posttoday
ส้มตำกรอบๆ ที่ ครัวครกแตก

ส้มตำกรอบๆ ที่ ครัวครกแตก

24 มกราคม 2553

เริ่มจากเมนูส้มตำทอด เราสั่งมาด้วยความสงสัยว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ไม่นานนักจานส้มตำกองโตได้มาวางอยู่ตรงหน้า....

เริ่มจากเมนูส้มตำทอด เราสั่งมาด้วยความสงสัยว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ไม่นานนักจานส้มตำกองโตได้มาวางอยู่ตรงหน้า....

โดย...ชายโย

มีอาหารไม่กี่เมนูที่ไม่สามารถรับประทานคนเดียวให้อร่อยสุดๆ ได้ หนึ่งในนั้นที่เรานึกออกเป็นเมนูแรกก็คือ ส้มตำ มีคนบอกผมว่าส้มตำเป็นอาหารว่างและอาหารหลักในตัวเอง ผมเห็นท่าจะจริง เพราะ รับประทานกันแบบเอาจริงเอาจัง หรือเอาพอสำราญก็ได้ เช้า สาย บ่าย เย็น ดึกๆ ก็มีส้มตำแกล้มในวงเหล้า เรียกได้ว่านอกจากเป็นอาหารที่ต้องรับประทานกันเป็นหมู่คณะแล้ว ยังรับประทานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีคนอยู่เป็นเพื่อนนะ

ส้มตำในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ตามยุคสมัยและวัฒนธรรมอาหารต่างชาติ แรกเริ่มเดิมทีความเป็นมาของส้มตำนั้น คาดเดากันว่าน่าจะมาจากทางภาคอีสานของไทยหรือไม่ก็ประเทศลาว แต่ที่แน่ๆ อย่างหนึ่งก็คือ ส่วนผสมหลักในส้มตำนั้น ไม่ได้มีมาแต่โบราณในแถบบ้านเรา เพราะมะละกอมีถิ่นฐานกำเนิดมาจากทวีปอเมริกากลาง เข้ามาในช่วงตอนต้นของกรุงศรีอยุธยา พร้อมๆ กับพริกที่มากับชาวฮอลันดา เสียดายที่ไม่ได้มีประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าใครเป็นผู้คิดค้นเมนู ส้มตำขึ้นมา เพราะดูแล้วต้องใช้เซนส์ปรุงอาหารขั้นสูง ไม่ได้พบด้วยเหตุบังเอิญแน่ๆ

ส้มตำกรอบๆ ที่ ครัวครกแตก

ส้มตำที่ขึ้นชื่อมากที่สุดก็คือ ส้มตำสายอีสาน หรือ ส้มตำของชาวอีสาน ลองไปรับประทานส้มตำทาง ภาคเหนือ หรือภาคใต้ก็ไม่อร่อยเท่ากับส้มตำของคนอีสาน ร้านที่ขายๆ อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วทำอร่อยๆ ส่วนใหญ่พื้นเพพ่อครัวจะเป็นคนทางภาคอีสานทั้งนั้น และร้านที่ผมจะพาไปชิมวันนี้ก็เป็นร้านส้มตำสายอีสาน ที่ใครมาก็ต้องติดใจกับบรรยากาศการตกแต่งในร้านและราคาไม่แพงหรือรับได้กับความอร่อย

“ครัวครกแตก” คือชื่อของร้านส้มตำที่ผมว่านี้เอง เป็นร้านที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักเพราะตั้งอยู่ในป่าในเขา จ.สระบุรี เหมือนช้างเผือกในป่าลึกก็ไม่ปาน การเดินทางมาที่ร้านนี้ใช้เส้นทางมาที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จากกรุงเทพฯ วิ่งมาทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านสระบุรี หรือจะใช้ถนนเลี่ยงเมืองก็ได้ มองหาป้ายทางไปน้ำตกเจ็ดคด หรือศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดก็ได้ครับ ทางเข้าเจ็ดคดอยู่ประมาณหลัก กม.ที่ 126 จากปากทางเข้าไปอีกประมาณ 5-6 กม. ก่อนถึงศูนย์คิวเซ ร้านอยู่ทางซ้ายมือครับ หาไม่ยากครับ เป็นร้านตั้งคู่กับร้านโชห่วยเล็กๆ ริมถนนกลางป่า เปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม

เมนูอาหารเน้นไปที่อาหารอีสาน อย่างส้มตำ ลาบ น้ำตก สเต๊กแบบอีสานก็มี ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารกับแกล้มเหล้าเป็นหลัก ตกเย็นจะมีการเล่นดนตรีให้เข้ากับบรรยากาศคาวบอย เมนูอาหารจะอยู่ที่ประมาณ 50 บาทขึ้นไป เป็นราคาปกติสำหรับร้านอาหารระดับนี้

เริ่มจากเมนูส้มตำทอด เราสั่งมาด้วยความสงสัยว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ไม่นานนักจานส้มตำกองโตได้มาวางอยู่ตรงหน้าพร้อมข้าวเหนียวล้นกระติบ ที่ต้องใช้เวลานานกว่าปกติก็เพราะเขาต้องเอาเส้นส้มตำไปทอดให้กรอบ ก่อนนำมาราดด้วยเครื่องส้มตำที่เตรียมไว้แต่ในครก

ส้มตำกรอบๆ ที่ ครัวครกแตก

มีทั้งไข่เค็ม ปูอัด ปลาหมึก กุ้งสด ไส้กรอกนม และเครื่องส้มตำไทย รสชาติถึงใจอร่อยชนิดต้องเอ่ยชม เอ่ยชิม ไม่ขาดปาก สมแล้วที่เป็นส้มตำสายอีสาน นี่ถ้าเป็น ส้มตำปูปลาร้าจะแซบขนาดไหนคงไม่ต้องบรรยาย ตามต่อด้วยเมนูแนะนำ ซึ่งไม่เห็นในหนังสือเมนู สเต๊กจิ้มแจ่ว ไม่รู้แม่ครัวคิดได้เดี๋ยวนั้นหรือเปล่า เหมือนหมูย่างแบบสเต๊กชิ้นโต เสิร์ฟพร้อมสลัดผัก หอมย่างร้อนๆ มีน้ำจิ้มแจ่ว น้ำเกรวี และน้ำจิ้มทะเลมาให้ในชุด รสชาติเข้ากัน อร่อยไปอีกแบบ ซึ่งเราจะเรียกสเต๊กคงไม่ถนัดปากนัก ถ้าตัดสลัดผักออกไปก็คือหมูย่างดีๆ นี่เอง

เอาเป็นว่าคราวหน้าถ้าผมเดินทางไปเจ็ดคด อย่างไรเสียผมต้องแวะเข้าไปรับประทานที่ร้านนี้อีกอย่างแน่นอน เพราะยังเหลือเมนู ต้มยำแซบกระดูกหมูอ่อน กับส้มตำปูปลาร้า ที่ยังไม่ได้ชิม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท