
ไขรหัสลับคนดังในอดีตกับ ทราย-วรรณพร ฉิมบรรจง
สัมผัสกับความประทับใจเล็กๆ ที่กลายเป็นงานศิลป์อันทรงคุณค่าและความหมายของ ทราย-วรรณพร ฉิมบรรจง
สัมผัสกับความประทับใจเล็กๆ ที่กลายเป็นงานศิลป์อันทรงคุณค่าและความหมายของ ทราย-วรรณพร ฉิมบรรจง
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวอารมณ์แห่งความประทับใจเล็กๆ ของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่มีต่อประโยคสั้นๆ จากปากบุคคลสำคัญของโลกในอดีต แต่มันก็ได้กลายมาเป็นงานศิลป์อันทรงคุณค่าและความหมายแล้วในวันนี้ โดยฝีมือการสร้างสรรค์ของ ทราย-วรรณพร ฉิมบรรจง อดีตนางสาวไทยและดาราชื่อดัง ผู้หันหลังให้โลกมายา ก้าวสู่เส้นทางสายศิลปะอย่างเต็มตัว เธอมาพร้อมกับนิทรรศการจิตรกรรมที่ชื่อว่า "Past>>>>Words" ซึ่งกำลังจัดแสดงอยู่ ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้-31 ม.ค. 2553
ผลงานทั้งหมด 21 ภาพของเธอชุดนี้ เจ้าตัวเปรียบไว้ว่าเป็นดั่งรหัสลับที่ถูกลืมในอดีต ที่ยังรอให้ผู้คนเข้ามาค้นหา
จะอย่างไร และทำไม? นั้น ลองไปฟังคำตอบกันดู
"ทรายเริ่มวาดรูปชุดนี้โดยยังไม่ได้คิดว่าจะนำไปจัดแสดงที่ไหน จะเรียกว่าเป็นผลงานที่วาดเล่นๆ ก็ได้ คล้ายๆ กับการฝึกซ้อมฝีมือในการวาดภาพเหมือนของเรา เนื้อหาเรื่องราวจะเป็นการถ่ายทอดถ้อยคำในประโยคสั้นๆ ของคนดังของโลกกว่า 20 คนในอดีต แต่ละคำพูดเหล่านี้มันกินใจเรามาก ซึ่งหลายประโยคในที่นี้ทุกคนคงเคยได้ยินมานานแล้ว บางประโยคหลายคนเคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้พูด และอีกบางประโยคเป็นคำพูดที่ไม่ค่อยมีใครเคยได้ยินของคนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ทั้งหมดทั้งปวง เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคำพูดจากปากของพวกเขา เป็นคำพูดที่มีชื่อเสียงที่สุด และสามารถสั่นสะเทือนโลกทั้งใบได้"
หลายประโยคแม้จะไม่รู้จักว่าใครเป็น ผู้พูด แต่ก็สามารถให้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเธอได้ เธอจึงตั้งหน้าตั้งหน้าค้นคว้าตะลุยทำความรู้จักบุคคลผู้นั้น ผ่านบทสัมภาษณ์เก่าๆ ประวัติชีวิตในหนังสือหลายเล่ม และอื่นๆ จนกระจ่างแจ้งว่าสิ่งที่ต้องการจะสื่อให้คนทั้งโลกรู้ของคนคนนั้นคืออะไร
"เหมือนกับไปได้ยินคำพูดของคนคนหนึ่ง แล้วประทับใจ จนอยากจะทำความรู้จักกับผู้พูดให้มากขึ้นเท่านั้นเอง" ทราย บอกอย่างนั้น
ไล่ตั้งแต่ภาพ บ็อบ มาร์ลีย์ ศิลปินเร็กเก้ระดับตำนานชาวจาเมกา กับประโยคที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาประโยคหนึ่ง "Stand up for your rights !" (ลุกขึ้นเพื่อสิทธิของ คุณ!) อองซานซูจี สตรีชาวพม่าเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ "Human beings the world over need freedom" (มวลมนุษย์ในโลกล้วนต้องการเสรีภาพ) เช เกวารา นักปฏิวัติชื่อดังชาวอาร์เจนตินา "If you tremble indignation at every injustice then you are a comrade of mine" (หากคุณตัวสั่นเทาเมื่อเห็น ความอยุติธรรม คุณคือสหายเรา) เจนิส จอพพลิน ศิลปินเพลงบลูส์ยุคซิกซ์ตีส์ "Being an intellectual creates a lot of questions and no answers" (ปัญญาชนคือนักตั้งคำถามมากมายซึ่งไร้คำตอบ)
เหมาเจ๋อตง อดีตประธานาธิบดีจีน "Communism is not love but is a hammer which we use to crush the enemy" (คอมมิวนิสต์ไม่ใช่ความรัก แต่คือค้อนซึ่งเราใช้ฟาดฟันศัตรู) แม่ชีเทเรซา "Do not wait for leaders, Do it alone person to person" (อย่ารอคอยผู้นำ จงกระทำลำพังโดยตน) ซีโมน เดอ บัวร์ นักเขียนหญิงชาวฝรั่งเศส "One is not born a women, but becomes one" (เราไม่ได้เกิดมาเป็น ผู้หญิง แต่ถูกทำให้ต้องเป็น) มาจนถึงบุคคลสำคัญของพระพุทธศาสนาและเมืองไทย อย่างองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า "สัตวโลกย่อมเป็นไปตามกรรม" และท่านพุทธทาสภิกขุ "ความทุกข์เกิดที่จิต เพราะเห็นผิด เมื่อผัสสะ" ฯลฯ
ศิลปินสาวได้ใช้เทคนิคการวาดภาพเหมือน (Portrait) มาประกอบกับถ้อยคำสั้นๆ (Word) โดยเลือกเอาสีอะครีลิกมา สร้างสรรค์แต่งแต้มตามสไตล์เฉพาะตัว
"ภาพพอร์เทรตของเจ้าของคำพูดพร้อมกับตัวอักษรคำพูดนั้นๆ ก็เปรียบเสมือนภาพวาดได้ส่งเสียงออกมา อีกนัยหนึ่ง "Past>>>>Words" เป็นเหมือนรหัสลับในอดีตที่รอให้ผู้คนเข้ามาค้นหา หรืออาจเป็นรหัสไม่ลับที่กำลังจะถูกลืมให้ยุคปัจจุบัน คำพูดเหล่านี้ทุกคนได้พูดมานานตั้งแต่สมัยหลายสิบปีที่แล้ว หรือนานเป็นพันๆ ปี เราในฐานะคนที่ได้ยินได้ฟังนั้น จะมีใครสักคนตระหนักถึงความหมายของมันอย่างถ่องแท้บ้าง คำพูดนี้เปลี่ยนแปลงอะไรโลก เปลี่ยนแปลงอะไรคนได้มากแค่ไหน หลายคำพูดแม้ประทับใจเรา แต่เราสามารถทำอะไรกลับได้บ้างไหม ...คำตอบคือไม่ได้ เพราะอะไรถึงไม่ได้ เป็นไปได้ไหมว่ามันคือรหัสลับที่เราแก้ไม่ได้ คือรหัสลับในอดีตที่ผู้คนในยุคนี้กำลังจะลืมเลือนมันไป"
เจ้าของผลงานยังบอกอีกว่า สำหรับผลงานชิ้นสุดท้ายขนาดใหญ่ที่เป็นภาพเด็กน้อยถือระเบิดมือข้างหนึ่ง รายรอบตัวเต็มไปด้วยคำพูด คำคม ประโยคมีชื่อเสียงที่เราเคยได้ยินมาตั้งแต่เกิดจนตาย เธอให้ความหมายว่า เหมือนทุกวันนี้คนเราเกิดมาเพื่อการต่อสู้ มือที่ถือระเบิดเป็นสัญลักษณ์อันหมายถึงพร้อมที่จะสู้มาตั้งแต่เกิด
"คำพูดของผู้ใหญ่ที่พูดออกมาตลอด เด็กที่เกิดมาเขาจะทำอะไรได้มากไปกว่ารับฟัง ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจ เช่น คำว่า Stop the war หยุดสงคราม แล้วจะหยุดยังไงล่ะ ความหวัง ความฝัน เป็นสิ่งสวยงาม คืออะไร จับต้องได้ไหม สันติภาพ สิ่งดีงามที่ผู้คนไขว่คว้า แล้วจะทำอย่างไรล่ะถึงจะได้มันมา เสรีภาพ สิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรมี แล้วมันมีจริงหรือเปล่าล่ะ" ทราย อธิบายพร้อมยกตัวอย่างไว้น่าฟัง
ปัจจุบัน ทราย-วรรณพร ฉิมบรรจง ห่างหายไปจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ไปนาน นั่นก็เพราะว่าเธอหันหลังให้กับวงการบันเทิง วงการสังคมอย่างไม่ไยดี เราอาจจะพบเธอบ้างตามนิทรรศการศิลปะต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ด้วยมาดอาร์ติสต์สาวสุดเซอร์ หรืออาจจะไปเจอเธอในป่าที่ไหนสักแห่งในประเทศ ในฐานะนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นไปได้ทั้งนั้น
"เขียนรูปทุกวันเลยค่ะ ไฟแรงสุดๆ" เธอยิ้มสดชื่น "ไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย ออกจากชีวิตนักแสดง ก็ตัดสินใจมาทำงานศิลปะที่เราใฝ่ฝันมาตลอด นี่ก็ปาเข้าไปปีที่ 7 แล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง รู้สึกว่าชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น เพราะได้ทำในสิ่งที่ใจอยาก เขียนรูป ทำงานศิลปะ ถ้าขายได้บ้างก็ดี (หัวเราะ) มีเวลาก็เข้าป่าไปทำงานอนุรักษ์ มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
คนอื่นจะคิดยังไงไม่รู้ แต่การวาดรูปสำหรับเราไม่ใช่แค่วาดรูปเฉยๆ แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ถ้าเราไม่ต้องการอยาก จะบอกอะไร เราก็คงไม่วาด ไม่รู้จะวาด ไปทำไม" เป็นความในใจของ ทราย วรรณพร ที่มีต่องานศิลปะที่เธอรัก
ลองไขรหัสลับในอดีตที่ศิลปินสาวผู้นี้ นำมาเสนอดู เราอาจจะรู้ว่ามีอะไรอีกมากมายซ่อนอยู่ในภาพเหล่านั้น







