ไอคอนสยาม ปั้นสงกรานต์ไทยสู่เวทีโลก ดันซอฟต์พาวเวอร์
ไอคอนสยามผนึกภาครัฐ-เอกชน จัดสงกรานต์ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ผสานวัฒนธรรม-บันเทิง ดันไทยสู่ Global Festival กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว
KEY
POINTS
- ไอคอนสยามจัดงานมหาสงกรานต์เพื่อยกระดับเทศกาลไทยสู่เวทีโลก โดยผสมผสานวัฒนธรรมเข้ากับความบันเทิงร่วมสมัยเพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์
- เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองแห่งเทศกาลระดับโลก
- กิจกรรมในงานถูกออกแบบให้ครบวงจร ทั้งการเล่นน้ำ สืบสานวัฒนธรรม ความบันเทิงจากคอนเสิร์ต และกิจกรรมเสริมสิริมงคล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่าย
ไอคอนสยาม ปั้นสงกรานต์ไทยสู่ Global Festival ครบมิติธุรกิจ-ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม
ไอคอนสยาม ตอกย้ำบทบาทแลนด์มาร์กระดับโลก เดินหน้าจัดมหาปรากฏการณ์ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 : สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” ยกระดับเทศกาลปีใหม่ไทยสู่เวทีโลก ผ่านการผสาน “ทุนทางวัฒนธรรม” เข้ากับ “ประสบการณ์ความบันเทิงร่วมสมัย” อย่างครบวงจร
ภายใต้ภาพของ Global Experiential Destination งานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลเล่นน้ำ แต่คือโมเดลธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้เศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาพรวม
กลยุทธ์ธุรกิจ: ปั้น “Soft Power” ไทยให้ขายได้จริง
สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า
“ไอคอนสยามในฐานะผู้นำการจัด ICONIC EVENT ระดับโลก มุ่งนำเสนอเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยที่หาชมได้ยาก และยกระดับสงกรานต์ไทยสู่ Global Festival เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและทรงคุณค่า”
ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ
กระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตรธุรกิจหลากหลายแบรนด์ สะท้อน Ecosystem ที่เชื่อม “อีเวนต์–การท่องเที่ยว–การใช้จ่าย” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
โชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า“สงกรานต์ไม่ใช่แค่การสาดน้ำ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในระดับโลก ซึ่ง UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ การต่อยอดให้เป็น Soft Power คือการทำให้วัฒนธรรมไทย ‘ขายได้’ และสร้างรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก”
มุมท่องเที่ยว: กรุงเทพฯ สู่ Festival Destination
นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
“ปีนี้ ททท. มุ่งเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุข ตอกย้ำศักยภาพสงกรานต์ไทยสู่ Global Festival และยกระดับประเทศไทยเป็น Festival Destination ของโลก”
ททท. คาดการณ์ว่า ช่วง 11–15 เมษายน 2569 จะมีเงินสะพัดกว่า 30,350 ล้านบาท
นักท่องเที่ยวต่างชาติ 500,000 คน
นักท่องเที่ยวไทยเกือบ 6 ล้านคน-ครั้ง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า “สงกรานต์” ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
มิติไลฟ์สไตล์: สงกรานต์ครบประสบการณ์ในที่เดียว
งานถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้ง “นักท่องเที่ยว–คนเมือง–ครอบครัว” ผ่าน 4 แกนหลัก
1. THAICONIC WATER FESTIVAL
แลนด์มาร์กช้างยักษ์พ่นน้ำสูง 9 เมตร ริมเจ้าพระยา พร้อมโซนครอบครัว Kids Zone และนวัตกรรมโซลาร์เซลล์สำหรับเป่าแห้ง สะท้อนเทรนด์ “Sustainable Festival”
2. THAICONIC HERITAGE
ขบวนแห่นางสงกรานต์ การแสดงวัฒนธรรม และอาหารไทยกว่า 170 ร้าน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่าน “กิน–แต่ง–ชม–สัมผัส”
3. THAICONIC ENTERTAINMENT
คอนเสิร์ตจากศิลปินกว่า 300 ชีวิต ตลอด 6 วัน สร้าง Traffic และ Engagement จากกลุ่มคนรุ่นใหม่
4. THAICONIC BLESSED BEGINNINGS
กิจกรรมสายมู–สายบุญ เช่น สรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัว เชื่อมโยง “ความเชื่อ” เข้ากับ “ประสบการณ์ท่องเที่ยว”
รีเทล & การใช้จ่าย: เปลี่ยนเทศกาลเป็นโอกาสธุรกิจ
แคมเปญ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION” และกิจกรรมใน ICS Lifestyle Complex ถูกออกแบบเพื่อกระตุ้น Spending ตลอด Customer Journey
ตั้งแต่
ช้อปปิ้ง → แลกรางวัล
ความบันเทิง → ต่อเวลาการใช้พื้นที่
ประสบการณ์ → สร้าง Loyalty
พร้อมอินไซต์สำคัญ: “Festival = Retail Driver” ที่ช่วยเพิ่มทั้ง Traffic และ Conversion
ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026 ไม่ใช่แค่งานอีเวนต์ แต่คือ “Blueprint” ของการพัฒนาเทศกาลไทยสู่ระดับโลก ที่รวม วัฒนธรรม (Culture) , เศรษฐกิจ (Economy) , ประสบการณ์ (Experience) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
และสะท้อนชัดว่า “Soft Power ไทย” เมื่อถูกออกแบบอย่างถูกวิธี สามารถสร้างทั้งภาพลักษณ์ประเทศ และมูลค่าทางเศรษฐกิจได้พร้อมกัน


