
มาฆบูชาปี ๒๕๕๔ ณ วัดเวฬุฯ อินเดีย (ตอน ๓)
ปุจฉา :
ปุจฉา :
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา :
กราบเรียนพระอาจารย์ที่เคารพ
ดิฉันได้ติดตามอ่าน “ธรรมส่องโลก” มาเป็นระยะๆจึงได้ทราบศาสนกิจของพระอาจารย์ในอินเดีย โดยเฉพาะ “งานมาฆบูชาโลก” อยากทราบว่าปีนี้ มีการจัดงานมาฆบูชาที่อินเดียอีกหรือไม่ ควรประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยได้ทราบจะได้ร่วมอนุโมทนา หรือหากจะร่วมทำบุญเพื่อจัดงานมาฆบูชาด้วย จะส่งปัจจัยไปที่ใคร หมายเลขบัญชีอะไรหรือหากจะมีญาติธรรมสนใจไปร่วมงานด้วย จะประสานงานได้ที่ใดคะ
สุดท้ายหวังว่าคงจะได้รับความรู้จากพระอาจารย์ตลอดไป โดยเฉพาะงานเผยแพร่ศาสนาในอินเดีย
ด้วยความเคารพยิ่ง
นิธินันท์/กรุงเทพฯ
วิสัชนา : ในส่วนของพระมหาเถระผู้ใหญ่จาก พุทธนานาชาติ ดังเช่น พระสังฆราชา จากประเทศศรีลังกา (สยามอุบาลีวงศ์) นั้น จะมาถึงพุทธคยาในวันที่ ๑๖ ก.พ. และจะทรงประกอบภารกิจปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ในนามของรัฐบาลศรีลังกา ร่วมกับรัฐบาลอินเดีย เพื่อเตรียมการทดแทน ต้นพระศรีมหาโพธิ์ปัจจุบัน ซึ่งมีความแก่ชรามากแล้ว นักพฤกษศาสตร์ของรัฐบาลอินเดียมีความเห็นว่าคงจะทรงสภาพอยู่ได้ไม่นานนัก ด้วยอายุวัยที่มากแล้วของต้นพระศรีมหาโพธิ์ปัจจุบัน ณดินแดนตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณของพระพุทธองค์ซึ่งเป็นหน่อที่ ๔ จึงได้มีการเตรียมหน่อที่ ๕ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกาซึ่งเป็นต้นดั้งเดิม ที่สืบเนื่องอายุมาถึงปัจจุบัน
จากครั้งสมัยที่ พระสังฆมิตตเถรี อัญเชิญกิ่งไม้โพธิพฤกษ์ จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ ดินแดนตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อไปประดิษฐาน ณ ตัมพปัณณิทวีปหรือประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน ตามความประสงค์ของพระมหินทเถรเจ้า ซึ่งเป็นพระเชษฐา หรือหลวงพี่ของพระสังฆมิตตเถรี ที่ได้ทำนิมิตโปรยดอกมะลิไปยังซุ้มประตูอุทยาน แห่งมหาเมฆวัน จนแผ่นดินใหญ่ไหวไปทั้งเกาะ ต่อหน้าพระพักตร์ของ พระราชาเทวานัมปิยติสสะ ซึ่งพระเถระได้ถวายพระพรไว้ว่า “สถานที่ดังกล่าวนี้จักเป็นที่ปลูกกิ่งเบื้องขวาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้จากชมพูทวีป ซึ่งเป็นโพธิพฤกษ์ของพระบรมศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”
จากบันทึกความเป็นมาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ในลังกาทวีป หรือประเทศศรีลังกาปัจจุบันนั้น กล่าวไว้ว่า พระอโศกมหาราชทรงยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รับพระราชสาส์นจากพระราชาเทวานัมปิยติสสะ ถึงพระประสงค์ดังกล่าว จึงรับสั่งให้พระสังฆมิตตเถรีอัญเชิญกิ่งมหาโพธิ์ตรัสรู้ไป ลังกาทวีป (ตัมพปัณณิทวีป) โดยพระอโศกมหาราชได้บูชากิ่งมหาโพธิ์ด้วยพระองค์เอง แล้วทรงยกกิ่งมหาโพธิ์ดังกล่าว ลงสู่เรือที่ฝั่งแม่น้ำคงคา พระองค์เองเสด็จออกจากพระนคร ข้ามดง วิชฌาฎวี แล้วเสด็จไปถึงท่าน้ำชื่อ ตามพลิตตี ตลอด ๗ วัน ในระหว่างทางพวกทวยเทพ มนุษย์ และนาค ได้พากันมาบูชากิ่งมหาโพธิ์อย่างมโหฬาร
พระอโศกฯ ทรงพักกิ่งมหาโพธิ์ไว้ที่ริมฝั่งสมุทร ๗ วัน หลังจากทรงบูชาด้วยเครื่องสักการะอย่างยิ่งใหญ่แล้ว พระอโศกทรงยกกิ่งมหาโพธิ์ขึ้น เสด็จลุยน้ำไปประมาณเพียงพระศอ ทรงวางกิ่งมหาโพธิ์ไว้บนเรือ แล้วรับสั่งให้ พระสังฆมิตตเถรี พร้อมบริวารลงเรือ เพื่ออัญเชิญสู่เกาะลังกา กล่าวไว้ในบันทึกความเป็นมาของต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งลังกาว่า ในระหว่างทางเหล่านาคได้ทูลขอพระเถรีนำกิ่งมหาโพธิ์ไปสู่นาคพิภพ
เพื่อบูชาด้วยราชสมบัติแห่งนาคตลอด ๗ วัน แล้วนำกลับมาประดิษฐานไว้บนเรือ เพื่อแล่นไปสู่ท่า ชัมพุโกละ ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะลังกา โดยในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ จึงได้ทำพิธีอัญเชิญกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ประดิษฐานลงบนแผ่นดิน ตัมพปัณณิทวีป ณ เมืองอนุราธบุรี (อนุราธปุระ ปัจจุบัน) กล่าวไว้ว่ามีความอัศจรรย์ยิ่งนักในวันดังกล่าว โดยเฉพาะการแผ่ฉัพพรรณรังสีปกคลุมไปทั่ว ตัมพปัณณิทวีป หรือ เกาะลังกา ปัจจุบัน อันเป็นการประกาศความหมายว่า พระพุทธศาสนาจะหยั่งลงอย่างมั่นคงในประเทศนี้สืบต่อไปอย่างแน่นอน







