
“PM2.5” อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ “แก่ก่อนวัย” แต่ป้องกันได้ อย่างไร?
รู้หรือไม่ว่า “PM2.5” ไม่ได้เพียงก่อให้เกิดความแก่เชิงโครงสร้างของเซลล์ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงก่อให้เกิด “ความแก่ทางจิตใจ” ได้ไม่น้อยไปกว่ากัน ยังไง แบบไหน แก้ได้ด้วยอะไร ไปหาคำตอบกัน
รู้ไหมว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่แฝงตัวอยู่ในอากาศที่เราเรียกว่า PM 2.5 นั้น ถ้ามีการสัมผัสเป็นเวลานาน เจ้า PM 2.5 ที่ว่านี้สามารถแทรกผ่านชั้นผิวหนังของเราได้ โดยมันจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนังกำพร้าได้โดยตรง โดยเฉพาะบริเวณเซลล์ที่ใบหน้า
กรมการแพทย์ได้เผยผลวิจัยออกมาแล้วว่า
PM 2.5 จะกระตุ้นการลดประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ เกิดการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว เพิ่มโอกาสการเกิดจุดต่างดำและริ้วรอย รวมถึงการทำให้ความอวบอิ่มและภูมิต้านทานของผิวอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่และการโดนรังสี UV
PM 2.5 ไม่ได้เพียงก่อให้เกิดความแก่เชิงโครงสร้างของเซลล์ผิดเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงก่อให้เกิดความแก่ทางจิตใจได้ไม่น้อยไปกว่ากัน ทุกครั้งที่ตัวเลขดัชนีคุณภาพอากาศสูงขึ้น ทำให้เกิดอาการวิตก กังวล รวมถึงอาการแสบตา และความติดขัด หรือไม่สะดวกในกระบวนการหายใจ ซึ่งเมื่อเกิดอาการเหล่านี้เป็นเวลานาน และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการแก่ก่อนวัย ด้วยประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้หลาย ๆ คน เลือกที่จะไม่ออกไปไหน และอาศัยอยู่ในอาคารเพื่อลดความความเสี่ยง และความกังวลที่ส่งผลต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ
สุขภาวะของที่อยู่อาศัยหรืออาคารสถานที่ทำงานจึงมีความสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมากในการลดความเสี่ยงในการดูแก่ก่อนวัยจากการสัมผัส PM 2.5
อาคารเขียว หรือ อาคารที่ยั่งยืน ภายใต้การตอบสนองต่อการดำรงค์อยู่ ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และชีวิตมนุษย์ ซึ่งหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อีกสองส่วนก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น อาคารเขียวจึงเป็นตัวเลือกและเป็นทางออก ในการป้องกันผลกระทบที่ได้รับจาก PM 2.5
"อาคารเขียว" หมายถึงอาคารที่คำนึงถึง การประหยัดพลังงาน ที่ตั้งโครงการ การประหยัดน้ำ คุณภาพอากาศในอาคาร และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ปัจจุบันมีองค์กรที่ตรวจวัดระดับคุณภาพอาคารเขียวในระดับสากลอยู่หลายองค์กรทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทย มี สถาบันอาคารเขียวไทย (Thai Green Building Institute) TGBI ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีเกณฑ์ตามมาตรฐานประกอบด้วย การบริหารจัดการอาคาร ผังบริเวณและภูมิทัศน์ การประหยัดน้ำ พลังงานและบรรยากาศ วัสดุและทรัพยากรในการก่อสร้าง คุณภาพของสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม โดยมีการให้ระดับคุณภาพของอาคารเขียว เริ่มจาก Certified, Silver, Gold, และสูงสุดคือ Platinum
อาจดูเหมือนว่าอาคารเขียว หรืออาคารยั่งยืน ต้องเป็นอาคารที่ใหม่อย่างเดียว แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าเราทำความเข้าใจในส่วนของข้อกำหนดในแต่ละส่วนของเกณฑ์ตามมาตรฐาน และนำมาปรับ ประยุกต์ใช้ในบริบทที่เราสามารถทำได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ หรือย้ายที่อยู่ใหม่ เช่นการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคุมแหล่งมลผิดจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ประสิทธิภาพการกรองอากาศผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐาน เลือกใช้วัสดุที่ไม่ก่อมลพิษ การควบคุมแสงสว่างและการใช้แสงธรรมชาติภายในอาคาร และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ภาวะน่าสบาย
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เราก็สามารถที่จะปลอดภัยจาก PM 2.5 ได้อย่างยั่งยืน และจะไม่แก่ก่อนวัยด้วย
ฉันฑิต สว่างเนตร







