
สานจิตร่วมอุดมการณ์ธรรมขับเคลื่อนกงล้ออายุพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชาปี’๕๔ (ตอน ๒)
ปุจฉา : ๑.ขอทราบความหมายความสำคัญที่แท้จริงของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์
ปุจฉา : ๑.ขอทราบความหมายความสำคัญที่แท้จริงของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : ๑.ขอทราบความหมายความสำคัญที่แท้จริงของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์
๒.จะมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปอย่างไร และ/หรือจะมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนาอย่างไร
ขอนมัสการมาด้วยความเคารพ
รจนา วานิช
วิสัชนา :
“วัดเวฬุวันมหาวิหาร” ได้ปรากฏเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่พรรษาที่ ๒ เป็นสถานที่ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประชุมพระสงฆ์ครั้งยิ่งใหญ่ ที่มีความอัศจรรย์ด้วยเป็นการประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งมีได้เพียงครั้งเดียวกับการประชุมสงฆ์ในลักษณะพิเศษดังกล่าวนี้ในพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ โดยในสมัยพระพุทธเจ้าของเรานั้น ในปีแรกหลังจากตรัสรู้แล้ว ๙ เดือน ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนสาม หรือมาฆฤกษ์ ได้ทรงประชุมพระสงฆ์สาวก เพื่อทรงประทาน “พระโอวาทปาฏิโมกข์” อันเป็นไปตามพุทธวิสัยแด่พระสงฆ์ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ผู้ได้อภิญญา ๖ทั้งสิ้น และทั้งหมดล้วนแล้ว
แต่เป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หมายถึง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานการอุปสมบทให้โดยพระองค์เอง ทั้งนี้ เพื่อจัดวางรูปแบบการปฏิบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่เหมือนกับศาสนาหรือลัทธิใดๆ ในชมพูทวีปหรือในโลกนี้ เพื่อความเป็นแบบฉบับอันเดียวกันในการถือปฏิบัติของพระสงฆ์ (หรือพุทธบริษัทในพระพุทธศาสนา) เพื่อการประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงยั่งยืนสืบไป ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกภาพ และคุณภาพขององค์กรสงฆ์ (หรือองค์กรพุทธบริษัทในพระพุทธศาสนา) ที่จะได้มีความเข้าใจ ความรู้ และข้อปฏิบัติเป็นอันเดียวกัน
ในการสืบสานเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปสู่ชาวโลก ดุจดังการกำหนดยุทธการ ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีของกองทัพทางการทหาร ซึ่งเช่นเดียวกันในศาสนจักรของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้มีการกำหนดหลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ และข้อปฏิบัติ ๖ โดยมีหลักธรรมพิเศษเป็นข้อๆ ง่ายต่อความเข้าใจ สะดวกต่อการพิจารณา ที่เรียกรวมว่า พระโอวาทปาฏิโมกข์ อันเป็นคำสอนที่สำคัญในพระพุทธศาสนา รวมทั้งหมด ๓ คาถากึ่ง แด่พระสงฆ์ เพื่อจะได้ยึดถือเป็นกรอบระเบียบในการปฏิบัติ ซึ่งต่อมาได้ยกขึ้นเป็น แม่บทในพระวินัย หรือ วินัยแม่บท เป็นประมวลข้อกำหนดความประพฤติที่เป็นระเบียบ กฎเกณฑ์ข้อบังคับ หรือแบบแผนวิธีการ ในการดำเนินชีวิตของพระภิกษุหรือศาสนิกชนผู้มุ่งสู่เส้นทางของความเป็นอริยบุคคล ก็สามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้เช่นเดียวกัน...
สำหรับความหมายของคำว่า “พระโอวาทปาฏิโมกข์” นั้น คงจะมาจากความหมายที่ว่า “พระพุทธองค์ทรงประสงค์แสดง “โอวาท คือ คำสั่งสอน” ที่เป็นหลักการสำคัญในพระพุทธศาสนา ซึ่งตรงกับคำว่า “ปาฏิโมกข์ แปลว่า ที่เป็นหลัก” หรือเป็นประธานของพระธรรมคำสั่งสอน จึงเป็นความหมายธรรมของพระโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งแปลว่า คำสั่งสอนที่เป็นหลักหรือเป็นประธาน หรือ คำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏมีอยู่รวมทั้งหมด ๓ คาถากึ่ง พูดให้เห็นตามรูปว่า แบ่งไว้ ๓ ตอน โดยตอนแรก หรือ พระคาถาแรก ทรงกล่าวแสดงว่า
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกขา
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต
แปลความจากพระคาถาดังกล่าวว่า
ความอดทน คือ ความอดกลั้นนั้น เป็นตบะ (เครื่องเผากิเลส) อย่างยิ่ง
พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า พระนิพพานเป็นธรรมยอดเยี่ยม
ผู้เข้าไปฆ่าผู้อื่น ไม่ชื่อว่า บรรพชิต
ผู้เข้าไปเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่า สมณะ







