posttoday
วิราภา พฤทธิพันธุ์ เรียน-เล่นเป็นเวลา

วิราภา พฤทธิพันธุ์ เรียน-เล่นเป็นเวลา

27 มกราคม 2553

ความรู้สึกของ ฝ้าย-วิราภา หลังครองตำแหน่งชนะเลิศ เวที ซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล เต็มที่แล้วกับประสบการณ์ใหม่ ขอทุ่มเทให้กับการเรียนในปีสุดท้าย

ความรู้สึกของ ฝ้าย-วิราภา หลังครองตำแหน่งชนะเลิศ เวที ซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล เต็มที่แล้วกับประสบการณ์ใหม่ ขอทุ่มเทให้กับการเรียนในปีสุดท้าย

โดย...อนุสรา ทองอุไร

บ้านเรานี่มีการประกวดนางงามมากมายหลายเวทีจริงๆ เวทีที่เพิ่งจัดประกวดเพียงปีที่ 3 แม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่ก็ได้รับความสนใจมากพอสมควรคือ เวทีซาบีน่า ดูม ดูม เกิร์ล และเราก็ได้มารู้จักเธอใกล้ชิดขึ้นอีกนิด กับ ผู้ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของปี 2009 คือน้องฝ้าย วิราภา พฤทธิพันธุ์ อายุ 21 ปี เรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะบริหารธุรกิจ

 

วิราภา พฤทธิพันธุ์ เรียน-เล่นเป็นเวลา

 

ประสบการณ์ 1 ปีบนเวทีสาวงาม
น้องฝ้าย บอกว่า นี่เป็นเวทีแรกและเป็นเวทีสุดท้าย เธอไม่คิดจะประกวดอะไรอีกแล้ว ที่มาประกวดเวทีนี้เพราะแรงยุจากคนรอบข้างและอยากจะลองหาประสบการณ์ดูบ้าง เมื่อได้รู้แล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องค้นหาอีก พอมีประสบการณ์หอมปากหอมคอก็พอแล้ว

1 ปีในการรับตำแหน่ง น้องฝ้ายก็ต้องทำกิจกรรมกับงานอีเวนต์ต่างๆ ของ บริษัท ซาบีน่า และในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ซึ่งจะมีงานใหญ่ๆ ประมาณปีละ 3-4 ครั้ง โดยปีนี้จะมีงานใหญ่คือการรณรงค์เย็บเต้าให้กับผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมและต้องตัดหน้าอก รวมทั้งถ่ายปฏิทินให้กับชุดชั้นในซาบีน่า ทุกอย่างก็เป็นเรื่องแปลกใหม่ที่น้องฝ้ายไม่เคยทำมาก่อน

หน้าที่หลักคือเรียน
ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว มีคุณแม่ดูแล ใกล้ชิด ตอนนี้หน้าที่หลักก็คือเรียนให้จบตามเป้าหมายภายใน 4 ปี ที่ผ่านมาเวลาทุกอย่างจึงทุ่มเทให้กับการเรียน เพราะการเรียนที่เอแบคนั้นยากพอสมควร ต้องใช้ภาษาอังกฤษทุกวิชา เวลาที่เหลือ ก็ต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ยากๆ เพื่อรักษาเกรดให้ดีเอาไว้

"90% เวลาตอนนี้คือเรียนกับเรียนพิเศษ เพราะหนูอยู่ปี 3 แล้ว เรียนหนักขึ้นเพื่อให้จบ 4 ปีพอดี โชคดีที่ซาบีน่า เข้าใจ จัดโปรแกรมการทำงานให้นอกเหนือเวลาเรียนและวันหยุด เพื่อจะได้ไม่เสียการเรียน ทุกอย่างเลยไปได้ดีไม่มีปัญหา"

เพื่อนช่วยเพื่อน
แรกๆ ที่มาเรียนที่นี่ต้องปรับตัวเยอะในเรื่องภาษา เพราะจบชั้นมัธยมปลายมาปกติ ไม่ได้เรียนอินเตอร์ แต่ก็ไม่ท้อเพราะตั้งใจจะมาเรียนที่เอแบคแต่แรก เมื่อมีปัญหาก็ค่อยๆ แก้ไป อ่อนวิชาไหนก็ไปเรียนพิเศษวิชานั้นเพิ่ม ที่สำคัญก็คือต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นๆ ถ้าเรารู้ว่าเราอ่อนวิชาไหน เราต้องขยันมากขึ้น โชคดีว่ากลุ่มเพื่อนที่คบกันอยู่เป็นเด็กเรียนทั้งหมด ก็เลยชวนกันเรียนไม่ชวนกันเที่ยวเท่าไหร่

"เราทุกคนในกลุ่มก็ชวนกันเรียนให้หนักขึ้น เรื่องเที่ยวเอาไว้ทีหลัง พยายามดูแลประคับประคองช่วยติวให้กัน โดย ให้ทุกคนเกรดออกมาเกาะกลุ่มกันไว้ที่ 2.4-2.5 ถ้าเกรดต่ำกว่านี้พวกเราจะลำบาก เพื่อนกันรักกันก็ชวนกันไปให้ได้ดี"

เรียน-เล่นเป็นเวลา
น้องฝ้าย บอกว่า ทุกคนมีหน้าที่ของตน และพยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เป็นนักเรียนก็เรียนให้ดี จัดเวลาให้เป็น จะเที่ยว จะเล่น ก็อย่าให้เสียการเรียน เพราะการเรียนเป็นอนาคตของเรา ถ้าเราเรียนดี จบดี ก็ได้ทำงานดี อยู่ในสังคมที่ดีและมีอนาคตที่ดี เพราะฉะนั้นการคบเพื่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเธอเป็นลูกคนเดียวก็อาจจะเหงาบ้าง แต่เธอก็มีญาติ พี่น้องในวัยใกล้เคียงกันจึงไม่เหงา ทั้งยังมีคุณแม่ที่สนิทกันมาก คุณแม่จึงเหมือนเพื่อนที่เปิดใจพูดคุยได้ทุกเรื่อง เพราะคุณแม่ก็ห่วงว่าจะเหงาแล้วไปติดเพื่อนมากเกินไป ครอบครัวจึงต้องอบอุ่น คุณแม่ให้เวลาเต็มที่ ติดเพื่อนให้พอดี ชีวิตจะได้ลงตัวไม่มีปัญหา

มีหนังสือเป็นเพื่อน
เธอว่าทุกชีวิตล้วนต้องมีปัญหามากบ้างน้อยบ้าง เป็นเด็กก็มีปัญหาแบบเด็ก ผู้ใหญ่ก็ปัญหาอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรมองโลกแง่ดีเข้าไว้ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ พยายามมองหาด้านดีของปัญหานั้นๆ เวลาจะช่วยคลี่คลายได้ในที่สุด เธอว่าเธอโชคดีที่คุณแม่ใจดีและไม่เคยกดดันลูกเลย เมื่อมีปัญหาคุณแม่อยู่เคียงข้างเสมอ เวลารู้สึกเครียด คุณแม่ก็ชวนไปซื้อต้นไม้ ไปร้านหนังสือ "ตั้งแต่เด็กคุณแม่จะปลูกฝังเรื่องการอ่านเป็นพิเศษ เวลาที่เหงาก็อ่านหนังสือการ์ตูน หนังสือแปล ก็ทำให้เราหายเบื่อหายเหงาไปได้เยอะ"

ทุกปัญหามีทางออก
อีกสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังจากคุณย่าก็คือ เวลามีปัญหาไม่สบายใจให้สวดมนต์ไหว้พระ จนเธอติดเป็นนิสัย เวลาไม่สบายใจน้องฝ้ายจะสวดมนต์บทยาวๆ แต่ถ้ายังเอาไม่อยู่น้องฝ้ายจะไปไหว้พระขอพรที่วัดอยู่บ่อยๆ ทุกปีๆ น้องฝ้ายจะไปไหว้พระ 9 วัดเป็นมงคลชีวิต เมื่อมีปัญหาคิดอะไรไม่ออกก็ไปจุดธูปขอพร ขอกำลังใจจากพระ ไปไหว้พระพรหม "หนูเคยไปนุ่งขาวห่มขาวถือศีล 3 วันมาแล้วก็รู้สึกดี ไม่กดดันอะไร ถ้ามีโอกาสก็จะไปอีก เพราะธรรมะช่วยให้เรามีสติ มีสมาธิ ใจเย็นขึ้น เวลาไปวัดจะรู้สึกร่มรื่นใจ ออกมาแล้วดีขึ้น แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม โชคดีที่คุณย่าชวนหนูไปวัด ใส่บาตรตอนเด็ก ทำให้มีวัคซีนใจไว้ดูแลตนเองเมื่อรู้สึกแย่ๆ"

มิน่า!!! ทำไมสาวน้อยคนนี้จึงดูสวยเยือกเย็นเช่นนี้ เพราะชอบเข้าวัดทำบุญนี่เอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท