
สธ.คิกออฟฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้ผู้หญิง 1 ล้านคน วันนี้!
กรมควบคุมโรค เริ่มฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ววันนี้ มุ่งเป้าที่ผู้หญิงอายุ 11-20 ปี ย้ำมีความปลอดภัยหลังทั่วโลกฉีดมาแล้วกว่า 15 ปี และยังไม่พบผลข้างเคียงระยะยาว
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เริ่มฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ววันนี้ (8 พ.ย.66) โดยโครงการมุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงอายุ 11-20 ปี จำนวน 1 ล้านโดส ภายใต้ สโลแกน Woman Power No! Cancer “สวย เริด เชิด สู้มะเร็ง” เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก หลังพบมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 6,500 ราย ซึ่งเป็นมะเร็งที่เกิดกับผู้หญิงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากมะเร็งเต้านม
สำหรับกลุ่มแรกที่จะได้รับการฉีดวัคซีนคือ นักเรียนชั้น ป.5 ม.1 และ ม.2 ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 100 วัน ส่วนเข็มที่ 2 จะได้รับการฉีดอีกครั้งในปี 2567 ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ประกาศว่า ให้หญิงไทยได้รับวัคซีนเอชพีวี 2 เข็ม ซึ่งทุกครั้งจะฉีดในช่วงป.5 แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิดมาหลายปี ทำให้ขณะนี้เด็กที่ควรจะได้รับการฉีด ณ ขณะนั้นอยู่ในระดับชั้น ม.1-ม.2 โดยจะดำเนินการทั้งในโรงเรียนของรัฐและเอกชน
ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มีอายุ 18-20 ปี จะเริ่มฉีดเดือนธันวาคม 2566 เพื่อให้มีเวลาเก็บตกในโรงเรียนก่อน ซึ่งกลุ่มที่สอง จะจัดบริการฉีดวัคซีนเอชพีวีให้ที่โรงพยาบาล ตามที่จังหวัดนั้นๆ กำหนด และจะมีการประกาศในช่องทางของจังหวัดต่อไป ซึ่งจะเป็นลักษณะใดก็จะอยู่ที่จังหวัด
โดยการฉีดวัคซีน HPV มีความปลอดภัยเพราะออกมาแล้วเกิน 15 ปี และใช้มาแล้วทั่วโลก ยุโรป สหรัฐอเมริกา จึงค่อนข้างปลอดภัย เมื่อเทียบเคียงกับวัคซีนอื่นๆ ยกเว้นอาจมีเจ็บ หรือปวดบริเวณฉีด บางคนอาจมีไข้ ที่สำคัญขณะนี้ยังไม่พบผลข้างเคียงระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีน HPV เป็นไปตามความสมัครใจ ทั้งนี้ หลังจากฉีดวัคซีนเอชพีวีแล้ว ต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นป้องกันได้ทั้งรับและแพร่เชื้อ นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน เพราะเสี่ยงรับเชื้อจากหลายๆคนได้ และเมื่อโตขึ้นอายุตั้งแต่ 30-60 ปี แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันได้ 100%







