posttoday
เปิดเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารี

เปิดเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารี

12 ตุลาคม 2569

ชวนสัมผัสเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารีศรีสยาม ถ่ายทอดชีวิตดั่งเทพนิยายและแรงบันดาลใจผ่านดนตรีออร์เคสตราผสมผสานละครเวที

KEY

POINTS

  • คอนเสิร์ตจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ในวาระที่ยูเนสโกยกย่อง โดยมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองความเป็น "มนุษย์" ผู้ก้าวผ่านมรสุมชีวิตและเป็นแรงบันดาลใจ
  • เป็นการผสมผสานศาสตร์การแสดงหลายแขนง ทั้งดนตรีออร์เคสตราที่นำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาเรียบเรียงใหม่ การแสดงละครเวที และภาพยนตร์จดหมายเหตุหาชมยาก
  • ใช้ดนตรีและการเล่าเรื่องในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ย้อนอดีต เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และผู้ชมทุกกลุ่ม

“ดั่งแสงอรุณรุ่ง…รำไพพรรณีขัตติยนารีศรีสยาม” จากประวัติศาสตร์สู่ Immersive Orchestra

 

เนื่องในโอกาสที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศยกย่องเชิดชูพระเกียรติคุณ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ในวาระครบ 100 ปี แห่งพระราชกรณียกิจ

 

มูลนิธิประชาธิปก-รำไพพรรณี ร่วมกับ มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดลฯ จึงได้รังสรรค์คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ “Light of Dawn: The Resilient Queen Rambhai Barni of Siam” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของขัตติยนารีผู้เป็นแสงสว่างแห่งสยาม

 

ความพิเศษของงานนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการบรรเลงเพลงคลาสสิก แต่คือการผสานศาสตร์แห่ง Orchestra และ Theatre เข้าด้วยกัน

 

Posttoday ได้มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ 3 ผู้สร้างสรรค์คนสำคัญ ที่จะมาเปิดเบื้องหลังการเนรมิตประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
 

เปิดเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารี

ผู้หญิงที่ก้าวผ่านมรสุมชีวิต สู่การเป็น "แสงสว่าง" ให้ผู้อื่น

 

รศ.เสาวรส ภกมณี (ตัวแทนคณะกรรมการจัดงาน) เล่าถึงแก่นแท้ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพียงการบอกเล่าพระราชกรณียกิจตามหน้าตำรา

 

แต่ต้องการถ่ายทอดความเป็น "มนุษย์" ของพระองค์ท่าน ผู้ซึ่งมีทั้งจุดสูงสุดและช่วงเวลาที่ต้องฝ่าฟันความยากลำบาก

เปิดเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารี

"เราอยากให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสว่า พระองค์ท่านก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่คือการที่ท่านเลือกจะเป็น 'แสง' ให้กับผู้อื่น (รำไพพรรณี แปลว่า แสง)"

 

"อย่างตอนที่ท่านเสด็จไปประทับที่จันทบุรี ทรงถูกมีดบาดและพบว่าโรงพยาบาลในขณะนั้นไม่มีแม้แต่พลาสเตอร์ปิดแผล ท่านจึงทรงริเริ่มปรับปรุงโรงพยาบาลพระปกเกล้าและสร้างโรงเรียนพยาบาล"

 

"คอนเสิร์ตนี้จึงสะท้อนแรงบันดาลใจว่า ในยามที่เราเจอมรสุม เราก็สามารถก้าวผ่านและสร้างประโยชน์ให้คนรอบข้างได้เช่นกัน"
เปิดเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารี

เทพนิยายที่มีอยู่จริง กับดนตรีที่เชื่อมคน 3 เจเนอเรชัน

 

ในมิติของเสียงดนตรี พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ วาทยกรและผู้เรียบเรียงเสียงประสาน เผยว่าดนตรีในยุค รัชกาลที่ 7 ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านที่ดนตรีไทยและตะวันตกเริ่มผสมผสานกัน

 

คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงนำบทเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงโปรดของพระองค์ท่านมาตีความใหม่ผ่านวงออร์เคสตรา เช่น เพลง 'เขมรละออองค์' และ 'โหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง'

เปิดเบื้องหลังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ รำไพพรรณีขัตติยนารี

"การประพันธ์และเรียบเรียงดนตรีครั้งนี้ ผมตั้งใจออกแบบให้คน 3 กลุ่มเข้าถึงได้ทั้งหมด คือ คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนดนตรีก็ฟังได้ไพเราะ เด็กเจเนอเรชันใหม่ (Gen Z / Gen Alpha) ฟังแล้วเข้าใจได้ทันทีผ่านเสียงประสานที่ทันสมัย และนักวิชาการดนตรีฟังแล้วก็เห็นถึงโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบ"

 

"ชีวิตของพระองค์ท่านเปรียบเหมือน Fairy Tale ของเมืองไทย ที่มีทั้งความงดงามและความท้าทาย ซึ่งดนตรีจะเป็นเครื่องมือที่ขยายอารมณ์เหล่านั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"

 

ร้อยรัดเรื่องราวผ่านพิพิธภัณฑ์ไร้กาลเวลา

 

เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ให้เข้ากับผู้ชมยุคปัจจุบัน สุวรรณดี จักราวรวุธ  ผู้กำกับการแสดงจาก Dreambox เลือกใช้การเล่าเรื่องผ่านเส้นเรื่องของ "พิพิธภัณฑ์"

 

"เราให้ตัวละครครูและนักเรียนหลงเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ และพบกับบุรุษลึกลับที่พาย้อนอดีตไปติดตามเรื่องราวของพระองค์ท่านตั้งแต่พระเยาว์ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงบั้นปลายชีวิต"

 

"การผสมผสานภาพยนตร์จดหมายเหตุหาชมยากเข้ากับการแสดงละครเวทีและการบรรเลงออร์เคสตรา จะช่วยดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมให้เพลิดเพลิน ซาบซึ้ง และได้เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างแนบเนียน ไร้รอยต่อในทั้ง 5 องก์ของการแสดง"

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์แห่งศิลป์และการให้

 

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ “ดั่งแสงอรุณรุ่ง…รำไพพรรณีขัตติยนารีศรีสยาม” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล (ความยาว 90 นาที)

 

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายบัตร จะถูกนำไปสานต่อ "การให้" ตามรอยพระราชจริยาวัตร ทั้งการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, มอบทุนการศึกษาแก่วิทยาลัยพยาบาลฯ และสนับสนุนโครงการ ‘โรงงานยามีชีวิต’ ของมหาวิทยาลัยมหิดล  
 

ข่าวล่าสุด

ทรู เปิดบ้านต้อนรับ บยสส. รุ่น 5 แลกเปลี่ยนมุมมองสื่อยุค AI

ทรู เปิดบ้านต้อนรับ บยสส. รุ่น 5 แลกเปลี่ยนมุมมองสื่อยุค AI