posttoday
5 นาที เปลี่ยนชีวิต

5 นาที เปลี่ยนชีวิต

19 มกราคม 2554

หนูดี – วนิษา เรซ

&<2288;

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา หนูดีมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Ignite Thailand ของเครือข่ายพลังบวกที่จัดขึ้น ณ โรงหนังสกาลา สยามสแควร์ ในฐานะ Igniter หรือผู้จุดประกายค่ะ หนูดีไม่แน่ใจว่าบรรดา “ผู้จุดประกาย” คนอื่นๆ จะรู้สึกอย่างไร แต่สำหรับหนูดีคนนี้ รู้สึกตื่นเต้นปนเครียดเล็กๆ ทั้งๆ ที่การพูดบนเวทีไม่เคยทำให้หนูดีเครียดได้เลยในหลายปีที่ผ่านมา

เหตุผลง่ายๆ ผู้จัดงานให้เราพูดได้แค่ 5 นาที – ฟังหนแรกหนูดีนึกว่าฟังผิด อะไรนะคะ 5 นาที คือ แค่หนูดีเดินขึ้นไป หายใจสองสามหนก็แทบหมดเวลาแล้ว ยังไม่ทันได้พูดอะไรแน่ๆ แถมนอกจากนั้น ยังต้องใช้สไลด์ถึง 20 สไลด์ หารเบ็ดเสร็จแล้วตกสไลด์ละ 15 วินาที แถมยังต้องตั้งเวลาอัติโนมัติไว้ด้วย 15 วิ เปลี่ยน 15 วิ เปลี่ยน โจทย์นี้ช่างโหดร้ายจริงๆ ค่ะ

แต่เอาล่ะ กล้าขอ ก็กล้าพูดค่ะ หึหึ หนูดีตกลงไปเรียบร้อย เพราะงานดูน่าสนุกและเป็นความตั้งใจเชิงบวกจริงๆ ของคนจัด ค่าเข้าชมก็ไม่เสีย ทุกอย่างฟรีตลอดรายการ รับคนได้ประมาณ 1,000 คน มีนักพูด 22 คน พอดี

หัวข้อที่นักพูดทุกคนได้รับคือ “การจัดการชีวิต” ส่วนหัวข้อย่อยๆ ของหนูดีที่ทีมงานขอมาคือ “การจัดการชีวิต ผ่านการจัดการเวลา” เพราะผู้จัดได้อ่านนิตยสารซีเคร็ตฉบับที่หนูดีเขียนเรื่อง “จัดการเวลาได้ ก็จัดการได้ทั้งชีวิต” แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนฟังแน่ๆ เอาล่ะสิคะ หนูดีชักสนุกแล้วค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องโปรดเสียด้วย

วันงานนั้น หนูดีเตรียมตัวไปอย่างดี อันดับแรก ด้วยเวลาอันแสนสั้น เนื้อหาต้องแน่น คนฟังต้องได้ “ทิปส์” อะไรสัก 12 อย่างกลับบ้านไปนอนคิดเล่น หนูดีซ้อมกับสไลด์ตัวเองหลายรอบ จนมั่นใจว่าเราจะพูดเนื้อหาที่ตั้งใจได้ใน 15 วินาทีจริงๆ ไม่ใช่สไลด์เปลี่ยนแล้วหนูดียังพูดเรื่องเดิมอยู่ โอ้โฮ ขนาดบรรยาย 3 ชั่วโมงยังไม่ยากอย่างนี้เลย ต่อจากเนื้อหาเป๊ะ หนูดีก็เริ่มซนค่ะ เครียดมาหลายยก ต้องขอคลายเครียดตามประสาผู้หญิง ก็คือไปเลือกชุดดีกว่า เวลาเพียง 5 นาที ใส่ชุดดำเรียบร้อยเหมือนปกติแล้วใครจะจำหนูดีได้ ดังนั้น หนูดีเลยขอเลือกชุดสีแดงสดเป็นชุดราตรีแค่เข่าคล้องไหล่ รับรองว่าเปรี้ยวจนแม้จะพูดผิดก็ไม่มีใครสนใจแน่ นานๆ ทีได้ใส่กับเขาบ้างค่ะ ปกติหนูดีบรรยายกลางวัน แถมเป็นลักษณะเป็นทางการทั้งนั้น ชุดนี้เลยเหงาอยู่ในตู้มาพักใหญ่ เพิ่งได้ฤกษ์พาออกมาอวดโฉมเมื่อวันนี้เอง

ไปถึงงาน หนูดีถูกจับไปนั่งรวมกับนักพูดท่านอื่นๆ เห็นคนที่เราเคยอ่านถึงบ้าง เคยดูรายการบ้างหลายคน มีน้องผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก บอกว่าเพิ่งไปฟังพี่หนูดีพูดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มา ผมเป็นแฟนพี่นะ หนูดีก็ขอบคุณค่ะ แต่ยังไม่รู้จักเลยว่าน้องเป็นใคร ปรากฏว่าพอน้องพูดเท่านั้น ก็เลยรู้ว่าน้องคือคุณครูพายุ ที่สอนเด็กหูหนวก ตาบอด ให้ว่ายน้ำเป็น เพราะได้เห็นสถิติคนที่จมน้ำตายมาก่อน เมืองไทยเรามีคนจมน้ำตายวันละ 4 คนค่ะ น้องบอกว่า นึกดูสิ พรุ่งนี้ คน 4 คนก็จะหายไปจากโลกเพราะเขาว่ายน้ำไม่เป็น น้องก็เลยเกิดโปรเจกต์นี้ขึ้น หนูดีฟังแล้วน้ำตาไหลเลย นั่งอยู่กับพี่โก๋ คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร พี่ชายที่หนูดีรักมาก หันไปเห็นพี่เขาก็น้ำตาซึมเหมือนกัน

ก่อนจะเริ่มบรรยาย หนูดีได้นั่งติดกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก แต่หนูดีไม่รู้จักมาก่อน ที่ไหนได้ แป๊บหนึ่งทีมงานนำน้ำดื่มมาให้พวกเรา แล้วก็เรียกเขาว่า คุณทฤษฎี หนูดีถึงได้รู้ว่า นี่คือ น้องทฤษฎี ณ พัทลุง ที่หนูดีเคยไปฟังเขาเล่นดนตรีที่วังพญาไทเมื่อเกือบ 2 ปีก่อนนั่นเอง จำได้แม่นแต่ชื่อเล่น เด็กอะไรพ่อแม่ตั้งชื่อให้น่ารักว่า “พิซซ่า” เลยหันไปทักแล้วคุยกันพักใหญ่ ไม่ได้เจอกันนาน ต่างคนต่างแลกทวิตเตอร์กัน น้องพูดบนเวทีเก่งมาก เห็นภาพสมัยกำลังเริ่มต้นอาชีพที่น้องทำได้ดีมากอยู่ตอนนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หนูดีไม่ได้สารภาพคืนนั้นก็คือ ที่จำน้องไม่ได้ เพราะน้องหล่อขึ้นมากค่ะ พี่เห็นแล้วงงไปเลย ถ้าน้องอ่านคอลัมน์นี้อยู่ โปรดรู้ไว้ด้วยว่า ที่ไม่ได้ทักก่อนนั้น พี่ไม่ได้หยิ่งนะคะ น้องหล่อขึ้นเอง ไม่ใช่ความผิดของพี่นะ

ถ้าให้เล่าว่า วันนั้นฟังนักพูดท่านไหนแล้วชอบที่สุด พูดได้ยากมาก เพราะทุกคนสุดยอดกันมาคนละสายงานทั้งนั้น ที่จำได้แม่นๆ ก็คือ คุณพยาบาลที่ใช้ “การกอด” บำบัดผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โดยเฉพาะใช้กับสามีของเธอเองที่หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน เธอกอดสามีทุกวัน บอกว่า พี่ไม่อยู่แล้วหนูจะเลี้ยงลูกอย่างไร พี่ต้องอยู่นะ เธอบอกกอดแบบนี้ สามีก็อยู่ให้กอดมาจนถึงทุกวันนี้ 6 ปีแล้วค่ะ เก๋จริงๆ และเธอยังสอนผู้ป่วยคนอื่นๆ ให้ทำ มีรายหนึ่งเป็นคุณป้า สามีเป็นมะเร็ง หมอบอกอยู่ได้ 1 เดือน คุณป้าไม่ยอมกอดค่ะ เธอสอนแล้วก็พาคุณป้าไปหาคุณลุง คุณป้าไม่กล้ากอด เธอก็ให้สัญญาณเลยว่า “ป้า กอดค่ะ” เรียกว่าฮากันทั้งหอประชุม เมื่อกอดได้ ป้าพูดเสียงสั่นเลยค่ะว่า “ชั้นรักแกๆๆ” ลุงก็ตอบมาว่า “ชั้นก็ห่วงแก ชั้นไม่อยู่ แกจะอยู่กับใคร” จากนั้นนำไปพยาบาลและกอดต่อที่บ้าน ป้าโทร.มาหาคุณพยาบาลทุกวัน เล่าให้ฟังเรื่องการกอด จนวันสุดท้ายที่คุณลุงมีชีวิตอยู่ ป้าเล่าว่า กอดคุณลุงจนนาทีสุดท้าย พอลุงไม่เหลือแรงแล้ว ป้าก็ร้องเพลงสวดสรภัญญะ “องค์ใดพระสัมพุทธ ฯลฯ” ให้คุณลุงฟังจนจบ คุณลุงตายในอ้อมกอดคุณป้านั่นเอง รวมเวลาแล้ว 8 เดือนเต็มๆ คุณป้าเล่าว่า คุณลุงไปสบายแล้ว ป้าได้กอดลุงจนนาทีสุดท้าย หนูดีน้ำตาไหลเลยช็อตนี้

ยังมีเล่าให้ฟังอีกหลายท่านค่ะ แต่วันนี้เนื้อที่หมดแล้ว สัปดาห์หน้าหนูดีมาเล่าให้ฟังใหม่ แต่ระหว่างนี้ใครสนใจเข้า www.youtube.com พิมพ์ค้นหาคำว่า ignite Thailand นะคะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท