posttoday
สุขแท้ราคาถูก

สุขแท้ราคาถูก

23 มกราคม 2554

ธรรมมีอยู่รอบตัวและในตัว ถ้ามีธรรมจักษุก็จะเห็นธรรมอยู่ทั่วไป และวิธีเข้าถึงธรรมก็มีหลากหลายวิธี วิธีหนึ่งก็คือ อ่านหนังสือธรรมะบ่อยๆ....

ธรรมมีอยู่รอบตัวและในตัว ถ้ามีธรรมจักษุก็จะเห็นธรรมอยู่ทั่วไป และวิธีเข้าถึงธรรมก็มีหลากหลายวิธี วิธีหนึ่งก็คือ อ่านหนังสือธรรมะบ่อยๆ....

เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย / ภาพ : เอพี

ในหนังสือ “ธรรมะติดปีก” ของผู้เขียน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ผู้เขียนคำนิยมกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า

“ธรรมมีอยู่รอบตัวและในตัว ถ้ามีธรรมจักษุก็จะเห็นธรรมอยู่ทั่วไป และวิธีเข้าถึงธรรมก็มีหลากหลายวิธี วิธีหนึ่งก็คือ อ่านหนังสือธรรมะบ่อยๆ อ่านจนเกิดฉันทะ เมื่อมีฉันทะ การได้อ่านหนังสือธรรมะก็เป็นความสุข เป็นความสุขราคาถูก (Happiness at Low Cost) เมื่อเป็นความสุขราคาถูก จึงทำให้เป็นไปได้สำหรับทุกคนและจะเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก หากเป็นความสุขราคาแพงย่อมเป็นไปได้เฉพาะคนบางคน และนำไปสู่การแย่งชิงทำร้ายกัน”

คำที่น่าสนใจก็คือ “ฉันทะ” คืออะไร ฉันทะ ก็คือ ความรัก ความชอบ ความพอใจนั่นเอง เมื่อเราทำสิ่งใดบ่อยๆ จนรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันก่อให้เกิดความสุข เราจะเริ่ม “ปลูกรัก” ลงในสิ่งนั้น อาการหลงรักในสิ่งที่ตนทำอย่างมีความสุขนี้เองคือความหมายของ ฉันทะ และเมื่อฉันทะเกิดขึ้นแล้ว ความยากลำบากจะหายไป ความสุขจะเคลื่อนเข้ามาแทนที่

ผู้เขียนเคยไปเยือนพม่า และไปดูการตีทองที่บ้านช่างทองที่นั่น นักตีทองจะต้องยกค้อนเหล็กหนักหลายกิโลกรัมตีซ้ำๆ ลงไปเพื่อทำให้แผ่นทองบางที่สุดเท่าที่จะบางได้ วันหนึ่งๆ เขายืนตีทองนับได้เป็นหมื่นครั้ง จนกล้ามโตเป็นมัดๆ เหงื่อโซมกาย
เมื่อถามว่าทำงานหนักอย่างนี้ไม่เหนื่อยหรือ เขาตอบว่า

“ก็เหนื่อยบ้างเป็นธรรมดา แต่มีความสุขมากครับ”

“ทำงานนี้มากี่ปีแล้ว”

“เจ็ดปีแล้วครับ”

“มีความสุขทุกวันไหม”

“โอ๊ย ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาแผ่นทองวางแล้วก็ตีๆๆ แข็งแรงดีอีกต่างหาก”

ว่าแล้วพ่อหนุ่มช่างตีทองก็ทำงานต่อย่างมีความสุข

ว่ากันว่า บ้านช่างทองที่คณะของเราเคยแวะเข้าไปดูนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เคยไปทอดพระเนตรมาแล้วเช่นกัน

เห็นหรือยังว่างานที่ดูท่าจะเหนื่อยหนัก ลำบากเหลือแสนในสายตาของคนอื่นนั้น ถ้าคนทำงานสามารถปลูก “ฉันทะ” คือพัฒนาจิตใจให้เกิดความรักในงานได้สำเร็จแล้ว ทุกครั้งที่ทำงาน การทำงานก็จะเป็นต้นธารแห่งความสุข ยิ่งทำงานจึงยิ่งเบิกบานและมีความสุข

สุขแท้ราคาถูก

ผู้เขียนเคยนั่งอ่านนอนอ่านพระไตรปิฎกและสารานุกรมชุดใหญ่ๆ หลายสิบเล่ม ตั้งแต่หัวค่ำจนรุ่งสาง ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 เสียด้วยซ้ำ ในวัยยังไม่ถึง 20 คงหาวัยรุ่นสนใจอ่านพระไตรปิฎกและหนังสืออย่างสารานุกรมอย่างจริงจังได้น้อยมาก เพราะวัยรุ่นน่าจะอยู่กับอะไรที่สบายๆ ไม่จริงจัง แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว หลงรักการอ่านพระไตรปิฎกและงานประเภทวิชาการมาแต่อายุ 17-18 อ่านไปยิ้มไปเหมือนตัวเองเข้าไปเดินท่องอยู่ในเนื้อหาของหนังสือเหล่านั้น

พอโตขึ้น เมื่อเรียนระดับปริญญาโท ผู้เขียนก็หลงรักการศึกษาค้นคว้าและการเขียนบทความเชิงวิชาการมาก ยังจำความรู้สึกของตัวเองได้ดีว่า ถ้าได้เขียนบทความเชิงวิชาการแล้วได้ทำ “เชิงอรรถ” ให้ดูพะรุงพะรังจนงานของตัวเองมีมาดทางวิชาการหน่อยๆ ละก็ จะรู้สึกปรีดิ์เปรมอิ่มเอมใจเอามากๆ ในขณะที่เพื่อนๆ มักบ่นกระปอดกระแปดเป็นหมีกินผึ้ง ว่าเบื่อที่สุดกับการเขียนงานเชิงวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องทำเชิงอรรถแทบทุกหน้าด้วยละก็ นั่นคือไม้เบื่อไม้เมาเลยทีเดียว

งานที่ถือกันว่าเป็น “งานหิน” สำหรับใครต่อใคร ถ้าหากเรามีใจรักอย่างที่เรียกกันว่าเกิด “ ฉันทะ” ในงานแล้วละก็ ในความยากก็มีความง่าย และในความยากและง่ายนั้นก็ก่อให้เกิดความสุขได้เสมอ

ท่านพระพุทธทาสจึงสรุปว่า “การทำงานคือการปฏิบัติธรรม”

เคยอ่านพบพระสูตรพระสูตรหนึ่งในพระไตรปิฎกแล้วประทับใจมาก คือ เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว ขณะหิมะโปรยสายพรมพรูปกคลุมป่าทั้งป่าจนขาวโพลน ชาวนาคนหนึ่งพาตัวเองเข้าไปหลบใต้ร่มไม้ใหญ่ในสภาพตัวสั่นงันงก ที่ใต้ร่มไม้นั้นเขาได้เห็นสมณะหนุ่มรูปหนึ่งนั่งสมาธิพลางเอาผ้าจีวรคลุมโปงทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า และทั้งๆ ที่อากาศภายนอกหนาวเหน็บจนเจ็บเนื้อ หิมะโปรยปรายไม่ขาดสายถึงเพียงนั้น แต่สมณะหนุ่มผู้มีวิถีชีวิตเรียบง่ายภายใต้จีวรผืนเดียวกลางป่าหิมะกลับดูผ่องใส มีความสุข เบิกบาน จนรัศมีแห่งความสุขนั้นแผ่ซ่านออกมาทางสีหน้าและแววตา ดูนวลผ่องกว่าคนทั่วไป

ชาวนาคนนั้นเห็นดวงหน้าอันเจือด้วยปีติสุขของสมณะหนุ่มรูปนั้นแล้วเกิดความฉงนมาก เขาพิศวงว่า ทั้งๆ ที่นั่งอย่างโดดเดี่ยวอยู่กลางป่าใหญ่ภายใต้บรรยากาศอันหนาวเหน็บเช่นนี้ แต่ทำไมสมณะหนุ่มรูปนี้จึงดูมีความสุขเหลือเกิน เมื่อสงสัยมากจังออกปากถาม

“พระคุณท่านขอรับ ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายถึงเพียงนี้ ดูพระคุณท่านก็ยังมีความสุขเหลือเกินนะขอรับ”

“พ่อหนุ่มเอ๋ย ในบรรดาคนที่นับว่ามีความสุขมากที่สุดในโลกนี้ ฉันคนหนึ่งละที่กล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดคนหนึ่ง”

ทั้งสองคนสนทนากันต่อถึงเรื่องความสุขอย่างยืดยาว แต่ผู้เขียนขอสรุปสั้นๆ ว่า สมณะหนุ่มผู้รุ่มรวยความสุขคนนั้นหาใช่ใครอื่นไม่ หากคือพระพุทธองค์ของเรานี่เอง พระบรมครูคือผู้ที่มีความสุขแม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่แสนทารุณโหดร้ายในสายตาของคนสามัญ นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่ค้นพบ “ฉันทะ” ในการทำงานของตนเอง เมื่อค้นพบแล้ว ไม่ว่างานที่ทำนั้นจะยากเย็นแสนเข็ญเพียงไรสายตาคนอื่น แต่เราก็สามารถที่จะอยู่กับงานนั้นๆ ได้อย่างมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดพ่วงมากับการทำงานในลักษณะที่เรียกว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ”

ความสุขที่เกิดจากการทำงานด้วยความรักจะก่อให้เกิด “การงานแห่งความรัก” และการงานแห่งความรักย่อมจะก่อให้เกิดความสุข ความสุขจากการทำงานในชีวิตประจำวันก็คือ ความสุขราคาถูกที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราทุกคน (หรือเราทุกคนควรพัฒนาให้เกิดขึ้นให้ได้) ถ้างานที่เราทำมาพร้อมกับความสุขในทุกๆ วัน ออฟฟิศก็เป็นดินแดนสวรรค์ดีๆ นี่เอง นอกจากนั้นแล้วคุณภาพชีวิตของคนทำงานก็จะเติบโตขึ้นพร้อมๆ กับคุณภาพของงานตามไปด้วย

ไม่ใช่ทำงานให้คนอื่นมีความสุข แต่ตัวเองแบกทุกข์แทบล้มประดาตาย!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท