posttoday
'มณฑิตา แสงเพชร' ภูมิใจในบ้านเกิด

'มณฑิตา แสงเพชร' ภูมิใจในบ้านเกิด

27 มกราคม 2553

สาวน้อยหน้าใสจาก จ.พะเยา ที่แสนภูมิใจในบ้านเกิด กับความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น "นางฟ้าบนเรือกำปั่นเหาะ"

สาวน้อยหน้าใสจาก จ.พะเยา ที่แสนภูมิใจในบ้านเกิด กับความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น "นางฟ้าบนเรือกำปั่นเหาะ"

โดย...อนุสรา ทองอุไร

สําหรับเด็กหนุ่มเด็กสาวส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด กรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองในฝันเมืองฟ้าอมรที่พวกเขาอยากจะเข้ามาเห็นแสงสี เห็นความศิวิไลซ์ ความทันสมัยต่างๆ ที่สังคมนอกเมืองไม่มี หรือมีน้อยมาก เป็นธรรมดาที่พวกเธอและเขาเหล่านั้นอยากจะมาเผชิญโชค อยากมาเรียนต่อในเมืองหลวงของประเทศ ที่คิดว่าท้องถิ่นดั้งเดิมมีไม่พอ แต่คงไม่ใช่สำหรับเด็กสาวคนนี้จาก จ.พะเยา ที่เธอแสนจะภูมิใจกับบ้านเกิดของเธออย่างยิ่ง

 

'มณฑิตา แสงเพชร' ภูมิใจในบ้านเกิด

 

ภูมิใจในความเป็นคนภาคเหนือ
นักศึกษาหน้าใสจากมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ มณฑิตา แสงเพชร หรือน้องแอ๊ป กำลังเรียนอยู่ ที่สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ถือว่าเป็นเด็กกิจกรรมตัวยง ทั้งงานในมหาวิทยาลัยและนอกมหาวิทยาลัย เรียกว่าเรียนดีกิจกรรมเด่น มีทั้งประสบการณ์การเข้าประกวด ได้รางวัลก็เคยมาแล้ว ก่อนหน้านี้เคยเข้าประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล และได้รับตำแหน่งรางวัลชนะเลิศการประกวดนางนพมาศของ จ.พะเยา บ้านเกิดของเธอเมื่อปีที่ผ่านมา

หลังจากจบมัธยมปลายที่ จ.พะเยา แล้วน้องแอ๊ป ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเลือกในเขตภาคเหนือทั้งสิ้น แต่เมื่อพลาดการเอนทรานซ์ น้องแอ๊ปก็พุ่งเป้าหมายมาที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงทันที เนื่องจากเธอไม่อยากเรียนไกลบ้าน เพราะเธอเองไม่มีญาติๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ เลย อีกทั้งเธอรู้สึกกลัวกรุงเทพฯ อย่างมาก ที่สำคัญค่าครองชีพในกรุงเทพฯ ก็สูงมากด้วย หากมาอยู่แล้วคงเปลืองงบประมาณขึ้นเยอะเลย

"คุณพ่อเองก็เป็นห่วงไม่อยากให้มาเรียนที่กรุงเทพฯ ท่านเกรงว่าจะไม่ทันคน แล้วหนูก็กลัวกรุงเทพฯ ด้วย เพิ่งเคยเข้ากรุงเทพฯ เพียงครั้งเดียว แล้วก็ไม่ค่อยชอบกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ทุกคนรีบกันหมดเลย หนูมาอยู่ก็คงทำอะไรไม่ทันใครเขา อยู่ที่นี่รถไม่ติด คนใจเย็นไม่ค่อยรีบร้อน ไปไหนก็ใจเย็นๆ ได้ คนกรุงเทพฯ รีบร้อนจนกลายเป็นคนเครียด คงยากที่ตัวเองจะปรับตัวได้ หนูชอบสังคม ชอบชีวิตแบบชาวเหนือมากกว่า กรุงเทพฯ ไม่เหมาะกับหนูเท่าไหร่"

การอยู่หอทำให้มีระเบียบวินัย
ตลอดเวลาการเรียนที่นี่ 3 ปีกว่าของเธอ น้องแอ๊ปใช้ชีวิตชาวหอมาโดยตลอด และยังเป็นหอพักของมหาวิทยาลัยเสียด้วย เธอบอกว่า ข้อดีของเด็กหอ ก็คือการฝึกให้มีระเบียบวินัย และรู้จักแบ่งปันกับเพื่อนๆ เพราะต้องอยู่ด้วยกันเป็นเวลาหลายปี ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรอใช้ห้องน้ำ ซึ่งผู้หญิงอยู่ด้วยกันแล้วแต่ละคนจะอาบน้ำนาน เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ถ้าถือเอาเป็นอารมณ์เสียทุกสิ่งทุกอย่าง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

"หนูเรียนที่นี่มา 3 ปี ก็อยู่หอของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด เพราะถูกและดีกว่าหอข้างนอก ที่สำคัญก็คือใกล้ เราไม่ขี้เกียจเดินทาง เดินมาเรียนได้ใกล้ๆ ที่สำคัญเราต้องมีความรับผิดชอบ เพราะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน เรื่องอาหารการรับประทาน เสื้อผ้า รวมถึงการเรียน อย่าขี้เกียจ หน้าที่ของเราคือเรียน ไม่ใช่ ไม่มีผู้ใหญ่คอยกำกับดูแลแล้วจะทำอะไรก็ได้ เพราะชะล่าใจว่าผู้ใหญ่ไม่รู้ไม่เห็น ผลเสียจะตกแก่ตัวเราเอง อีกข้อดีก็คือการมาอยู่หอทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง จะได้เอาเวลาที่เหลือมาออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกับคณะ หรือช่วยงานที่มหาวิทยาลัย เรียกว่าได้ใช้ประโยชน์จากเวลาอย่างรู้คุณค่าอย่างแท้จริง"

รู้จักพอเพียงให้สมฐานะ
น้องแอ๊ปมีพี่สาวอีก 1 คน แม้จะห่างกันถึง 8 ปี แต่ก็มีความใกล้ชิดสนิทสนม มีอะไรก็ปรึกษาพี่สาวได้ตลอดเวลา เพราะพี่สาวก็ห่วงว่าวัยรุ่นสมัยนี้จะยึดติดเรื่องวัตถุนิยมกันมาก และดูจะหนักไม่เอาเบาไม่สู้ รู้สึกฉาบฉวยรักสบายในสายตาของผู้ใหญ่ พี่จะคอยเตือนเรื่องนี้เสมอ

"หนูก็จะฟังที่พี่เขาสอน เพราะบ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวย จะซื้อจะทำอะไรก็ต้องนึกถึงที่บ้านว่าพ่อแม่จะหนักไปหรือไม่ อย่าฟุ้งเฟ้อเกินฐานะ โชคดีที่หนูก็ไม่ได้ใช้อะไรแล้วต้องเป็นแบรนด์เนม แต่ดูที่กำลังซื้อของตัวเองว่าเรามีได้แค่ไหน ที่ผู้ใหญ่เขาพูดเขาสอนเขาก็หวังดีกับเราจริงๆ ไม่อยากเห็นเราผิดพลาด ตกต่ำ"

อยากเป็น "นางฟ้าเรือกำปั่นเหาะ"
สำหรับความใฝ่ฝันถึงอนาคตหลังจากเรียนจบก็คือ อยากจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แอ๊ป บอกว่า ไม่ชอบหากทำงานประเภทนั่งโต๊ะอยู่กับที่ตลอดเวลา อีกเหตุผลก็คืออยากจะได้ใช้ภาษาด้วย ถ้าหากเรียนจบแล้วแต่เศรษฐกิจก็ยังไม่ดีอยู่ ก็อาจจะเรียนทางภาษาต่อเพื่อทำตัวเองให้พร้อมเรื่องภาษาให้มากที่สุด แต่ถ้าไม่ได้เป็นแอร์โฮสเตท ก็อาจจะเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ เพราะเธอจบสายวิทยาศาสตร์ หรือไม่ก็เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ เพราะอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติมีคุณค่ากับสังคม

มีธรรมะช่วยกล่อมเกลาจิตใจ
นอกจากยึดถือคำสอนสั่งของผู้ใหญ่แล้ว เมื่อมีปัญหาเธอจะพยายามมองโลกในแง่ดีว่า ถ้าเราคิดดี ทำดี ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง มองโลกแง่ดีก็จะทำใช้ชีวิตมีความสุขได้ง่ายขึ้น และพยายามหมั่นสวดมนต์ไหว้พระเสมอๆ ถ้ารู้สึกไม่สบายใจมากๆ ก็จะพยายามนั่งสมาธิบ่อยๆ เพื่อให้ทบทวนและได้อยู่กับตัวเองนิ่งๆ สักพัก จะได้เกิดปัญญา
"และการที่เราเป็นชาวพุทธที่ดีก็ควรจะได้ใส่บาตร ทำบุญ ให้ทานบ้าง เพื่อให้จิตใจอ่อนโยนรู้จักให้ ตัดกิเลสนิดๆ หน่อยๆ ออกจากตัว จะช่วยทำให้รู้สึกเบา สบายใจขึ้นได้"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท