posttoday
วรรณกรรมพอเพียงของ 'อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์'

วรรณกรรมพอเพียงของ 'อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์'

26 มกราคม 2553

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเน้นเรื่องของความ พอเพียง แต่อิทธิวัฐก์ก็บอกว่า เนื้อเรื่องนั้นไม่ซีเรียสเลย แถมยังมีมุขตลกสอดแทรกเอาไว้ตลอดอีกด้วย....

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเน้นเรื่องของความ พอเพียง แต่อิทธิวัฐก์ก็บอกว่า เนื้อเรื่องนั้นไม่ซีเรียสเลย แถมยังมีมุขตลกสอดแทรกเอาไว้ตลอดอีกด้วย....

โดย...พับพ์กิ้น_พาย

ด้วยความสนใจในศิลปะทำให้ "อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์" เป็นเจ้าของพ็อกเกตบุ๊ก 3 เล่ม คือ "ลิ้นชักแห่งความทรงจำ" "โรงเรียนเม็ดกวยจี๊" และล่าสุดกับผลงานที่มีชื่อว่า "อุดมสุข เล่ม 1 ตอน ลาที..บางกอก" ซึ่งทั้ง 3 เล่มล้วนพิมพ์ในนามของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก

อิทธิวัฐก์ เล่าว่า ตัวเขาเองนั้นสนใจเรื่องของศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เหมือนเด็กทั่วไปที่ชอบวาดรูป แต่ก็จะต่างกันตรงที่ว่าเด็กทั่วไปอาจจะวาดรูปเล่นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่สำหรับเขานั้นนำความชอบที่มีมาวาดเป็นหนังสือการ์ตูน เพื่อให้เพื่อนใน ห้องเรียนอ่านมาตั้งแต่ชั้น ป.3 ทีเดียว โดยเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ในการ์ตูนของเขานั้นก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามและทหาร โดยลงมือวาดรูป ระบายสี และแต่งเนื้อเรื่องเองเลยทีเดียว

วรรณกรรมพอเพียงของ 'อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์'

พอได้ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาแววทางด้านศิลปะของเขาก็ยังคงอยู่ จนได้เป็นตัวแทนโรงเรียนออกไปประกวดวาดภาพตามเทศกาลต่างๆ อยู่เสมอ และก็มักจะได้รางวัลติดไม้ติดมือมาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะรางวัลชมเชย และเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาแล้วเขาก็ได้หันเหมาศึกษาทางด้านศิลปะที่เขาชอบอย่างเต็มตัวแทน

พอจบอาชีวะเรียบร้อยแล้วก็เหมือนคน ต่างจังหวัดส่วนใหญ่ที่ต้องเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเรียนในระดับปริญญาตรีไปด้วย โดยงานแรกที่เข้าทำก็คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์กิฟต์ช็อป ต่อมาก็ย้ายไปทำงานเกี่ยวกับการทำแอนิ เมชัน และสุดท้ายก็ย้ายไป ทำเว็บไซต์ที่ทำเกี่ยวกับ คลิปการ์ตูนสั้นๆ ทางมือถือ โดยระหว่างการทำงานตามที่ต่างๆ นั้นมีหลายครั้งที่ เขาลองส่งงานเขียนการ์ตูนไปลงตามหนังสือต่างๆ ซึ่งก็ได้ลงบ้าง และไม่ได้ลงบ้างสลับกันไป หรือบางทีก็ได้ลงไปไม่กี่ครั้งสำนักพิมพ์ก็ปิดตัวลง

"ครั้งแรกที่ผมลองส่งงานเขียนการ์ตูนไปก็คือ ที่หนังสือไทยคอมมิค ซึ่งตอนนั้นก็ได้ลง และ ก็ได้ค่าเรื่องประมาณ 1,500 บาทได้มั้ง ซึ่งก็ ดีใจมาก จำได้ว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กนักศึกษาที่ตื่นขึ้นมาแล้วไปสอบ แต่ก็หักมุมเล็กๆ ใน ตอนท้าย พอเรื่องแรกได้ลงคราวนี้ผมก็ส่งเรื่องที่สองเกี่ยวกับเด็กนักเรียนตีกันไปอีก แต่ปรากฏว่า ไม่ได้ลง เพราะเขาบอกว่าเรื่องไม่ให้อะไรกับสังคม อาจจะเพราะตอนนั้นเรื่องที่ผมส่งไปตอนจบ นักเรียนที่ตีกันไม่ได้รับการลงโทษก็เป็นได้ ซึ่งตอนนั้นก็ยังจับแนวทางการเขียนไม่ได้หรอก แต่เราก็อยากเขียนส่งไปสนุกๆ แค่ได้ลงก็รู้สึกดีแล้ว"

ส่วนคาแรกเตอร์ของคุณอุดมสุขนั้น เขา บอกว่าเกิดมาจากความชอบการ์ตูนในสไตล์ของ ทิม เบอร์ตัน จึงลองสเกตช์ตัวการ์ตูนคร่าวๆ ขึ้นมา และสเกตช์มาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นอุดมสุขในปัจจุบันนี้

และสำหรับจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณอุดมสุขมา โลดแล่นอยู่ในพ็อกเกตบุ๊กที่เห็นอยู่นี้ก็เพราะว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่บริษัทที่เขาทำอยู่เป็นงานประจำนั้นเกิดปิดตัวลง เขาจึงมีเวลาว่างมากขึ้น และเกิดความคิดว่าน่าจะนำคาแรกเตอร์ของอุดมสุขมาพัฒนา ให้เป็นจริงเป็นจังเสียที

"ตอนที่งานประจำที่บริษัทฝรั่งที่ทำอยู่ปิดตัว พอดี ผมก็เลยว่างงาน แต่ก็ทำแอนิเมชันสั้นๆ ไปขายแถวสวนจตุจักร ต่อจากนั้นก็เลยคิดว่าน่า จะนำคาแรกเตอร์ของเจ้าอุดมสุขมาพัฒนาต่อ ประจวบเหมาะกับได้ไปดูหนังสือตามร้าน และก็ เจอเข้ากับหนังสือของมูลนิธิเด็กที่รวบรวมงานของเด็กๆ ส่งมา เป็นเรื่องจินตนาการสนุกดี น่าสนใจ ก็เลยเกิดความคิดว่าจะลองเข้าไปคุยกับทางมูลนิธิเด็กดู เพราะเราอยากทำแอนิเมชัน ตอนนั้นไม่ได้อยากทำหนังสือการ์ตูน แต่เขาบอกไม่มีงบ แต่ที่นี่ ทำหนังสือนะ เขาก็เลยบอกให้นำงานมานำเสนอดู ตอนนั้นช่วงตกงานอยู่พอดี ไม่มีอะไรทำ เลยเขียนเรื่องคร่าวๆ เกี่ยวกับอุดมสุขส่งไปสัก 2-3 ตอน สุดท้ายก็เลยได้ออกหนังสือเล่มแรกชื่อว่า "ลิ้นชักแห่งความทรงจำ" โดยเป็นหนังสือกึ่งการ์ตูนกึ่งภาพประกอบ มีคำพูดน้อยๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำที่บางคนไม่สามารถดึงเอาความทรงจำที่เคยมีออกมาได้ อุดมสุขซึ่งเป็นช่างกุญแจก็เลยทำหน้าที่ในการเปิดลิ้นชักแห่งความทรงจำให้ลูกค้า แต่เขา จะแก้ปัญหากับความทรงจำอย่างไร ก็เป็นเรื่อง ของแต่ละคนแล้ว ซึ่งตอนท้ายเรื่องก็จะก็มีบทสรุปแฝงข้อคิดให้

วรรณกรรมพอเพียงของ 'อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์' อิทธิวัฐก์

ส่วน โรงเรียนเม็ดกวยจี๊ นี่ก็เกิดจากความคิดในเรื่องการเมือง เรื่องประชาธิปไตย เราก็เลยย่อ ส่วนของประเทศ หรือสังคมมาใส่ไว้ภายในโรงเรียน โดยมีสัตว์ประเภทต่างๆ มาเรียนร่วมกัน และก็พยายามสื่อให้เข้าใจง่ายๆ และอาจจะตั้งคำถาม เอาไว้ว่า ประชาธิปไตยต้องเป็นเรื่องของคนหมู่มากจริงเหรอ และถ้าคนหมู่มากนำไปในทางที่ผิดๆ มันจะเป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า มีเสียดสีสังคมบ้างเล็กๆ น้อยๆ"

และเล่มล่าสุด "อุดมสุข เล่ม 1 ตอน ลาที.. บางกอก นั้น อิทธิวัฐก์ เกิดจากช่วงที่มีคนพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งยิ่งมีคนออกมาอธิบายเรื่องนี้กันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใจยากขึ้นไปเท่านั้น เขาก็เลยคิดว่าถ้าหากมีคนนำเรื่องนี้มาพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คงจะดี เพราะในความเป็นจริงแล้วคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และที่สำคัญยังไม่มีคนเขียนการ์ตูนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เขาจงเริ่มลงมือหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และลงมือเขียนจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ในที่สุด

"หนังสือเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวของอุดมสุข คนต่างจังหวัดที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ และรู้สึกว่าชีวิตแบบนั้นไม่ใช่คำตอบของชีวิต จึงเดินทาง กลับบ้าน จนได้พบและรู้จักกับชีวิต และเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งอุดมสุขจริงๆ แล้วก็มีส่วนหนึ่ง ที่คล้ายกับตัวผมนะ เพราะผมก็มีบ้างที่รู้สึกว่าเรามาจากบ้านนอกเข้ามาอยู่ในเมือง และรู้สึกอึดอัด รู้สึกเบื่อกับสิ่งแวดล้อมบ้างเหมือนกัน"

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเน้นเรื่องของความ พอเพียง แต่อิทธิวัฐก์ก็บอกว่า เนื้อเรื่องนั้นไม่ซีเรียสเลย แถมยังมีมุขตลกสอดแทรกเอาไว้ตลอดอีกด้วย

"จริงๆ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าหนังสือแต่ละเล่มคนอ่านจะคิดอย่างไร แต่คิดว่าหนังสือที่เขาซื้อไปมันคงต้องมีอะไรสักอย่างที่ให้กับเขาได้ เขาถึงซื้อ ซึ่งเล่มนี้ผมก็พยายามไม่ทำให้ซีเรียสจนเกินไป เพราะคิดว่าเรื่องวิชาการถ้าเราคุยในแง่สนุกสนานมันก็จะดีกว่า เข้าไปในลักษณะของความเป็นเพื่อน มีความสนุกสนานสอดแทรกก็จะเข้าหาคนอ่านได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องของเนื้อหาสาระก็คงต้องให้เขากลับไปคิดเองดีกว่าว่าเขาจะดึงตรงไหนขึ้นมาใช้กับชีวิตเขาได้บ้าง" อิทธิวัฐก์ ทิ้งท้าย

หนังสือเล่มต่อไปของอิทธิวัฐก์มีชื่อว่า "รักท่วมหัว เอาตัวให้รอด" ซึ่งคนอ่านจะได้ติดตามว่า เรื่องราวความรักที่เขาเขียนนั้นจะออกมาเป็นอย่างไร

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี