
หนูดีชวนฟัง ชวนเที่ยว
....หนูดี
– วนิษา เรซ
ในงาน Ignite Thailand เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้น นักพูดทุกๆ ท่านน่าสนใจมาก แม้จะพูดกันเพียง 5 นาที แต่หนูดีเองได้รับแรงบันดาลใจมาก ถึงขั้นไปค้นประวัติของนักพูดแต่ละคนในเวลาว่างมาดูเล่น คนที่หนูดีชอบอีกหลายท่านนั้น เป็นคนที่มาแบ่งปันประสบการณ์เรื่องการปลูกต้นไม้ การปลูกพืช นอกจากคนไทยแล้ว ก็มีฝรั่งคนหนึ่งที่หนูดีประทับใจ แต่คงไม่ใช่หนูดีประทับใจคนเดียวหรอกค่ะ เห็นประทับใจกันไปทั้งโรงละครสกาล่าค่ำคืนนั้น เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะๆ ไม่ผิดอะไรกับคุณหม่ำ เพียงคุณฝรั่งคนนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะขำ แต่เขาเป็นฝรั่งที่พูดไทยได้ไม่ดีเท่าพูดอีสาน บอกเท่านี้ก็คงจะรู้แล้วมั้งคะ ว่าทำไมเขาเป็นหนึ่งในขวัญใจคนฟังคืนนั้น
คุณฝรั่งคนนี้ ชื่อ มาร์ติน วีลเลอร์ เป็นชาวอังกฤษที่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วเงินหมด กลับบ้านไม่ได้ เลยหางานทำด้วยการสอนภาษาอังกฤษ ในที่สุดพบรักกับผู้หญิงชาวไทย แต่งงานกัน มีลูกสองคน และฝ่ายหญิงไทยของเราก็ได้ชักชวนสามีกลับไปตั้งรกรากแถบอีสานบ้านเกิดของเธอ ใน จ.ขอนแก่น เรื่องราวหลังจากนั้นน่ารักจริงๆ เพราะฝรั่งคนนี้ในครั้งแรกไม่ได้อยากไปอยู่อีสานเท่าไร แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ กลับพบว่าอีสานมีสิ่งที่เขาหาไม่พบที่อังกฤษ นั่นก็คือ
“อิสรภาพ” เขามีที่ดินทำกินของครอบครัว ปลูกนา ปลูกพืช แต่เขาบอกว่า ในอังกฤษนั้นแม้กระทั่งยุคนี้ สังคมก็ยังมีการแบ่งชนชั้นชัดเจน พ่อเป็นหมอลูกก็เป็นหมอ พ่อเป็นเกษตรกรลูกก็เป็นเกษตรกร แต่เมืองไทยไม่เป็นแบบนั้น คนก้าวข้ามเส้นแบ่งชนชั้นได้ง่ายกว่ามาก เขาอยู่แล้วมีความสุข แถมยังยกคำพูดในหลวงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาด้วย อินเทรนด์จริงๆ พูดไปพูดมา จาก 5 นาที เหลือแค่ 30 วินาที เขาเลยสรุปจบแบบง่ายๆว่า “ผมขอพูดเรื่องการเมืองนิดหนึ่งว่า ประเทศผม ปฏิวัติกันมา 300 กว่าปีแล้ว ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง ดังนั้น คนไทยอย่ามาชุมนุมปฏิวัติเลย แล้วก็อย่าฆ่ากันด้วย....มันมายจำเป็น” จบกันดื้อๆ แบบนี้ด้วยใบหน้ายิ้มๆ เรียกเสียงเฮและเสียงปรบมือได้สนั่นโรงทีเดียว ตอนเลิกงาน หนูดีรีบเดินไปบอกเขาว่า ชอบใจจริงๆ ค่ะ ยิ่งรู้ว่าอยู่ขอนแก่น เมืองโปรดของหนูดี ยิ่งดีใจเลย เผื่อจะขอแวะไปเยี่ยมเสียหน่อยค่ะ อยากเห็นบ้านเขาใครที่พลาด Ignite Thailand ในเดือน ม.ค.นี้ไป ยังมีครั้งที่ 4 ในเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ค่ะ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่ให้พวกเราเข้าไปโหวตได้ว่า อยากฟังใครมาพูดสร้างแรงบันดาลใจบ้าง ว่างๆ ลองแวะเข้าไปที่แฟนเพจเฟซบุ๊กของ
“เครือข่ายพลังบวก” ดูนะคะ แล้วใส่ชื่อไว้ เผื่อทีมงานจะเชิญมาได้ค่ะพูดเรื่องเพาะปลูกแล้ว ก็ต้องเชิญชวนค่ะ ในเดือน ม.ค.นี้ เป็นเดือนแห่งการปลูกผักทานเอง อากาศกำลังดี ที่สวนผักของหนูดีมีผักขึ้นมาหลากหลายประเภท เป็นแบบใหม่ๆ ต่างจากฤดูกาลก่อนบ้าง เป็นผักเดิมๆ ที่ฮิตติดลมมาแล้วบ้าง ผักยอดฮิตสำหรับเด็กๆ และผู้ใหญ่คือ ผักโขม และถั่วฝักยาวค่ะ เชื่อหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้วสองผักนี้ เวลาขายในตลาดไม่ค่อยอร่อยเท่าไร เพราะเขาต้องเด็ดเมื่อแก่หน่อย จะได้ทำน้ำหนักและจะได้ไม่ช้ำง่ายด้วย พอหนูดีลองมาปลูกเอง ผักโขมนี้เราเด็ดได้ตั้งแต่เป็นต้นอ่อนๆ มีสองใบ ลวกกินกับน้ำมันงาหรือน้ำพริก อร่อยที่สุด ครูคนหนึ่งตั้งแต่เกิดมาไม่ยอมกินผักโขม ก็เพิ่งมาชอบเมื่อเจอ
“โขมอ่อน” เข้าคราวนี้เอง ส่วนถั่วฝักยาว ปลูกแสนง่าย เมื่อปลูกเอง หนูดีจึงเลือกเด็ดกินตั้งแต่ฝักยังอ่อนมาก ข้างในเป็นวุ้นใส ยังไม่มีเม็ดเลยแม้แต่เม็ดเดียว จากคนที่ไม่เคยยอมกินถั่วฝักยาวมาก่อน วันนี้กลายเป็นผักโปรดของหนูดีไปแล้วค่ะอีก 4 ผักใต้ดินที่หนูดีไม่เคยคิดจะปลูก แต่ก็ได้ลองปลูกไปแล้วได้ผลดีมากคือ หอมแดง กระเทียม ที่ซื้อมาเป็นหัวๆ นี่ล่ะค่ะ แต่ควรเป็นเจ้าที่ตากแดดตากลมเกิน 1 ปีขึ้นไปนะคะ เลาะๆ ออกมาฝังดินทีละกลีบ ตอนนี้ผุดขึ้นมาต้นใหญ่มาก เดือนเศษๆ ก็ใกล้เก็บมากินต่อได้แล้ว ลงทุนอะไรนี่ สุดจะคุ้ม ฝังไปหนึ่งกลีบกลายเป็นหนึ่งหัว ส่วนขมิ้นชันกับขมิ้นขาวก็เช่นกัน หนึ่งหัวเท่านิ้วก้อย ฝังดินไปในกระถาง รอไม่กี่เดือนกลายเป็นกลุ่มก้อนขนาดเท่าฝ่ามือ คว่ำกระถางออกมาเห็นแล้วอยากกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น เกิดมาคนเมืองอย่างเราก็ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้ แต่แม่ครัวชาวปักษ์ใต้ของหนูดี พี่แมวที่เป็นคนฝังให้ ดูไม่ตื่นเต้นเลย คือ แถวบ้านพี่แมวเขาก็ทำกันแบบนี้ค่ะ เรื่องปกติ มีแต่เด็กเมืองอย่างพวกเราที่โตมากับหนังสือเรียน เห็นแบบนี้แล้วได้แต่ทึ่งกับกรี๊ด ว่าแล้วก็หาซื้อมาอีกหลายกิโลเพื่อลงไปทั้งแปลงเลย ใครมีที่ดินริมสวนบ้าน ลองลงดูนะคะ เขาจะงอกใบเขียวๆ ออกมาเหมือนว่าน ประดับสวนได้น่ารักมาก ต้นข่าก็เช่นเดียวกันค่ะ ฝังหัวข่าไปไม่เท่าไร ตอนนี้สูงท่วมหัวหนูดีอีก เหมือนต้นปักษาสวรรค์ที่เอาไว้ประดับสวน สวยแล้วกินได้ เท่จริงๆ
ส่วนใครที่อยู่ในเมือง ลองกันเวลาไว้หน่อยค่ะ วันที่ 3031 ม.ค.นี้ กลุ่มเกษตรคนเมืองของพวกเรามีงานการเพาะปลูกผักในเมือง ที่อาคารสัมมนา 1 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในงานมีการเสวนาเรื่องเกษตรคนเมือง สอนการปลูกผักสำหรับมือใหม่ สอนการเพาะเมล็ดงอก การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การเลี้ยงแมลงและผึ้งในเมือง มีตลาดนัดสีเขียว และรถเคลื่อนที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกผักอีกด้วย หนูดีเองก็ตั้งใจจะไปเดินค่ะ เพราะเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นเข้ามาในวิถีนี้แล้วแบบค่อนข้างเต็มตัวทีเดียว ใครไปเดินงานนี้ ถ้าเจอกันก็อย่าลืมทักกันนะคะ จะได้รู้ว่า เราเป็นคนเมืองปลูกผักกินเองเหมือนกันค่ะ







