posttoday
ทิม เคฮิลล์ หัวใจนายมันน่ากราบ

ทิม เคฮิลล์ หัวใจนายมันน่ากราบ

18 มกราคม 2554

ยอดนักเตะสุภาพบุรุษนายนี้คือขวัญใจคอบอลทั่วทุกหย่อมหญ้าจากกูดิสันพาร์ก บ้านของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ไปจนถึงแผ่นดินอังกฤษที่เขาอาศัยค้าแข้งอยู่....

ยอดนักเตะสุภาพบุรุษนายนี้คือขวัญใจคอบอลทั่วทุกหย่อมหญ้าจากกูดิสันพาร์ก บ้านของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ไปจนถึงแผ่นดินอังกฤษที่เขาอาศัยค้าแข้งอยู่....

โดย...ทีมข่าวกีฬา 

ชีวิตนักฟุตบอลของ ทิม เคฮิลล์ อาจจะไม่ได้เปล่งประกายวาววับเหมือน เดวิด เบคแฮม หรือประสบความสำเร็จอู้ฟู่เหมือนกับ ลิโอเนล เมสซี

กระนั้นก็ดี ยอดนักเตะสุภาพบุรุษนายนี้คือขวัญใจคอบอลทั่วทุกหย่อมหญ้าจากกูดิสันพาร์ก บ้านของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ไปจนถึงแผ่นดินอังกฤษที่เขาอาศัยค้าแข้งอยู่ ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังออสเตรเลีย แผ่นดินเกิด สู่การเป็นดาวประจำทวีปเอเชีย

...แม้จะเป็นแบบเงียบๆ ก็ตาม...

ทิม เคฮิลล์ หัวใจนายมันน่ากราบ ทิม เคฮิลล์

ความสามารถในเชิงลูกหนัง ความเป็นผู้นำ การต่อสู้ ชีวิตแบบติดดิน จิตใจอันแสนดี ความจงรักภักดี ล้วนแต่เป็นคุณสมบัติของเคฮิลล์ ที่นักเตะรุ่นหลังควรจะดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง

โปรแกรมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล้วนน่าดูน่าชม ทั้งเกมคู่บิ๊กแมตช์และดาร์บีแมตช์ในหลายสนาม และที่พลาดไม่ได้ เอฟเวอร์ตันของเขาจะต้องออกเดินทางไปเยือนลิเวอร์พูล อริร่วมเมืองในเวลาเดียวกับที่ออสเตรเลีย (ของเขาอีกเช่นกัน) อยู่ระหว่างทำศึกระดับนานาชาติในฟุตบอลเอเชียนคัพ ประเทศกาตาร์

“ผมโชคดีที่มาอยู่ที่นี่” เคฮิลล์หมายถึงบนดินแดนอาหรับอันไกลโพ้น ประเทศกาตาร์

“มีแต่คนถามผมว่า มันมีความหมายสำหรับคุณแค่ไหน คืองี้ ผมทิ้งพรีเมียร์ลีกมาในขณะที่กำลังฟอร์มดี ทำประตูได้ เพื่อมาแข่งเอเชียนคัพ คงไม่ต้องบอกอะไรมากแล้วล่ะครับ”

เคฮิลล์ตระเวนเตะมาเกือบทุกมุมของทวีปเอเชีย เขาเสียเวลาและเรี่ยวแรงไปมากให้กับการเดินทางไกล แต่ยังเต็มที่เสมอยามลงสนาม และนั่นทำให้เขาเอาชนะใจชาวเอเชียได้ไม่น้อย วันหนึ่งหลังตัดสินใจหันหลังให้กับฟุตบอลอังกฤษแล้ว เคฮิลล์ บอกว่า เขาจะกลับมาเล่นฟุตบอลในเอเชีย

ความสำเร็จของเคฮิลล์ ก็เหมือนกับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่อีกมากมายบนโลกใบนี้ คือ มาจากกำพืดอันแสนจะธรรมดา ผ่านการทำงานอย่างหนักเกือบจะตลอดชีวิต และแรงสนับสนุนอย่างดีจากผู้คนรอบข้าง

โอเค...เวทีฟุตบอลโลก 2 สมัย เอเชียนคัพอีก 2 เหมือนชีวิตนี้จะสุดแสนเพอร์เฟกต์เลยจริงไหม แต่เขาอยากจะบอกกับเด็กๆ ทุกคนว่า

“ทิม เคฮิลล์ เติบโตขึ้นมาเหมือนเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง มาจากครอบครัวที่ไม่มีอะไรเลย แต่สู้ทนทำงานอย่างหนัก มีแรงปรารถนา และครอบครัวที่คอยสนับสนุน” กองกลางวัย 31 ปี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดลิเมล์

“ทั้งพ่อและแม่ของผมต่างก็ทำงาน เราเช่าบ้านอยู่กัน เงินทั้งหมดก็เอาไปจ่ายค่าเช่า ผมมีพี่น้องหลายคน เมื่อพวกเราอยากจะเล่นฟุตบอลก็ต้องเริ่มที่รองเท้า 3 คู่ เสื้อแข่ง เงินค่าน้ำมันรถ พ่อแม่ผมกู้เงินมาให้ผมได้ไปทดสอบฝีเท้าที่มิลล์วอลล์และสโมสรอื่นๆ นั่นคือสิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย”

จากมิลล์วอลล์ เคฮิลล์ได้เล่นฟุตบอลทั้งในระดับเยาวชนและซีเนียร์ ในปี 2004 เขาย้ายมาเอฟเวอร์ตัน และยังคงภักดีกับต้นสังกัดมาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะมีข้อเสนอมาจากสโมสรอื่นมากมาย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เขายังจดจำได้เสมอ คือ การลงแข่งที่ซันคอร์ป สเตเดียม

สนามกีฬาในควีนส์แลนด์ที่กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลังเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรงในออสเตรเลีย

ด้วยเหตุนี้ การยิงประตูอินเดียในเกมนัดเปิดสนามเมื่อวันจันทร์ที่แล้วจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่เรื่องผลการแข่งขันหรอก เพราะหากนับ 2 ประตูของเคฮิลล์ ออสเตรเลียก็ยิงได้ 2 ลูกอยู่แล้ว

“มันมาจากความคิดที่ว่า ผมตื่นนอนขึ้นมาที่นี่ แต่ว่ามีผู้คนล้มตายอยู่ที่นั่น มีผู้คนสูญหายมากมาย ทั้งตัวเมืองและชานเมืองถูกตัดขาด ผมจึงอยากยิงประตูอินเดีย เพื่อที่จะได้แสดงท่าทางอะไรได้ แต่หลังจากนั้นผมก็กลับห้องมาคิดดูว่า ผมจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีกไหม ผมหรือว่าพวกเราจะสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้อีก”

หลังโหม่งประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมนั้น เคฮิลล์จึงทำท่ายกหูโทรศัพท์เพื่อขอร้องให้คนช่วยโทรศัพท์มาบริจาคเงิน จากนั้นเขาประกาศประมูล “แพ็กเกจ” ในเว็บไซต์อีเบย์

แพ็กเกจนี้ประกอบไปด้วยตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจเดินทางจากออสเตรเลียมายังอังกฤษ ซึ่งได้รับบริจาคมาจากสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน ตั๋วเข้าชมเกมเหย้าของเอฟเวอร์ตัน 1 นัด และสิทธิเข้าชมการฝึกซ้อม บัตรรับประทานอาหาร เสื้อเอฟเวอร์ตันที่มีลายเซ็นของทุกคนในทีม รองเท้าที่เคฮิลล์ใช้สวมแข่งจริงๆ พร้อมลายเซ็นของเจ้าตัว “ฮีโร่” เป็นอย่างนี้เองสินะ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง