
โหวเหวินหย่ง จากหมอสู่นักเขียนชั้นแนวหน้าของไต้หหวัน
อดีตนายแพทย์ที่ผันบทบาทจากผู้เยียวยามาสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่ากันคือ นักเขียนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน....
อดีตนายแพทย์ที่ผันบทบาทจากผู้เยียวยามาสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่ากันคือ นักเขียนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน....
โดย...พัมพ์กิ้น_พาย
งานเขียนของ โหวเหวินหย่ง ถูกตีพิมพ์มาไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง ยอดขายแต่ละเล่มไม่ต่ำกว่า 2 แสนเล่ม แฟนนักอ่านที่ต้องการลายเซ็นของเขาจะต้องเข้าแถวนานถึง 6 ชั่วโมง นอกจากนั้นการปรากฏตัวของเขายังต้องขอกำลังเพื่อจัดระเบียบ และที่สำคัญ ประธานาธิบดี หม่าอิงจิ่ว ผู้นำของไต้หวัน แนะนำว่าทุกคนควรอ่านผลงานของเขา
และก็เป็นโชคดีที่เขาได้เดินทางมาประเทศไทย เราจึงมีโอกาสได้นั่งคุยกับนักเขียนอันดับต้นๆ ของไต้หวันคนนี้ในแบบเป็นกันเอง โดยมีล่ามผู้เชี่ยวชาญภาษาจีน และเป็นผู้แปลหนังสือของโหวเหวินหย่ง อย่าง อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี มาช่วยเป็นสื่อกลางในการสื่อสารให้กับเรา
นพ.โหวเหวินหย่ง เริ่มต้นการสนทนาด้วยการเล่าถึงความฝันของเขาว่า ในวัยเด็กเขาฝันอยากจะเป็นคุณหมอ นักเขียน และนักกีฬาเบสบอลทีมชาติไปพร้อมๆ กัน แต่ปรากฏว่าในตอนนี้ความฝันทั้งสามอย่างนั้นสำเร็จเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น นั่นก็คือ การเป็นคุณหมอ และนักเขียน
“ผมเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ ช่วงแรกก็จะอ่านหนังสือการ์ตูน พอโตขึ้นมาหน่อยก็เริ่มอ่านงานวรรณกรรม ต่อมาก็จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็จะเริ่มอ่านหนังสือปรัชญา และเริ่มดูภาพยนตร์ ซึ่งพอได้อ่านหนังสือมากเข้า ไปเจอข้อมูลอะไรมาก็เกิดความรู้สึกที่อยากนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ให้กับคนอื่นได้อ่านบ้างเหมือนกัน”
และจากความฝันที่มี เขาก็ไม่ลังเลที่จะทำให้ฝันนั้นกลายเป็นจริง เพราะเมื่อเขาเรียนจบ และเริ่มต้นอาชีพแพทย์ด้วยการเป็นวิสัญญีแพทย์ ที่โรงพยาบาล Wan Fang Hospital นั้น ในขณะเดียวกันก็เริ่มใช้เวลาว่างจากงานทำงานเขียนควบคู่กันไปด้วย โดยงานเขียนเล่มแรกของเขาที่ได้ตีพิมพ์นั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นที่เขาได้พบเห็นมาในระหว่างเรียนแพทย์ ส่วนเล่มต่อมาก็คือ หนังสือที่นำเสนอเรื่องราวที่เขาได้พบเจอมาในระหว่างที่เป็นแพทย์ฝึกหัด
“ตอนที่ใกล้จะเรียนจบแล้ว ผมได้ส่งงานเขียนเข้าไปประกวดตามเวทีต่างๆ และช่วงนั้นก็ได้รับรางวัลต่างๆ ประมาณกว่า 10 รางวัล และด้วยเหตุนี้ทางสำนักพิมพ์ก็เริ่มจับตามอง และชักชวนให้เข้าไปเป็นนักเขียนให้กับสำนักพิมพ์ของเขา หลังจากนั้นก็มีผลงานของตัวเองออกมาเรื่อยๆ จนเรียนจบผมก็มีผลงานของตัวเองออกมา 2 เล่ม”
โดยผลตอบรับในระยะแรกของการเป็นนักเขียนหน้าใหม่นั้น โหวเหวินหย่ง บอกว่า เป็นที่น่าพอใจ เพราะเพียงแค่หนังสือเล่มแรกเขาก็ขายได้กว่า 1 หมื่นเล่ม จากนั้นเขาก็ทำงานเขียนควบคู่ไปกับการเป็นวิสัญญีแพทย์ อยู่ประมาณ 13 ปี จากนั้นเขาก็ลาออกจากการเป็นแพทย์ และหันมาเป็นนักเขียนอาชีพแบบเต็มตัวจวบจนปัจจุบัน
งานเขียนของโหวเหวินหย่ง มีหลากหลายแนวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ และเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตวัยเด็ก ช่วงเวลาของการเป็นแพทย์ ความรัก ต่อมาก็คือ นิยาย ซึ่งถูกนำไปแปลเป็นหลายภาษา และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยมาแล้วหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็นเกมชีวิตลิขิตหัวใจ, หัวใจกบฏ, อ้อมกอดลวง, เพราะรักนะอยากให้เข้าใจ ฯลฯ
โดยนิยายของเขาหลายต่อหลายเล่มถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ และได้รับความนิยมเช่นเดียวกับหนังสือ ซึ่งบางเรื่องก็นำเข้ามาฉายในประเทศไทย และก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ นอกจากนั้นก็ยังมีงานเขียนแนวหนังสือเสียง ที่เขานำได้เรื่องราวของสามก๊กมาเล่า และบันทึกเสียงลงในแผ่นซีดี
โดยตอนนี้ ทางสำนักพิมพ์เนมแอนด์โนเบิล ในเครือบริษัท บันลือบุ๊คส์ ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์งานเขียนของเขามาแปลให้แฟนนักอ่านคนไทยได้อ่านกัน มีทั้งหมด 2 เล่ม ก็คือ “สารพันปัญหา สารพัดความฮา กับ คุณหมอสุดซ่า อูลูมูชิ” และ “นักสร้างแรงบันดาลใจขั้นเทพ” ซึ่งเล่มหลังนี้เป็นหนังสือที่ประธานาธิบดีของไต้หวันถึงกับแนะนำให้ทุกคนอ่านกันเลยทีเดียว
“นักสร้างแรงบันดาลใจขั้นเทพ จะเป็นหนังสือที่มาจากแนวคิดที่มาจากการที่พ่อแม่อยากจะให้ลูกตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อจะได้เป็นในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้เป็น ซึ่งผมเองก็เป็นคนที่อยู่ในระบบแบบนี้ แต่พอถึงในระดับหนึ่งก็เริ่มสงสัยว่าสิ่งที่พ่อแม่อยากให้เป็นกับสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นอะไรควรจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน และสิ่งที่ตัวเองฝันกับสิ่งที่เป็นค่านิยมของสังคมถ้าขัดแย้งกันจะทำอย่างไร ฉะนั้นเล่มนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เล่าว่า ถ้าวันหนึ่งชีวิตผมต้องเปลี่ยนจากการเป็นหมอสู่การเป็นนักเขียนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเรื่องราวทั้งหมดก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจในการตามหาฝันให้ใครบางคนได้เช่นกัน
อีกเล่มหนึ่งก็คือ คุณหมออูลูมูชิ มาจากการที่เห็นว่าการศึกษาในไต้หวันค่อนข้างเคร่งเครียด ผมก็เลยอยากจะให้วิธีคิดแบบแหวกแนว แปลกใหม่ให้กับเด็กรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดปัญหา หรือเจอคำถาม เราไม่จำเป็นต้องไปคิดด้วยวิธีที่จริงจัง เราสามารถมองปัญหาในมุมมองใหม่ที่ไม่เหมือนใครได้ โดยการขบคิดปัญหาที่ใส่อารมณ์ขันลงไป เพราะถ้าคุณไม่เริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองโลกที่คุณมองเห็นก็จะไม่เปลี่ยน ซึ่งเนื้อหาจะเป็นลักษณะของการถาม–ตอบ แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน”
สำหรับผลงานล่าสุดของเขาในตอนนี้ คือ หนังสือถอดความวรรณกรรมจีน เรื่อง บุปผาในกุณฑีทอง (Chin Ping Mei) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 วรรณกรรมเอกของจีน เป็นการเล่า พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงตัวละครต่างๆ ในเรื่อง ซึ่งก็เป็นผลงานแนวใหม่ของเขาเช่นกัน
ปัจจุบัน โหวเหวินหย่ง เขียนหนังสือเป็นงานหลัก และประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักเขียนเป็นอย่างมาก เพราะเขาเป็นนักเขียนที่คนไต้หวันทุกคนรู้จักในฐานะนักเขียนนวนิยายอันดับต้นๆ ที่มีอิทธิพลต่อผู้อ่าน







