
ปริศนาโศกนาฏกรรม
คำคมๆ ซึ้งๆ ก็หาได้ในหนัง ตลอดทั้งเรื่องการโต้ตอบของตัวละครล้วนมีนัยแฝงอยู่ทุกถ้อยวลี ขณะเดียวกันอารมณ์ยอกย้อน The Sweet Hereafter ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผลงานเรื่องใดๆ ของผู้กำกับรายนี้เลย....
คำคมๆ ซึ้งๆ ก็หาได้ในหนัง ตลอดทั้งเรื่องการโต้ตอบของตัวละครล้วนมีนัยแฝงอยู่ทุกถ้อยวลี ขณะเดียวกันอารมณ์ยอกย้อน The Sweet Hereafter ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผลงานเรื่องใดๆ ของผู้กำกับรายนี้เลย....
เรื่อง วิชช์ญะ ยุติ
เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบงามแห่งหนึ่ง ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน เป็นชุมชนที่ผู้คนรักใคร่กลมเกลียวกันดี ทว่านับแต่มีเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเลวร้าย รถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำ ทุกอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความสุขหอมหวานที่เคยปรากฏกลับค่อยๆ เหือดหายลงทีละน้อย เหลือเพียงปริศนาคาใจที่ถูกซ่อนเร้นไว้บนความสับสนวุ่นวาย
หนังเก่าเก็บขึ้นหิ้งของผู้กำกับมือรางวัล “อะตอม อีโกยาน” (ผลงานที่ผ่านตาไปล่าสุด คือ Chloe) ที่พาคนดูดำดิ่งสำรวจความคิดตัวละคร ท่ามกลางฉากหลังเวิ้งว้าง และบรรยากาศเหน็บหนาว เพื่อร่วมค้นหาข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย โดยมีทนายเฒ่าเป็นศูนย์กลางเรื่องราวทั้งหมด
ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ จะว่าไปก็มีอยู่หลายองค์ประกอบ อย่างแรก คือ พล็อตที่ดัดแปลงจากนวนิยายเข้มข้นชวนติดตามของนักเขียนเลือดมะกัน “รัสเซลล์ แบงก์ส” (โด่งดังจาก Affliction และ Trailerpark) เมื่อนำมาขยายขึ้นจอใหญ่ก็ตื่นตาไม่แพ้กัน
ถัดมาก็เป็นสไตล์การเล่าเรื่องที่ไม่ต่อเนื่อง และไม่ปะติดปะต่อ โดยผู้กำกับเลือกใช้วิธีสลับเหตุการณ์ไปมา (จนน่าเวียนหัว) ไม่พอ ยังเน้นให้ตัวละครพูดจ้อกันด้วยบทสนทนายาวเหยียด สมราคาหนังที่มีตัวละครเป็นทนาย ไล่ต้อนผู้ต้องสงสัยแบบรายตัว
คำคมๆ ซึ้งๆ ก็หาได้ในหนัง ตลอดทั้งเรื่องการโต้ตอบของตัวละครล้วนมีนัยแฝงอยู่ทุกถ้อยวลี ขณะเดียวกันอารมณ์ยอกย้อน The Sweet Hereafter ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผลงานเรื่องใดๆ ของผู้กำกับรายนี้เลย
ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ เห็นจะเป็นบทสรุปที่ไม่ธรรมดา มาแบบผิดคาด พลิกล็อก เพราะนี่คือการจบเรื่องโดยไม่มีการไม่ประนีประนอมคนดู เรียกว่าทำเอาอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ยังกรุ่นกลิ่นความเศร้าใจหายมิรู้คลาย
ปริศนาดำมืดของโศกนาฏกรรมนำมาซึ่งการคลี่คลายในหลายๆ เรื่อง ณ เมืองเล็กๆ ทนายเฒ่า “มิเชลล์ สตีเฟน” ถือเป็นคนแปลกหน้า และของแปลกใหม่สำหรับคนที่นั่น ในแง่ของหนัง เขาคือกุญแจดอกสำคัญที่มีหน้าที่ขุดค้นหาความลับที่ชาวชุมชนพยายามปกปิดไว้ เช่น ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างเพื่อนบ้านกับเพื่อนบ้าน นายจ้างกับลูกจ้าง ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้ากับลูกสาววัยรุ่น
ทางหนึ่ง The Sweet Hereafter ไม่ลืมที่จะปอกเปลือกชีวิตของทนายเฒ่า ผู้จมปลักกับปริศนาชีวิตที่คลุมเครือและไร้ความหวัง กรณีปัญหาลูกสาวขี้ยาที่คอยโทรศัพท์มาโกหกอยู่ร่ำไปว่าจะกลับตัวเป็นคนดีในไม่ช้า แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างกลับย่ำอยู่ที่เดิมๆๆๆ และทุกอย่างยังเหมือนเดิม
หน้าที่ของทนายเฒ่าจึงหนักหน่วงและท้าทายในการแกะรอยความจริง ทั้งจากอุบัติเหตุรถโรงเรียนที่ดูเหมือนคนในชุมชนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือเป็นพยายาน และความพยายามตามหาลูกสาวเพื่อให้เธอคืนสู่อ้อมอกอันอบอุ่นกลับมาเป็นคนดีอีกครั้ง
ปกโปสเตอร์ที่มีเด็กน้อยนอนซุกอยู่ใต้อกแม่ ข้างๆ ก็คือผู้พ่อนอนคว่ำหน้า ภาพนี้หนังได้เฉลยว่าเป็นภาพฝังใจของทนายเฒ่าที่มีต่อตัวลูกสาว ใบหน้าแรกแย้มในวัยเด็กของเธอเคยทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อสดชื่น กลับหาไม่ได้แล้ว ณ วันที่เธอเติบใหญ่เป็นสาวสะพรั่ง
The Sweet Hereafter คือหนังที่ต้องดูเอาเรื่อง เอาความหมาย ถึงจะดูไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็ยากที่จะเข้าใจในทุกๆ บริบทที่หนังนำเสนอ ยิ่งเฉพาะความหมายของคำว่า “ความสุขหลังจากนั้น” ชีวิตจะดำเนินต่อยังไง นั่นล่ะคือสิ่งสำคัญที่หนังบอกไว้ ตราบใดที่คุณยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เลวร้ายมาก่อน ก็ย่อมจะเป็นปริศนาอันดำมืดของชีวิตสืบไป
The Sweet Hereafter
ปี 1997
ประเทศ แคนาดา
ประเภท ชีวิต
ความยาว 112 นาที
ภาษา อังกฤษ
กำกับ อะตอม อีโกยาน
แสดงนำ เอียน โฮล์ม/ซาราห์ พอลลีย์/ทอม แมคคามุส/กาเบรียลล์ โรส/อัลเบอร์ตา วัตสัน







