
อย่ามาฮาแถวนี้ เฟอร์กี้ม่ายปลื้ม
แฟนบอลหลายคน ไม่ใช่เฉพาะเรดอาร์มีคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเฮี้ยบจนได้รับฉายา “ไดรเป่าผม” ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมาบ้างแล้ว
แฟนบอลหลายคน ไม่ใช่เฉพาะเรดอาร์มีคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเฮี้ยบจนได้รับฉายา “ไดรเป่าผม” ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมาบ้างแล้ว
โดย...สไปเดอร์แมว
แฟนบอลหลายคน ไม่ใช่เฉพาะเรดอาร์มีคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเฮี้ยบจนได้รับฉายา “ไดรเป่าผม” ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันมาบ้างแล้ว
ฉายานี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือจับสลากได้นะครับ แต่เป็นฉายาที่มาจากอารมณ์อันเกรี้ยวกราดของท่านเซอร์ในยามที่ลูกทีมเล่นม่ายล่ายหล่างจาย (ไม่ได้ดั่งใจ) พอกลับเข้าห้องพักในช่วงพักครึ่ง เฟอร์กีพร้อมจะพ่นลมร้อน
(คำบ่นคำด่า) ใส่บรรดาลูกทีมเป็นชุดๆ เหมือนโดนไดรเป่าผมพ่นใส่หน้ายังไงยังงั้น
และบางครั้งไม่ได้มีแค่คำด่าเท่านั้น ไม่เชื่อลองไปถาม เดวิด เบคแฮม ดูได้จากเหตุการณ์เมื่อปี 2003 ซึ่งโดนเฟอร์กีเตะรองเท้าสตั๊ดบินไปโดนซะจนคิ้วแตก สมัยที่หนุ่มเบคส์ยังอยู่ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด
ขนาดฮีโร่ขวัญใจแฟนบอลยังโดนซะขนาดนี้ นักเตะคนอื่นยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ ซึ่งแข้งผีแดงหลายคนเคยออกมายอมรับว่า ไดรเป่าผมของเฟอร์กีเป็นอะไรที่น่ากลัวสุดๆ
พักหลังมานี้ไม่ค่อยได้ยินข่าวว่า ป๋าเฟอร์กี ออกลูกหงุดหงิดใส่นักเตะ อาจเป็นเพราะทีมผีแดงกำลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอยู่ก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม เหล่านักเตะเรดอาร์มียังคงกลัวและเกรงใจเฟอร์กีเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
และวันนี้ ได้รับเกียรติจาก ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าอารมณ์ศิลปิน ที่เสี่ยงตายมาเปิดเผยบรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีม ว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นยังไงกันบ้าง
“มีการหยอกล้อกันเล่นมากมายในห้องแต่งตัวของเรา” ดาวยิงบัลแกเรียเกริ่นนำ
สำหรับแข้งฮาที่น่าจะพากันไปตั้งเป็นคณะตลก “แมนยู เชิญยิ้ม” เบอร์บาตอฟเผยว่า มีอยู่หลายต่อหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแข้งหัวใจสำคัญของทีมเสียด้วย
“นักเตะหัวโจกก็ได้แก่ เวย์น รูนีย์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอวรา และแกรี เนวิลล์ ส่วนผมก็ชอบที่จะเล่นมุขฮากับเพื่อนๆ เหมือนกันนะ”
อย่างไรก็ดี เบอร์บาตอฟเผยว่าบางครั้งก็มีเหตุการณ์ในลักษณะ มุขไม่ฮาพาเพื่อนเครียด แถมบางครั้งก็หยอกกันแรงๆ จนเหมือนจะกระทบกระทั่งกันก็มี
“บางทีมันก็เกินเลยไปหน่อยเหมือนกัน บางครั้งการหยอกล้อเล่นมันกลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัวซะงั้น แต่ว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อ ก็จะมารู้ตัวทีหลังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเจตนาที่จะมาหาเรื่องหาราวอะไรกันหรอก เพราะมันเป็นแค่การล้อกันเล่นเท่านั้น”
ในขณะที่ทุกอย่างดูจะเป็นไปอย่างราบรื่น บรรยากาศในห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จนกระทั่งการปรากฏตัวของบุคคลหนึ่งที่สามารถแผ่รังสีออร่ากระชากอารมณ์สนุก และแปรเปลี่ยนบรรยากาศให้ “มาคุ” ทันที
จะใครเสียอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ ป๋าเฟอร์กี นั่นแหละ
“พวกเราชอบที่จะหยอกล้อกัน ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งในการผ่อนคลายของเรา แต่ทุกอย่างก็จะยุติลงในทันทีที่บอสเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว”
จากห้องแต่งตัวที่มีแต่เสียงหัวเราะ ฮากันกลิ้งยิงมุขกันกระจาย แต่ด้วยความยำเกรงต่อเฟอร์กี ทุกอย่างจะเงียบกริบชนิดได้ยินเสียงแอร์พ่นลมเย็น ฟี้ ฟี้ ฟี้... ซึ่งแม้แต่แข้งเก๋าขาใหญ่ในทีมยังไม่กล้าหือกล้าอือสักนิดเดียว
“แม้กระทั่งนักเตะที่อิทธิพลสูงอย่าง ไรอัน กิกส์, พอล สโคลส์ และแกรี เนวิลล์ พวกเขาก็จะก้มหัวลงและพากันเงียบกริบ” ดาวซัลโวฟอร์มแรงประจำทีมเผยให้ฟัง
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเฟอร์กีพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาคือ “ตำนาน” ที่สามารถพาสโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ทุกคนให้ความเคารพและพร้อมจะยำเกรงบารมีของป๋าเฟอร์กีอย่างไร้ข้อโต้แย้ง
ลองไม่เคารพดูสิ รู้จักอ๊ะป่าว ไดรเป่าผมอ่ะ เดี๋ยวจะโดน เดี๊ยะๆ...







