ย้อนมติครม.อนุมัติ 17 ม.ค.ทุกปี วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช รากฐานชาติไทย
ย้อนมติ ครม. รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ปี 2533 กำหนดวันที่ 17 มกราคม เป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช รำลึกพระมหากรุณาธิคุณและการค้นพบศิลาจารึก รากเหง้าอัตลักษณ์ไทย
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีในสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มีมติเมื่อปี พ.ศ. 2533 กำหนดให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็น "วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช"
- สาเหตุที่เลือกวันที่ 17 มกราคม เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงในปี พ.ศ. 2376
- ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำของโลกในปี พ.ศ. 2546
วันที่ 17 มกราคมของทุกปี มิได้เป็นเพียงวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นวันแห่งการรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2533 ซึ่งได้วางรากฐาน “ความทรงจำร่วม” ของชาติไทยอย่างเป็นทางการ
มติ ครม. 2533 กับการกำหนดวันสำคัญของชาติ
คณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มีมติเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 กำหนดให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็น วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของกษัตริย์ผู้วางรากฐานอารยธรรมไทยในยุคสุโขทัย
ความหมายของวันที่ 17 มกราคม
เหตุผลสำคัญของการเลือกวันที่ 17 มกราคม สืบเนื่องจากวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2376 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงค้นพบ หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักฐานประวัติศาสตร์ชิ้นเอกที่สะท้อนโครงสร้างรัฐ ภาษา การปกครอง และวิถีชีวิตของสังคมสุโขทัย อันเป็นต้นธารของอัตลักษณ์ความเป็นไทย
สุโขทัย–รามคำแหง ศูนย์กลางการรำลึก
ในทุกปี จังหวัดสุโขทัยจัดพิธีรำลึก ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดพิธี ณ ลานพ่อขุนและหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพื่อสืบสานความหมายทางการศึกษาและการตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของชาติ
การยอมรับในระดับโลก: ศิลาจารึกพ่อขุนรามฯ สู่มรดกความทรงจำของโลก
นอกเหนือจากการรำลึกในประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้ตอกย้ำคุณค่าของศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงในเวทีนานาชาติ โดยออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2546 ระบุว่า คณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติขององค์การยูเนสโก มีมติให้ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกจดทะเบียน ศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงภายใต้โครงการ มรดกความทรงจำของโลก (Memory of the World Programme)
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า การพิจารณาเกิดขึ้นในการประชุมระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ณ เมืองกดานสก์ ประเทศโปแลนด์ โดยมีใบสมัครจาก 27 ประเทศ รวม 43 รายการ และศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้รับการสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ โดยไม่มีกรรมการท่านใดทักท้วง สะท้อนการยอมรับในคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ภาษา และอารยธรรมในระดับสากล
นัยสำคัญของการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ คือการยกระดับศิลาจารึกจากสมบัติทางประวัติศาสตร์ของชาติ สู่ มรดกความทรงจำร่วมของมนุษยชาติ ที่ต้องได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง
การกำหนดวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มิได้เป็นเพียงการยกย่องบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ หากยังสะท้อนแนวคิดรัฐไทยยุคใหม่ที่ให้คุณค่ากับ “ความทรงจำร่วมของสังคม” ผ่านหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างศิลาจารึก ซึ่งเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
กว่า 3 ทศวรรษของมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2533 วันที่ 17 มกราคมยังคงทำหน้าที่เป็นหมุดหมายเตือนใจสังคมไทยถึงรากฐานของชาติ และบทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีความหมายต่อการก้าวเดินของประเทศในอนาคต


