posttoday
หมั่นดูจิตของตนดีที่สุด : กรรมาภิวัฒน์

หมั่นดูจิตของตนดีที่สุด : กรรมาภิวัฒน์

25 มกราคม 2553

มีแม่ค้าที่สนิทกันคนหนึ่งถามผมว่าอีก 3 ปีโลกจะแตกจริงหรือ?....

มีแม่ค้าที่สนิทกันคนหนึ่งถามผมว่าอีก 3 ปีโลกจะแตกจริงหรือ?....

โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม


มีแม่ค้าที่สนิทกันคนหนึ่งถามผมว่าอีก 3 ปีโลกจะแตกจริงหรือ?

ผมอึ้งครู่หนึ่งไม่รู้จะตอบเธออย่างไรก็เลยขอใช้วิธีของพระพุทธเจ้าสักตั้ง คือ ไม่ตอบคำถามนั้นตรงๆ ว่า จริง หรือ ไม่จริง แต่ชวนเธอคุยเรื่องอื่นไปซะเลย

การที่ผมไม่ตอบเพราะคำถามไม่อยู่ในข่ายที่ผมจะตอบได้ เพราะเกินวิสัยปัญญาจริงๆ และถึงแม้สมมติผมรู้ว่าโลกจะแตกหรือไม่แตกจริง ก็ไม่แน่ใจว่าจะตอบ เพราะถ้าตอบ “สามปีโลกจะแตกจริง” คิดว่าคนฟังไม่น่าจะได้ประโยชน์อะไร คนที่เชื่อก็อาจไม่เป็นอันทำอะไร ฝ่ายคนที่ไม่เชื่อก็ไม่กลัวแล้วตั้งอยู่ในความประมาท

แต่ก่อนจะพูดเรื่องที่แม่ค้าถาม...ขอพูดถึงวิธีการตอบปัญหาของพระพุทธเจ้าที่ผมอ้างข้างต้นก่อนเพื่อกันคนเข้าใจพระพุทธเจ้าผิด เดี๋ยวจะคิดว่าพระองค์ไม่มีน้ำพระทัยใครถามอะไรก็ไม่ทรงตอบ

ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย...พระพุทธเจ้าทรงมีพระเมตตาต่อสัตว์โลกมาก เพราะทรงอุบัติมาเพื่อโลกจริงๆ แต่สำหรับปัญหาต่างๆ จะทรงแก้หรือไม่แก้ก็ขึ้นอยู่กับพระองค์ แต่ส่วนใหญ่จะทรงแก้ ซึ่งปัญหาที่ทรงแก้นั้นก็มีวิธีแก้ที่ต่างกันไปขึ้นอยู่กับคำถาม

ส่วนปัญหาที่ไม่ทรงแก้ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่คนถามถามนอกเรื่อง ไม่มีประโยชน์ เป็นเหตุให้เขว สิ้นเปลืองเวลา ผู้ถามไม่อยู่ในฐานะที่จะเข้าใจได้ และพิสูจน์ไม่ได้ ก็ทรงยับยั้งเสียแล้วชักชวนผู้นั้นเข้าสู่แนวทางที่ทรงประสงค์ต่อไป

สมมติมีผู้ถามว่า ชีวะอันใด สรีระก็อันนั้นหรือ? ซึ่งเป็นคำถามประเภทเก็งความจริงจะอธิบายอย่างไรผู้ถามก็คงไม่เข้าใจเพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะเข้าใจได้ พิสูจน์ไม่ได้ และไม่เกิดประโยชน์โสตถิผลแก่ผู้ถาม ซึ่งปัญหาลักษณะนี้พระพุทธองค์ไม่ทรงแก้ครับ

กลับมาที่แม่ค้าถาม เมื่อพิจารณาก็เป็นปัญหาที่ไม่จำเป็นที่ผมต้องตอบเพราะผมไม่สามารถล่วงรู้อนาคต ไม่มีอนาคตังสญาณ

“ขอโทษพี่ ตอนนี้พี่อายุเท่าไร” ผมพูดกับเธอ

เธอบอก 46 ผมว่าอายุยังไม่มากแต่ก็ไม่ควรประมาทพร้อมบอกเธอว่าโลกแตกหรือไม่แตกอย่าเพิ่งคิด ขอให้พี่หมั่นดูจิตของตนทุกวันไม่ให้แตกก็พอแล้ว ส่วนโลกจะแตกหรือไม่นั้นให้เรามองว่าทุกอย่างเป็นอนิจจัง คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นธรรมดา

เธอขอบคุณและถามต่อว่าหมั่นดูจิตทำอย่างไร

ผมบอกอย่าตีลูกโดยไม่ฟังเสียงร้องของลูก!

เธอฟังแล้วนิ่ง...สักครู่ก็เอ่ยขึ้นว่า ทีหลังจะคิดก่อนทำ ผมจึงเสริมว่านี่แหละการหมั่นดูจิต ก่อนจะทำอะไรควรใช้สติทุกครั้ง ฟังเหตุฟังผลก่อนแล้วไตร่ตรองให้ดี จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

ที่ผมพูดชวนเธอคุยเรื่องนี้ก็เพื่อปลุกให้เธอตื่นและมีสติเพราะวันหนึ่งผมเห็นเธอตีลูกสาวที่ไปพบชายหนุ่มคนหนึ่งที่ห้องเช่าฝ่ายชายด้วยรองเท้าแบบสุดแรงไม่ยั้งหลายครั้งทั้งน้ำตาโดยไม่ถามไถ่ลูกสักคำทั้งที่ลูกก็ร้องบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลย

แต่กว่าที่เธอจะเรียกสติสยบความโกรธลงได้นั้นลูกสาวก็บอบช้ำไปมาก หากเธอตั้งสติสักนิดลูกสาวก็คงไม่เจ็บตัวขนาดนั้น

เธอขอบคุณผมที่ทำให้เธอรู้จักคำว่าคิดก่อนทำและฟังก่อนที่จะพูดและทำอะไรลงไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี