
แมริออทลุยตลาดแต่งงานจากในเมืองถึงวิวทะเล ดึง 32 โรงแรมทั่วไทยชิงคู่รัก
แมริออท บอนวอย เปิดเกมรุกตลาดงานแต่ง รวม 32 โรงแรมทั่วไทย รับคู่รักตั้งแต่งานหรูในเมืองถึงวิวทะเล พร้อมแพ็กเกจครบวงจร
KEY
POINTS
- แมริออท บอนวอย เปิดตัวแคมเปญ “Marry Me at Marriott” โดยรวบรวมโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ 32 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อเจาะตลาดคู่รักที่ต้องการจัดงานแต่งงาน
- นำเสนอสถานที่จัดงานแต่งงานที่หลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ไปจนถึงรีสอร์ตริมทะเลในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อรองรับงานทุกรูปแบบและงบประมาณ
- เตรียมจัดงานเวดดิ้งโชว์เคสในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เพื่อให้คู่รักได้เลือกสถานที่ แพ็กเกจ และพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองในงาน
แมริออท บอนวอย เดินหน้ารุกตลาดงานแต่งงานในไทย เปิดแคมเปญ “Marry Me at Marriott”
ดึงเครือข่ายโรงแรมและรีสอร์ต 32 แห่งทั่วประเทศเข้ามาเป็นทางเลือกสำหรับคู่รัก ตั้งแต่งานแต่งงานในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ
ไปจนถึงการจัดพิธีริมทะเลในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมนำบริการจัดงาน อาหาร การตกแต่ง และพันธมิตรด้านงานแต่งมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
แมริออทจะจัดงานเวดดิ้งโชว์เคสเต็มรูปแบบในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ห้องไทยจิตรลดา แกรนด์ บอลรูม โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค
เพื่อเปิดโอกาสให้ว่าที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวเข้ามาเลือกสถานที่และรูปแบบการจัดงาน รวมถึงพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของโรงแรมแต่ละแห่งโดยตรง
จุดสำคัญของแคมเปญครั้งนี้ คือการขยายตลาดงานแต่งจาก “สถานที่จัดงาน” ไปสู่ “ประสบการณ์การแต่งงานครบวงจร”
โดยแมริออทนำโรงแรมในหลายทำเลมารองรับรูปแบบงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานแต่งขนาดใหญ่ งานเลี้ยงในเมือง งานเฉลิมฉลองแบบเป็นส่วนตัว ไปจนถึงงานแต่งงานปลายทาง (Destination Wedding) ที่คู่รักเดินทางไปจัดงานในเมืองท่องเที่ยว
เครือข่ายที่เข้าร่วมมีทั้งโรงแรมระดับหรูและรีสอร์ตในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ระยอง หัวหิน ภูเก็ต เขาหลัก เกาะสมุย และกระบี่ ทำให้คู่รักสามารถเลือกบรรยากาศของงานได้ตามรูปแบบและงบประมาณ ตั้งแต่ห้องบอลรูมในเมือง ไปจนถึงรีสอร์ตริมชายหาด
จับตลาด “แต่งงานปลายทาง” เชื่อมโรงแรมกับท่องเที่ยว
อีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจคือ งานแต่งงานปลายทาง (Destination Wedding) ซึ่งเป็นตลาดที่เชื่อมโยงธุรกิจจัดงานแต่งเข้ากับธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง
เพราะไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากค่าจัดเลี้ยงหรือห้องพัก แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเดินทาง ที่พัก อาหาร กิจกรรม และการใช้บริการของแขกที่เดินทางมาร่วมงาน
การนำโรงแรมในจุดหมายท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต พัทยา หัวหิน เขาหลัก และเกาะสมุย เข้ามาอยู่ภายใต้แคมเปญเดียวกัน จึงเปิดทางให้แมริออทนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายสำหรับการจัดงานแต่งงาน พร้อมต่อยอดไปสู่การพักผ่อนและฮันนีมูนของคู่รัก
สำหรับคู่รักที่สนใจ งาน “Marry Me at Marriott” จะรวบรวมทีมผู้เชี่ยวชาญจากโรงแรมแต่ละแห่งมาให้คำแนะนำ
ตั้งแต่การเลือกสถานที่ แพ็กเกจงานแต่ง การตกแต่ง ไปจนถึงเมนูอาหาร โดยมีพันธมิตรในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ทั้งผู้จัดงาน ชุดแต่งงาน เครื่องประดับ ช่างแต่งหน้า ระบบแสงและเสียง ช่างภาพ และทีมวิดีโอ
อาหาร-บริการ กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง
ในตลาดงานแต่งงาน นอกจากสถานที่แล้ว “อาหาร” เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้กับเจ้าภาพและแขก แมริออทจึงนำบริการจัดเลี้ยงจากโรงแรม 6 แห่งในกรุงเทพฯ มาจัดแสดงภายในงาน
ได้แก่ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ, เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ, ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, แมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท, แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ และแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค
นอกจากการทดลองชิมอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ออกแบบมาให้คู่รักเห็นภาพการจัดงานมากขึ้น ทั้งเวิร์กช็อปเครื่องดื่มสำหรับคู่รัก “His & Hers” การทำน้ำหอม การทำพวงกุญแจ ตู้ถ่ายภาพ และการวาดภาพสด รวมถึงการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่งงาน
ขณะเดียวกัน แมริออทใช้ข้อเสนอพิเศษเป็นเครื่องมือกระตุ้นการตัดสินใจ โดยคู่รักที่ลงทะเบียนล่วงหน้าและยืนยันการจัดงานแต่งงานกับโรงแรมที่ร่วมรายการภายในงาน มีสิทธิรับคะแนนโบนัส Marriott Bonvoy สูงสุด 30,000 คะแนน
ตามเงื่อนไขที่กำหนด แบ่งเป็น 15,000 คะแนนสำหรับการยืนยันจองแพ็กเกจแต่งงานภายในงาน และรับเพิ่มอีก 15,000 คะแนนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าและยืนยันการจองภายในงาน
ภาพรวมของ “Marry Me at Marriott” จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงแพ็กเกจแต่งงาน แต่เป็นการนำสินทรัพย์ด้านโรงแรม ร้านอาหาร ห้องจัดเลี้ยง รีสอร์ต และเครือข่ายพันธมิตร มารวมกันเพื่อเจาะตลาดคู่รักโดยเฉพาะ ตั้งแต่ขั้นตอนเลือกสถานที่ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ตลอดช่วงเวลาสำคัญของชีวิต







