posttoday
มาฆบูชาปี ๒๕๕๔ณ วัดเวฬุวันฯ อินเดีย (ตอน ๕)

มาฆบูชาปี ๒๕๕๔ณ วัดเวฬุวันฯ อินเดีย (ตอน ๕)

01 กุมภาพันธ์ 2554

ปุจฉา : กราบเรียนพระอาจารย์ที่เคารพ 

ปุจฉา : กราบเรียนพระอาจารย์ที่เคารพ 

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียนพระอาจารย์ที่เคารพ

ดิฉันได้ติดตามอ่าน “ธรรมส่องโลก” มาเป็นระยะๆ จึงได้ทราบศาสนกิจของพระอาจารย์ในอินเดีย โดยเฉพาะ “งานมาฆบูชาโลก” อยากทราบว่าปีนี้มีการจัดงานมาฆบูชาที่อินเดียอีกหรือไม่ ควรประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยได้ทราบ จะได้ร่วมอนุโมทนา หรือหากจะร่วมทำบุญเพื่อจัดงานมาฆบูชาด้วย จะส่งปัจจัยไปที่ใคร หมายเลขบัญชีอะไร หรือหากจะมีญาติธรรมสนใจไปร่วมงานด้วย จะประสานงานได้ที่ใดค่ะ

สุดท้าย หวังว่าคงจะได้รับความรู้จากพระอาจารย์ตลอดไป โดยเฉพาะงานเผยแพร่ศาสนาในอินเดีย

ด้วยความเคารพยิ่ง

นิธินันท์/กรุงเทพฯ

“การฟื้นฟูวัดเวฬุวันมหาวิหารให้คืนกลับมาสู่หัวใจของชาวพุทธนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก เพราะวัดเวฬุวันฯ แห่งนี้เป็นพระอารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นมูลเหตุในต่อมาที่ให้พระสงฆ์สาวกรับอารามซึ่งมีผู้ถวายได้ โดยในครั้งนั้นจอมกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ นามว่า พระเจ้าพิมพิสาร เป็นผู้น้อมถวายด้วยพระราชศรัทธาที่มีต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า”

วิสัชนา : สำหรับผู้ที่เดินทางไปร่วมที่วัดเวฬุวันมหาวิหารไม่ได้ ก็สามารถร่วมอนุโมทนาก็ได้บุญเช่นเดียวกัน ตามกำลังของศรัทธาจิต ซึ่งควรระลึกให้มั่นคงว่า การฟื้นฟูวัดเวฬุวันมหาวิหารให้คืนกลับมาสู่หัวใจของชาวพุทธนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก เพราะวัดเวฬุวันฯ แห่งนี้เป็นพระอารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นมูลเหตุในต่อมาที่ให้พระสงฆ์สาวกรับอารามซึ่งมีผู้ถวายได้ โดยในครั้งนั้นจอมกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ นามว่า พระเจ้าพิมพิสาร เป็นผู้น้อมถวายด้วยพระราชศรัทธาที่มีต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ หลังจากที่ได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว เมื่อนำราชบริพารเข้าเฝ้าสดับตรับฟังพระธรรมเทศนาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเรื่อง มหานารทชาดก และอริยสัจ ๔ และต่อมาพระเจ้าพิมพิสาร พร้อมทั้งราชบริพารจำนวน ๑๒ นหุต ได้ขอแสดงตนเป็น พุทธมามกะ และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้น้อมถวายทานอันได้แก่พระอารามแห่งนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้ายังได้ทรงสงเคราะห์พระเจ้าพิมพิสาร โดยทรงแนะนำให้รู้จักการอุทิศบุญแด่บรรดาเปรตซึ่งเคยเป็นญาติของพระเจ้าพิมพิสารในอดีต โดยทรงแสดงผลแห่งทักษิณาที่ได้น้อมถวายในพระพุทธศาสนาไว้ว่า “ทักษิณาที่พระเจ้าพิมพิสารถวาย อุทิศให้หมู่พระประยูรญาติในครั้งนี้ เพราะเหตุที่พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก เป็นทักษิณาที่ทรงตั้งไว้ดีแล้วในพระสงฆ์ ทานนี้จึงสัมฤทธิผลอย่างทันที” ซึ่งขยายความต่อมาว่า ทักษิณาที่สำเร็จผลทันทีต้องประกอบด้วยองค์ ๓ คือ

๑.การอนุโมทนาด้วยตนเองของเปรตทั้งหลาย

๒.ด้วยการอุทิศของทายกทั้งหลาย

๓.ด้วยการถึงพร้อมแห่งทักขิไณยบุคคล

ซึ่งเราชาวพุทธได้ถือปฏิบัติกันมาสืบถึงปัจจุบัน ในการพลีบุญอุทิศให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว จนเป็นธรรมเนียมประเพณีวิถีพุทธที่สำคัญยิ่ง

นอกจากเรื่องโปรดพระเจ้าพิมพิสารแล้ว วัดเวฬุวันมหาวิหารแห่งนี้ยังเป็นที่บรรพชาอุปสมบทของพระสารีบุตรเถรเจ้า และพระมหาโมคคัลลานะเถรเจ้า คู่พระอัครสาวกในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานการบวชให้ด้วยพระองค์เอง ด้วยความหมายธรรมที่ทรงตรัสว่า “พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว พวกเธอจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด...” และทรงประกาศ ณ สถานที่แห่งนี้ว่า ทั้ง ๒ พระเถระ คือ “คู่อัครสาวกชั้นเยี่ยมของพระองค์”

วัดเวฬุวันมหาวิหาร มีพระสูตร คือ คำสั่งสอนของพระพุทธองค์เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงเลือกเป็นสถานที่ซึ่งทรงประทานโอวาทปาติโมกข์ ตามธรรมเนียมวิสัยของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ บรมฤกษ์ โดยมีพระภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งภิกษุทุกรูปล้วนเป็นพระอรหันตขีณาสพ ผู้ได้อภิญญา ๖ และภิกษุทั้งหมดล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา เรียกวันดังกล่าวอีกชื่อหนึ่งว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” หรือ วันที่ประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นสำคัญ

หมายเหตุสำคัญที่ชาวพุทธควรจดจำอีกเรื่องหนึ่งสำหรับวันมาฆบูชา เมื่อครั้งก่อนเข้าสู่พรรษาที่ ๒ ของพระพุทธองค์ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารแห่งนี้ นอกเหนือจากการประทานพระโอวาทปาติโมกข์แล้วนั้น ยังเป็นวันที่ทรงสถาปนาพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ เป็นคู่อัครสาวก โดยพระสารีบุตรเถรเจ้า เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา และพระมหาโมคคัลลานะเถรเจ้า เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย ด้วยสาวกบารมีญาณที่บำเพ็ญมาเต็มเปี่ยมแล้ว นับด้วยอสงไขยกับอีกแสนกัป ซึ่งในวันมาฆบูชากาลดังกล่าวนั้น ยามก่อนเที่ยงวัน พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่ถ้ำสุกรขาตา บนภูเขาคิชฌกูฏ แห่งพระนครราชคฤห์

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน