะสำคัญของพระสงฆ์ หรือพระภิกษุ หรือความเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา ว่ามีลักษณะสำคัญเป็นเอกเทศมีคุณสมบัติอย่างไร โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง คือ ความเป็นผู้ดำรงอยู่อย่างสันติ สืบทอดไปในทุกสถานการณ์ เพื่อประโยชน์แห่งตน และเพื่อประโยชน์แห่งสังคมด้วย...

ต่อไปขอยกพระคาถาที่ ๒ ขึ้นมาสักการบูชา เรียกพระคาถาที่ ๒ นี้ได้ว่า เป็นหลักการของพระพุทธเจ้า “ผู้รู้หลายๆ ท่านกล่าวเรียกพระคาถานี้ว่า เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา” เพราะเป็นการประกาศหลักขั้นปฏิบัติการ หรือหลักการของพระพุทธศาสนา ดังที่ทรงตรัสไว้ว่า...

สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา

สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ

แปลความว่า การไม่ทำบาปทั้งปวง

การทำกุศลให้ถึงพร้อม

การทำจิตให้บริสุทธิ์ นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายฯ

พระคาถาดังกล่าวนี้ ศาสนิกชนทั้งหลายคงจะคุ้นเคยได้รับฟังบ่อยๆ แต่ประโยชน์จะเกิดขึ้น เมื่อนำไปเป็นหลักในการปฏิบัติ เพื่อรองรับอุดมการณ์ ๔ ว่า จะสำเร็จตามจุดมุ่งหมายหรือไม่นั้น จะต้องมีหลักการ ๓ ข้อนี้เป็นแนวปฏิบัติ นั่นหมายถึง จุดมุ่งหมายจริงๆ ในอุดมการณ์ของพระพุทธศาสนา คือ ความสิ้นทุกข์ หรือพระนิพพาน ซึ่งจะเป็นไปได้นั้น เมื่อจะต้องมีหลักการขั้นปฏิบัติการที่สอดคล้องและสนับสนุนการกระทำให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่ปรากฏอยู่ใน อุดมการณ์ ๔ ตามที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท