
อริยา จินตพานิชการ กับนานาหนังสือคู่มือเก็บเงิน
ยุคที่เศรษฐกิจต้องทำให้หลายคนต้องกุมขมับแบบนี้ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าหนังสือฮาวทูที่เสิร์ฟสาระที่จะช่วยให้คุณรับมือกับเรื่องเงินๆ ทองๆ....
ยุคที่เศรษฐกิจต้องทำให้หลายคนต้องกุมขมับแบบนี้ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าหนังสือฮาวทูที่เสิร์ฟสาระที่จะช่วยให้คุณรับมือกับเรื่องเงินๆ ทองๆ....
โดย...พัมพ์กิ้น_พาย
นอกจากจะให้ความสนุกสนานและความเพลิดเพลินกับผู้อ่านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หนังสือที่ดีจะขาดไปเสียไม่ได้นั่นก็คือ สาระความรู้ที่มีให้กับผู้อ่าน
และสำหรับในยุคที่เศรษฐกิจต้องทำให้หลายคนต้องกุมขมับแบบนี้ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าหนังสือฮาวทูที่เสิร์ฟสาระที่จะช่วยให้คุณรับมือกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้เป็นอย่างดีล่ะ
เธอคนนี้ อมิตา อริยอัชา หรือชื่อจริงว่า อริยา จินตพานิชการ ไม่ใช่นักวิชาการทางด้านการเงิน หรือกูรูผู้เชี่ยวชาญทางการเงินแต่อย่างใด แต่เธอคนนี้ใช้ความพยายามในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับนานาปัญหาทางการเงินจนคลอดออกมาเป็นหนังสือฮาวทูคู่มือดูแลการเงินส่วนบุคคลหลากหลายเล่ม และที่สำคัญแต่ละเล่มพิมพ์มาแล้วหลายต่อหลายครั้งเสียด้วย
อริยา เริ่มต้นชีวิตการทำงานในแวดวงโทรทัศน์ด้วยการเป็นผู้ผลิตรายการ "คนไทยวันนี้" ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 จนเริ่มอิ่มตัว ก่อนจะผันตัวเองไปทำงานที่ กันตนา อินเตอร์ คอมมูนิเคชั่นส์ เพื่อผลิตสารคดีเพื่อหน่วยงานต่างๆ และหลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเข้ามาจับงานเขียนบทละครโทรทัศน์หลากหลายเรื่อง
"ความสนใจของตัวเองจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และเมื่อเราสนใจอะไร ต่อให้เป็นสิ่งที่เรารู้หรือไม่รู้ก็ตาม เราจะไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะเราสามารถเริ่มต้นได้ใหม่ตลอดเวลา พอเริ่มอิ่มตัวกับการผลิตรายการ ก็เลยอยากจะเป็นคนเขียนบท เขียนบทโทรทัศน์ได้ประมาณ 5 ปี ซึ่งการเขียนบทนี่ก็เป็นพื้นฐานที่ดีในการทำหนังสือ ที่ทำให้เรามีเทคนิคการเขียนหนังสือแตกต่างจากคนอื่น จากการเขียนไปเรื่อยๆ ก็จะมีการตัดฉาก มีการดำเนินเรื่องแตกต่างจากคนอื่น แต่จริงๆ แล้วตั้งแต่เด็กๆ ก็มีการเขียนเรื่องสั้นเอาไว้บ้างนะ แต่ก็คงเป็นธรรมชาติของคนที่ชอบอ่านที่อ่านไว้เยอะๆ ที่อยากจะเขียนงานของตัวเองออกมา ซึ่งตอนอายุ 16-17 ปี ก็เคยมีการส่งงานเขียนไปตามนิตยสารต่างๆ ก็มีได้ลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้เอาจริงเอาจังมาก เพราะตอนเด็กๆ เราก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร"
และอีกครั้งที่โอกาสในชีวิตเอื้ออำนวยจนเธอได้เข้ามาเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์กันตนา พับลิชชิ่ง จนได้เริ่มทำงานเขียน
"หลังจากเขียนบทละครจนอิ่มตัวแล้ว เราก็เริ่มรู้แล้วว่าเราวันหนึ่งเราต้องทำอะไรที่เป็นของตัวเอง เราก็เริ่มมองหา แต่ก็ยังอยู่ในสื่อนี่แหละ เราไม่อยากจะทำสารคดีเป็นของตัวเอง ไม่อยากทำทีวีของตัวเอง ก็เริ่มมาคิดว่าอะไรที่เราทำได้ ก็มาลงตัวที่สำนักพิมพ์ แต่ยังไม่ใช่วันนั้น เพราะอยากจะขอหาประสบการณ์ก่อน ซึ่งที่กันตนานี่เขาจะมีธุรกิจที่หลากหลายมาก แต่ยังขาดสิ่งพิมพ์อยู่ ก็เลยเข้าไปคุยว่าทำสำนักพิมพ์กันไหม เขาก็ทำเลย (ยิ้ม) จากนั้นมาก็เลยมีโอกาสได้นำข้อมูลมาจากรายการทีวีที่เรามีอยู่ เช่น สู้แล้วรวย คดีเด็ด เรื่องจริงเตือนใจ สุสานคนเป็น คนส่งกรรม ฯลฯ มาทำหนังสือ ซึ่งตอนนั้นฟีดแบ็กก็ดีมากๆ จนในที่สุดก็อิ่มตัวอีกครั้ง ก็เลยลาออกแล้วมาทำสำนักพิมพ์ของตัวเอง"
และสำนักพิมพ์ที่เธอหันมาทำเองนั้นก็มีชื่อว่า สำนักพิมพ์บลิสสิเนส และสำนักพิมพ์มันนี่แอนด์มอร์ ซึ่งผลิตหนังสือในกลุ่มการเงินและธุรกิจออกมา โดยเธอเป็นทั้งนักเขียนและบรรณาธิการ มีหนังสือออกมาทั้งหมดรวม 13 เล่ม หลายคนอาจจะเคยผ่านตา หรืออาจจะเคยซื้อหนังสือของเธอมาเป็นคู่มือในการบริหารเงินมาแล้วก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็น ใช้เงินอย่างนี้มีแต่รวย, คู่มือเก็บเงิน, คู่มือปลดหนี้, เขาเก็บเงินกันอย่างไรได้เป็นล้าน, เขาใช้เงินกันอย่างไรมีเงินใช้ตลอดชีวิต และทำไมฉันไม่รวย
"ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ แต่เผอิญว่าความสนใจของเราจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราในช่วงนั้นๆ และพอดีกับว่าช่วงที่เปิดสำนักพิมพ์แรกๆ ตอนนั้นเศรษฐกิจแย่พอดี และคนที่ต้องเจอกับเศรษฐกิจแย่ๆ เขาจะไม่มีจิตใจที่จะทำอะไร นอกจากจะต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ก่อน เราก็เลยลองหยิบยกประเด็นขึ้นมาว่าเราจะช่วยเขาได้อย่างไร ก็เลยออกมาเป็น ใช้เงินอย่างนี้มีแต่รวย ก็เป็นการเงินเบาๆ เล่มแรก ต่อมาก็เป็นคู่มือเก็บเงิน เพราะรู้สึกว่าบางคนจะเพิกเฉยกับการเก็บเงิน ทั้งๆ ที่จะนำมาซึ่งปัญหาในระดับที่ใหญ่ขึ้น แต่ถ้าทุกคนดูแลเรื่องเงินของตัวเองได้ ปัญหาก็จะลดลง และในร้านหนังสือถ้าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเงินก็จะเป็นเรื่องที่อ่านยาก เข้าใจยากไปเลย ประมาณว่าหนังสือเศรษฐศาสตร์ไปเลย เราก็เลยเริ่มเขียนเรื่องเงิน"
แต่แม้ว่าจะเขียนเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างที่บอกว่า เธอคนนี้ไม่ใช่กูรูผู้รอบรู้เรื่องเงินไปเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะลงมือเขียนหนังสือนั้น เธอต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อค้นคว้าข้อมูลตามที่ต่างๆ
"ก่อนอื่นเราจะต้องตั้งคอนเซปต์ขึ้นมาว่า เราจะเขียนไปในแนวไหน หัวข้ออะไรบ้าง หลังจากนั้นก็ต้องไปค้นคว้าหาข้อมูลตามสิ่งที่เราตั้งไว้ บางทีก็อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ บางทีก็ไปห้องสมุด บางทีก็เอาสถานการณ์รอบตัวมาเป็นตัวอย่าง และไปค้นคว้ามาว่าต้องแก้ไขอย่างไร และจับขึ้นมาเป็นเรื่องให้ลิงก์กันให้เป็นเรื่อง หลังๆ ก็จะเริ่มเจาะแล้ว เช่น เก็บเงินอย่างไรให้ได้ล้าน เอาตัวล้านมาเป็นตัวคอนเซปต์ แทนที่จะเก็บเงินเฉยๆ แต่เราวิ่งไปที่ล้าน คือหนึ่ง จะดูมีเอกลักษณ์ และสอง ทิศทางในการค้นข้อมูลของเราก็จะชัด เพราะฉะนั้นเราก็ค้นข้อมูลทุกอย่างที่จะทำให้รู้ว่าทำยังไงจะเก็บเงินได้เป็นล้าน
พอเขียนเล่มนี้เสร็จ เราก็จะคิดว่าต่อไปไม่พอแล้ว ต้องเขียนไปอีกขั้นหนึ่งแล้วว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ไปได้ตลอด ซึ่งมีวิธี พูดง่ายๆ ก็คือ เรื่องเกษียณนั่นแหละ แต่ว่าเราเปลี่ยนคำว่าเกษียณใหม่หมดเลยว่า ทำยังไงจะมีเงินใช้ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเราอาจจะเกษียณตอนไหนก็ได้ ไปถึงนั้นในวันไหนก็ได้ เพียงแต่ต้องมีการวางแผนการเงินที่ดี แค่คุณรู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหน วันไหนที่คุณถึงเป้าหมายก็ถือว่าคุณเกษียณแล้ว ให้เขาอ่านแล้วอยากไปทำ หรือได้แรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือของเรา เพราะเราจะมีความสุขทุกครั้งที่มีคนอ่าน โทร.กลับมาว่าหนังสือของเราเป็นแรง บันดาลใจให้เขาได้ทำอะไรเพื่อตัวเขาเอง"
และนอกจากหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว อริยาก็ยังเคยเขียนหนังสือแนวอื่นๆ ออกมาอีกหลายเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มเธอบอกว่ามาจากความสนใจของเธอทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น สมาธิไม่เลือกที่, สราญใจไม่เลือกที่, ครองใจคนรัก, เหนือกว่ารัก, ปีหน้าเด็กกว่าเดิม, เอาตัวรอดให้ได้ในที่ทำงาน, ผู้หญิงสู้คน ฯลฯ
สำหรับผลงานเล่มต่อไปของ อริยา ที่เพิ่งวางแผงไปนั้นคือ ออกกำลังกายง่ายที่สุดในโลก ที่มุ่งไปที่การเดิน 10,000 ก้าวในแต่ละวัน ส่วนหนังสือที่กำลังจะวางแผงลำดับต่อไปนั้นก็คือ หนังสือแนวจิตวิทยาเรื่อง คุณเปลี่ยนได้
ใครที่อยากได้แรงบันดาลใจเรื่องการเก็บเงินเพื่อให้มีเงินใช้ไปตลอดชีวิต หรืออยากได้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ทั้งแนวสารคดี หรือฮาวทูเพื่อการพัฒนาตนเอง ลองเปิดใจอ่านงานของเธอดูได้







