posttoday
ฉันนี่แหละเด็กเสิร์ฟนิวยอร์ก ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายของ ฉิงไทย

ฉันนี่แหละเด็กเสิร์ฟนิวยอร์ก ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายของ ฉิงไทย

26 มกราคม 2553

สมชาย ฝันอยากจะใช้แรงงานแลกกับดอลลาร์ เพื่อหวังที่จะนำเงินนั้นมาช่วยเหลือปลดหนี้ปลดสินของทางบ้าน....

สมชาย ฝันอยากจะใช้แรงงานแลกกับดอลลาร์ เพื่อหวังที่จะนำเงินนั้นมาช่วยเหลือปลดหนี้ปลดสินของทางบ้าน....

โดย...พัมพ์กิ้น_พาย

นิวยอร์ก เมืองใหญ่ของโลก ดินแดนที่หลายคนฝันว่าอยากจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ในจำนวนนั้นหวังที่จะไปทำงานเพื่อหอบเอาแบงก์ดอลลาร์เป็นกอบเป็นกำกลับมาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวที่เมืองไทย

เช่นเดียวกับเธอคนนี้ ... "หม่อง-สมชาย ประทุม" หญิงในร่างชายแต่งแมนจากดินแดนที่ราบสูงของประเทศไทย

สมชาย ฝันอยากจะใช้แรงงานแลกกับดอลลาร์ เพื่อหวังที่จะนำเงินนั้นมาช่วยเหลือปลดหนี้ปลดสินของทางบ้าน เธอดิ้นรนจนสามารถเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเงินก้อนหนึ่งจากการทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในนิวยอร์กนาน 6 เดือน จากนั้นจึงได้นำประสบการณ์และเรื่องราวที่ได้พบเจอมาทั้งหมดมาถ่ายทอดลงในหนังสือที่มีชื่อว่า "ฉันนี่แหละเด็กเสิร์ฟนิวยอร์ก"

หลังจากจบการศึกษาจากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมชาย ทำงานเป็นนักข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใน จ.เชียงใหม่ ก่อนจะผันตัวเองเข้ามาทำงานในสำนักข่าวต่างประเทศอยู่เกือบ 3 ปี สุดท้ายจึงตัดสินใจลาออกจากงาน และตั้งต้นเดินทางไปเป็นเด็กเสิร์ฟในนิวยอร์ก เนื่องจากปัญหาเรื่องหนี้สินของทางบ้าน

ฉันนี่แหละเด็กเสิร์ฟนิวยอร์ก ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายของ ฉิงไทย สมชาย

"ลองคุยกับเพื่อนที่ไปเรียนต่อที่นิวยอร์กว่าอยากลองไปหางานที่นั่นบ้าง ซึ่งเพื่อนก็ช่วยเหลือดีมากทั้งการขอ วีซ่าและที่พัก พอทุกอย่างเรียบร้อยก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานแล้วบินไปนิวยอร์กเพื่อหางานทำ และตอนนั้น ก็คิดว่านิวยอร์กเป็นเมืองใหญ่มาก มีร้านอาหารไทยแทบจะทุกมุมถนน เพราะฉะนั้นอาชีพที่ง่ายที่สุดของการ ตั้งตัวหาเงินคือการเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร"

แต่แผนการและเส้นทางการเป็นเด็กเสิร์ฟในมหานครนิวยอร์กของเธอคนนี้ก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ เพราะอุปสรรคแรกที่ต้องพบเจอเมื่อเดินทางไปถึงก็คือภาษา และต่อมาก็คืองานที่หายากแสนยาก

"การหางานทำในร้านอาหารไทยมันจะยากตรงช่วงแรกๆ ของการเริ่มต้น จำได้ว่าวันแรกที่เดินหางานร้อนมาก และก็เดินไปสมัครหลายที่มาก จำได้ว่าเดินจนเท้าพองไปหมด แต่ก็ยังหาไม่ได้ พอวันที่สองก็ต้องไปเดินหาอีก หาอยู่หลายวันกว่าจะได้เข้าไปฝึกงานในร้านอาหาร แถมตอนที่ไปใหม่ๆ ภาษาแย่มาก ฟังฝรั่งเขาก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง บางทีก็เลยทำให้คนที่ไปอยู่ก่อนประมาณพวกขาใหญ่ทั้งหลายข่มเอา แถมบางคนก็พูดจาแย่ๆ ใส่เราตอนนั้นก็รู้สึกท้อแท้ใจเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็ผ่านตรงจุดนั้นมาได้"

งานแรกที่สมชายได้เริ่มเข้ามาทำคือ ตำแหน่งที่เรียกว่า รันเนอร์ ซึ่งก็คือผู้ช่วยงานในครัว และยกอาหารมาเสิร์ฟลูกค้าบ้าง แต่ก็ใช่ว่างานเสิร์ฟอาหารนั้นจะง่ายอย่างที่คิด เพราะสมชายบอกว่าอาหารแต่ละจานนั้นใหญ่ขนาด "น้องๆ กระด้งฝัดข้าว"

"ช่วงแรกที่ไปถึงด้วยความ ที่ภาษาเราก็ยังไม่คล่องก็เลยต้องทำงานเป็นรันเนอร์อยู่ในครัวไปก่อน เพราะตำแหน่งนี้เขาเน้นคน ที่ต้องแข็งแรง ถึกยกจานใหญ่ขนาดน้องๆ กระด้งฝัดข้าวสี่ห้าใบออก มาพร้อมกันได้หมด (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็เป็นบัสบอยคอยเก็บจาน เก็บโต๊ะ เติมน้ำ พอทำไปนานๆ เข้าเจ้าของร้านก็เริ่มเห็นแวว เห็นความใจกล้าหน้าด้านของเรา ก็เลยส่งไปเป็นเวตเพื่อดูแลลูกค้าคอยรับออร์เดอร์และเชียร์ให้แขกสั่งอาหารแพงๆ ซึ่งนั้นก็คือการก้าวไปอีกขั้นหนึ่งที่เป็นงานไม่ต้องใช้แรง แต่ต้องอาศัยความใจกล้าหน้าด้านเท่านั้นเอง (หัวเราะ)"

ฉันนี่แหละเด็กเสิร์ฟนิวยอร์ก ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายของ ฉิงไทย

และในที่สุดผลจากการทำงานหนัก และถึงไม่เคยถอดใจกับความลำบากมาตลอดเกือบ 6 เดือน สมชายก็สามารถเก็บเงินก้อนโต และโอนกลับไปให้ทางบ้านใช้หนี้ที่มีได้จนหมด และตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย เพราะวีซ่าที่เขาขอไปนั้นเป็นวีซ่าท่องเที่ยวที่อยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้นเอง

นอกจากการทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในนิวยอร์กจะสามารถทำให้เขาปลดหนี้ให้กับครอบครัวได้แล้วนั้น ประสบการณ์ในครั้งนี้ก็ยังทำให้เขาตัดสินใจที่จะเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอีกด้วย

"ตอนอยู่นิวยอร์กก็จะเขียนไดอะรีเก็บเอาไว้ทุกวัน พอช่วงแรกๆ พี่ก็เอาไดอะรีที่ตัวเองเขียนไว้ตอนไปเหยียบนิวยอร์กครั้งแรกมาอ่าน อ่านไปร้องไห้ไป บางทีอ่านไปก็ขำตัวเองไป เหมือนว่าตัวเองได้ผ่านจุดจุดหนึ่งของชีวิตมาได้ ก็เลยเกิดความคิดว่าอยากเอาเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ไปเจอมา มาเล่าต่อให้ใครๆ ที่เคยฝันเหมือนกันว่าอยากจะไปหางานทำที่เมืองนอกได้ฟังกัน ซึ่งช่วงแรกก็เลยลองเข้าไปเขียนลงในเว็บไซต์พันทิปในห้องไกลบ้านก่อน ซึ่งปรากฏว่าตอนนั้นได้รับความสนใจมากเลยตั้งใจจะเขียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้เจอมา และตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิต

และที่ตัดสินใจเขียนหนังสือก็เพราะคิดว่าหลายเรื่องที่เขียนลงในหนังสือคือประสบการณ์ตรงที่เราได้ไปพบเจอมา คิดว่าถ้ามีใครสักคนที่สนใจอยากไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่นิวยอร์ก หรืออีกหลายประเทศน่าจะลองอ่านดู เพื่อจะได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนว่าต้องไปพบเจอกับอะไรบ้าง อย่างน้อยก็จะได้ช่วยเตรียมตัว เตรียมใจรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และที่สำคัญก็อยากจะบอกคนอ่านด้วยว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายๆ หรอก เงินถึงจะได้มากก็จริง แต่ก็อาจจะไม่คุ้มกับทุกหยาดเหงื่อที่เสียไป ไม่คุ้มกับ น้ำตาหลายหยดที่ร้องไห้ไปให้กับอเมริกา"
สำหรับคนที่อยากจะเดินทางไปแสวงโชคและทำงานหาเงินแบบเขานั้น สมชายแนะนำว่า

"คนที่สนใจอยากไปเป็นเด็กเสิร์ฟเหมือนกัน บอกไว้ก่อนว่างานนี้ไม่หมู สุขภาพร่างกายต้องแข็งแรง ที่สำคัญจิตใจต้องเข้มแข็ง อยู่ต่างบ้านต่างเมืองทุกคนต่างต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด ต้องท่องไว้ในใจเสมอ ถ้ามาแล้วต้องอดทน ถ้ามีอะไรที่ทนไม่ได้ก็ต้องอดทนต่อไป"

ใครที่อยากจะไปทำงานแลกดอลลาร์หรืออยากจะอ่านประสบการณ์โหดๆ มันๆ สุข เศร้า เคล้าน้ำตา แบบครบทุกรสชาติของเธอคนนี้ก็ลองไปหากันดู แล้วจะรู้ว่ากว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟนิวยอร์กได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่หลายคนคิด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท