posttoday
ดาบสองคม กับความเข้าใจผิดของ "นิโคติน"

ดาบสองคม กับความเข้าใจผิดของ "นิโคติน"

29 มิถุนายน 2566

6 เหตุผลที่จะทำให้คุณเข้าใจ "นิโคติน" ใหม่ "แม้ว่านิโคตินจะเป็นสารเสพติดในบุหรี่ แต่ตัวนิโคตินเองก็ค่อนข้างไม่เป็นอันตราย เพราะความอันตรายเกือบทั้งหมดของการสูบบุหรี่นั้น มาจากสารเคมีหลายพันชนิดในควันบุหรี่ ซึ่งส่วนมากมักเป็นพิษต่อร่างกาย"

          แม้สถานการณ์การระบาดของโควิดจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ทั่วโลกก็ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกประเทศได้เข้าถึงจุดสิ้นสุดของวิกฤตโรคระบาดอย่างแท้จริง...ประชาการโลกจะปลอดภัย ความท้าทายด้านสาธารณสุขทั่วโลกจะคลี่คลายลง

          แต่สถานการณ์ด้านสาธารณสุขที่ยังคงเป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง คือปัญหาจากการสูบบุหรี่ ที่ทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยต่างพยายามหาวิธีแก้ไขกันมาตลอดหลายทศวรรษ

ดาบสองคม กับความเข้าใจผิดของ "นิโคติน"

          ซึ่งดูเหมือนว่าในกลุ่มประเทศที่สนับสนุนและยอมรับนโยบายด้านการลดอันตรายจากยาสูบ จะมีข่าวที่น่ายินดี เพราะพบว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศลดลงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักรที่ระดับการสูบบุหรี่ลดลงร้อยละ 25 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่บุหรี่ไฟฟ้าเริ่มกลายเป็นที่นิยม ในขณะที่ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา จำนวนยอดขายบุหรี่ในประเทศญี่ปุ่นลดลงถึง 34 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีอันตรายน้อยกว่า เช่น ผลิตภัณฑ์ชนิดไม่เผาไหม้หรือ heat-not-burn เพิ่มขึ้นเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ในปี พ.ศ. 2562

          ตัวเลขเหล่านี้เป็นสิ่งที่ชี้ได้ว่า ผู้ที่ต้องการนิโคตินก็จะยังคงใช้นิโคตินต่อไป แต่อาจจะหาทางเลือกที่เป็นอันตรายน้อยกว่ามาทดแทนการสูบบุหรี่

          อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะดูเป็นเรื่องที่ดีและถือเป็นความสำเร็จของผู้บริโภค แต่ในสายตาของกลุ่มรณรงค์ลดการสูบบุหรี่แล้ว  นิโคตินก็ยังตกเป็น "แพะรับบาป" และกลายเป็นเหมือนตัวบ่อนทำลาย ทำให้ผลที่ตามมาคือ มีผู้สูบบุหรี่เพียงน้อยนิดที่มีโอกาสหรือยอมเปลี่ยนเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกที่เป็นอันตรายน้อยกว่า เช่น การใช้บุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินแบบซอง หรือผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อน

          ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังมีความคืบหน้าในการทำให้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นอันตรายน้อยกว่าถูกกฎหมาย แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุการยอมรับในวงกว้างได้

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 6 เหตุผลที่มาสนับสนุนให้เห็นว่า ถึงเวลาต้องหยุดใส่ร้าย “นิโคติน” ว่าเป็นตัวการก่อโรค

ดาบสองคม กับความเข้าใจผิดของ "นิโคติน"

ผู้บริโภคต้องการนิโคติน แต่ตายจากการสูบบุหรี่
          แน่นอนว่า เราไม่ควรส่งเสริมให้ผู้คนเริ่มใช้นิโคติน แต่หน่วยงานดูแลด้านสาธารณสุขก็ไม่ควรห้ามผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าและทางเลือกอื่น ๆ แทน ทั้งนี้ หน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติของประเทศอังกฤษได้แสดงความเห็นว่า

          "แม้ว่านิโคตินจะเป็นสารเสพติดในบุหรี่ แต่ตัวนิโคตินเองก็ค่อนข้างไม่เป็นอันตราย เพราะความอันตรายเกือบทั้งหมดของการสูบบุหรี่นั้น มาจากสารเคมีหลายพันชนิดในควันบุหรี่ ซึ่งส่วนมากมักเป็นพิษต่อร่างกาย"

ดาบสองคม กับความเข้าใจผิดของ "นิโคติน"

          หากผลิตภัณฑ์ทดแทนประเภท “แผ่นแปะนิโคตินและหมากฝรั่ง” ไม่ใช่ปัญหา ”บุหรี่ไฟฟ้า” ก็ไม่ควรเป็นปัญหาเช่นกัน

          ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร ได้สรุปบทบาทของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งมอบนิโคตินให้กับร่างกายไว้ว่า  “บุหรี่ไฟฟ้ามีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์ในอุดมคติเพื่อลดอันตรายของยาสูบหลายประการ แม้ว่าการส่งสารนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งอาจมีนิโคตินในปริมาณสูง แต่ก็ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายดังเช่นที่พบในควันบุหรี่ [... ] "

          การติดนิโคตินนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน ดังนั้น “ข้อห้าม” ต่าง ๆ จึงไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          นิโคตินทำให้เกิดการปลดปล่อยสารโดปามีน ซึ่งก่อให้เกิดการติดยาสูบ แต่ นิโคตินก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่คนจำนวนมากไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ผู้สูบบุหรี่ทุกคนที่เปลี่ยนไปใช้แผ่นแปะนิโคตินก็ควรเลิกสูบบุหรี่ทันที ซึ่ง

          ผลศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2558 ในวารสารวิทยาศาสตร์ Drug and Alcohol Dependence พบว่า หากไม่มีควันบุหรี่ การติดนิโคตินจะต่ำมาก นั่นหมายความว่า ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ประสบปัญหาการเสพติดน้อยกว่าผู้สูบบุหรี่จริง

นิโคตินมีประโยชน์ทางการแพทย์
          การวิจัยในปี พ.ศ. 2503 แสดงให้เห็นว่า ผู้สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคพาร์กินสันต่ำกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งต่อมามีผลศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่าเป็นเพราะสารนิโคตินที่ทำให้ระดับการเกิดโรคพาร์กินสันในผู้สูบบุหรี่ต่ำกว่า ผลการวิจัยยังพบอีกว่า "ผู้ชายที่ไม่สูบบุหรี่แต่ใช้สนุส (snus หรือยาสูบแบบอม) จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคพาร์กินสันลดลง"

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนิโคติน ทำให้การลดอันตรายให้กับผู้สูบบุหรี่ไม่มีความก้าวหน้า
          น่าเสียดายที่การรับรู้ของประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับสารนิโคตินยังไม่ถูกต้องนัก ร้อยละ 57 ของผู้ตอบแบบสำรวจในสหรัฐฯ ยังเข้าใจผิดว่า "นิโคตินในบุหรี่คือสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งที่เกิดจากการสูบบุหรี่" และแม้แต่แพทย์ร้อยละ 80 ก็ยังเข้าใจผิดคิดว่านิโคตินเป็นสาเหตุของมะเร็ง ความเข้าใจผิดของสังคมและผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ส่งผลในทางลบ และทำให้ความจริงที่ว่า “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่” ยังไม่ได้รับการเผยแพร่

          จากการทบทวนการศึกษา (รีวิว) 755 ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบทั่วไปของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้ข้อสรุปว่า มีเพียง 37 ฉบับเท่านั้นที่ "ตรงตามเกณฑ์คุณภาพทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอน"

ดาบสองคม กับความเข้าใจผิดของ "นิโคติน"

“ข้อห้าม” ไม่ได้ผลเสมอไป
          ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าการห้าม หรือ การแบน มักจะใช้ไม่ได้ผล และนั่นเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ถูกมองข้ามมากที่สุด เช่น การห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเรื่องล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และนำไปสู่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ รวมไปถึงการเกิดสงครามยาเสพติดทั่วโลก ซึ่งไม่ทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการหรือแม้กระทั่งทำให้ปัญหาการระบาดของยาเสพติดมากขึ้นด้วยซ้ำ จึงอาจสรุปได้ว่าการทำสงครามกับนิโคตินก็จะมีผลเช่นเดียวกันในอนาคต

          การสูบบุหรี่และโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทายอีกประการหนึ่งของมนุษยชาติ เราจึงต้อง จัดการกับ “ต้นตอ” ของปัญหาเหล่านี้โดยปราศจากอคติ และนี่คือเหตุผลที่เราทุกคนต้องรู้ว่า “นิโคตินไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริงของเรา”

Maria Chaplia : ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ Consumer Choice Center และเป็นผู้เขียนร่วมในบทความล่าสุดเรื่อง “Six Reasons to Stop the War on Nicotine” 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69