
เกมชี้ชะตา
...ทีมข่าวกีฬา
ประตูแรกของ ดาร์เรน เบนต์ ในการประเดิมสนามให้กับแอสตัน วิลลา บั่นทอนความหวังที่แมนเชสเตอร์ ซิตี จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกมาเชยชมลงไปไม่น้อยเลย
การบุกไปปราชัยในถิ่นวิลลาปาร์กของแมนฯ ซิตี ในวันเดียวกับที่อริร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์แทรฟฟอร์ดไล่ถลุงเบอร์มิงแฮม 50 ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าหล่นมาอยู่อันดับ 3 ของตาราง ตามหลังแมนฯ ยูไนเต็ด 3 แต้มจริงอยู่ แต่ก็แข่งมากกว่าถึง 2 นัด
“
ยูไนเต็ดกำลังทำผลงานได้สวย พวกเขาไม่แพ้ใครเลย ผมคิดอยู่ตลอดว่าแชมป์อยู่ในมือยูไนเต็ดมาตั้งหลายสัปดาห์ก่อนแล้ว” ไบรอัน คิดด์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของแมนฯ ซิตี กล่าว พร้อมกับยืนยันว่าเป้าหมายของทีมตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาลคืออันดับในท็อป 4 เท่านั้นใครบางคนยกธงขาวไปแล้ว เท่ากับผู้ท้าชิงของทีมจ่าฝูงลดน้อยลงไปอีก 1 ทีม
และอาจจะลดลงไปอีก 1 หากเชลซีไม่สามารถบุกไปเก็บ 3 คะแนนออกมาจากบ้านโบลตันได้ในคืนนี้
คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเชลซี ยอมรับว่า เกมเยือนรีบ็อก สเตเดียม จะเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาแชมป์ลีกสำหรับทีมของเขาเลยทีเดียว
“
บททดสอบสำคัญจะมาถึงในเกมพบกับโบลตัน เพราะเป็นเกมเยือน และเราก็ไม่ชนะในการออกไปเยือนมาตั้งแต่เดือน ต.ค.แล้ว มันจะต้องยากแน่ครับ” นายใหญ่ชาวอิตาเลียน กล่าวอย่างไรก็ตาม อันเชล็อตติ บอกว่า เมื่อมองดูลูกทีมในสนามซ้อมแล้ว พวกเขาทำได้ดีขึ้นมาก ฟิตมากขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น แต่เขาเองรู้ดีว่า แค่นี้ยังไม่พอ
“
สิ่งสำคัญที่สุดคือผลการแข่งขันมันไม่สำคัญหรอกว่าผมรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ดีขึ้นแล้วหรือยัง เราจะต้องสร้างผลงาน ออกมา”ดูเหมือนอะไรจะไม่เป็นใจเอาเสียเลย เพราะเชลซีอาจจะต้องขาด2 กำลังสำคัญอย่าง แฟรงก์ แลมพาร์ด (ที่เจ็บน่องและไม่น่าจะเรียกความฟิตได้ทัน) และจอห์น เทอร์รี (กองหลังกัปตันทีมที่ประกาศจะลงเล่นให้ได้แม้จะเจ็บหลังเล็กน้อย)
ขณะที่โบลตันจะส่งเด็กใหม่ เดวิด วีเตอร์ ลงสนามหลังเพิ่งย้ายมาร่วมทีมไม่กี่วันก่อน ส่วน สจวร์ต โฮลเดน และเกรทาร์ สไตน์สสัน น่าจะหายเจ็บกลับมาทันพอดี
สำหรับเชลซีแล้ว นี่คือโอกาสดีที่สุดที่พวกเขาจะเรียกความศรัทธาในตัวเองกลับคืนมา เมื่อต้องไปเยือนสังเวียนที่พวกเขาไร้พ่ายมานานถึง 13 ปี







