
Adizero Adios Pro 5 ต่อยอดเทคโนโลยี Pro Evo 3 เบาลง 12.5% ลุยสนามแข่ง
อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 รองเท้าวิ่งระดับ Super Shoe พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีจาก Pro Evo 3 พร้อมลดน้ำหนัก 25 กรัม
KEY
POINTS
- อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 รองเท้าวิ่งสำหรับการแข่งขันที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Pro Evo 3 โดยมีน้ำหนักเบาลง 12.5% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
- นำเทคโนโลยีโครงสร้างคาร์บอนรูปแบบใหม่ “ENERGYRIM” มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งจัดวางรอบพื้นรองเท้าชั้นกลางเพื่อเพิ่มความมั่นคงและการส่งแรง
- ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน โดยสามารถเพิ่มการคืนพลังงานได้ 9% ด้วยโฟม LIGHTSTRIKE PRO และโครงสร้างใหม่
อาดิดาสส่ง Adizero Adios Pro 5 รุกตลาดรองเท้าวิ่งแข่งขัน
อาดิดาสเดินหน้าตลาดรองเท้าวิ่งสมรรถนะสูง เปิดตัว “Adizero Adios Pro 5” รองเท้าวิ่งระดับ Super Shoe (รองเท้าวิ่งสำหรับการแข่งขันที่เน้นประสิทธิภาพ) รุ่นใหม่
ซึ่งพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้จาก Adizero Adios Pro Evo 3 โดยให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนัก การคืนพลังงาน และความมั่นคงในการวิ่งระยะไกล
จุดเด่นสำคัญของ Adizero Adios Pro 5 คือการลดน้ำหนักลงเหลือเฉลี่ย 175 กรัม เบากว่า Adizero Adios Pro 4 ราว 25 กรัม หรือ 12.5%
ขณะที่อาดิดาสระบุว่าสามารถเพิ่มการคืนพลังงานได้ 9% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เพื่อช่วยให้นักวิ่งรักษาความเร็วได้ต่อเนื่องตลอดการแข่งขัน
การพัฒนารองเท้ารุ่นใหม่นี้ยังนำเทคโนโลยีจาก Adizero Adios Pro Evo 3 มาต่อยอด โดยเปลี่ยนจากโครงสร้าง ENERGYRODS มาเป็น “ENERGYRIM”
ซึ่งเป็นโครงสร้างคาร์บอนรูปแบบใหม่ที่จัดวางรอบพื้นรองเท้าชั้นกลาง เพิ่มพื้นที่สำหรับโฟม LIGHTSTRIKE PRO และปรับระดับความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อเพิ่มความมั่นคงและช่วยส่งแรงในแต่ละก้าว
นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยี ENERGYRIM ถูกนำมาใช้ในรองเท้ากลุ่ม Pro Series ของอาดิดาส โดยสามารถสังเกตเห็นโครงสร้างคาร์บอนได้บริเวณรอบพื้นรองเท้าชั้นกลางและส่วนส้นรองเท้า
สเตฟาน โชลเทน (Stephan Scholten) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส กล่าวว่า การพัฒนารองเท้ารุ่นนี้เกิดจากการเรียนรู้จากนักกีฬาที่สามารถสร้างสถิติใหม่ โดยนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดเป็นรองเท้าสำหรับการแข่งขัน เพื่อช่วยให้นักวิ่งสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองได้สูงสุด
ล้วงลึกเทคโนโลยีหลัก 4 ด้าน
Adizero Adios Pro 5 มาพร้อมกับโครงสร้างและวัสดุที่ได้รับการพัฒนาใหม่หลายส่วน โดยนอกจาก ENERGYRIM และ LIGHTSTRIKE PRO แล้ว ยังมีพื้นรองเท้าชั้นนอก LIGHTTRAXION ที่พัฒนาจากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับวัสดุยาง Continental™
เพื่อเพิ่มการยึดเกาะพื้นผิว ขณะที่ยังคงน้ำหนักเบาและเพิ่มความทนทานสำหรับการวิ่งระยะไกล
ส่วนโฟม LIGHTSTRIKE PRO เจเนอเรชันล่าสุด ทำงานร่วมกับ ENERGYRIM เพื่อเพิ่มการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวและเพิ่มการคืนพลังงาน 9% เมื่อเทียบกับ Adizero Adios Pro 4
ขณะที่ตัวรองเท้าใช้โครงสร้าง LIGHTLOCK 2.0 ซึ่งออกแบบโซนระบายอากาศใหม่ พร้อมแถบซัพพอร์ตด้านในและโครงสร้างบริเวณส้นเท้าที่ช่วยเพิ่มความมั่นคง โดยยังลดน้ำหนักและเพิ่มความสบายระหว่างการแข่งขัน
อาดิดาสระบุว่า Adizero Adios Pro 5 ผ่านกระบวนการทดสอบหลายรูปแบบ ทั้งการทดลองกับนักกีฬาจำนวน 25 คนจากเคนยา เอธิโอเปีย และสหรัฐฯ
การทดสอบการใช้งานระยะยาว การตรวจสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการ และการวิจัยด้านชีวกลศาสตร์โดยหน่วยงานอิสระ
การพัฒนายังทำงานร่วมกับ Sabastian Sawe นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา ซึ่งอาดิดาสระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนานวัตกรรมรองเท้าสำหรับการแข่งขัน
สำหรับภาพรวมของ Adizero ตั้งแต่ปี 2023 อาดิดาสระบุว่า รองเท้าตระกูลดังกล่าวมีส่วนช่วยให้นักกีฬาของแบรนด์สร้างสถิติโลก 5 ครั้ง และคว้าชัยชนะในรายการสำคัญมากกว่า 30 รายการ
รวมถึงชัยชนะในรายการเวิลด์เมเจอร์ 8 ครั้ง การสร้างสถิติระดับประเทศ 9 ครั้ง และสถิติสนามแข่งขัน 7 ครั้ง
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงในการแข่งขันมาราธอนและสถิติของนักกีฬา เป็นข้อมูลตามที่อาดิดาสระบุในเอกสารประชาสัมพันธ์ของบริษัท
Adizero Adios Pro 5 เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 ราคา 9,200 บาท ผ่านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, แอปพลิเคชันอาดิดาส, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์, LINE @adidasthailand, ร้านอาริ รันนิ่ง, ร้านซูเปอร์สปอร์ต และร้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำที่ร่วมรายการ







