posttoday
เคย์ลา มาร์เทลล์ : ถึงจะเหม่งแต่ฉันก็สวย

เคย์ลา มาร์เทลล์ : ถึงจะเหม่งแต่ฉันก็สวย

16 มกราคม 2554

เคย์ลา มาร์เทลล์ สาวงามตัวแทนรัฐเดอร์ลาแวร์ ได้ท้าทายธรรมเนียมความงามบนเวทีประกวดมิสอเมริกา ประจำปี 2554 ที่ลาสเวกัส ด้วยการเป็นผู้เข้าแข่งขันหัวล้านคนแรกที่ได้เข้าชิงถึงรอบตัดสิน....

เคย์ลา มาร์เทลล์ สาวงามตัวแทนรัฐเดอร์ลาแวร์ ได้ท้าทายธรรมเนียมความงามบนเวทีประกวดมิสอเมริกา ประจำปี 2554 ที่ลาสเวกัส ด้วยการเป็นผู้เข้าแข่งขันหัวล้านคนแรกที่ได้เข้าชิงถึงรอบตัดสิน....

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หากลองหลับตานึกภาพเวทีการประกวดความงาม สิ่งแรกที่ผู้คนจะกลั่นกรองกันออกมา คือเวทีที่หรูหรา ตระการตา และสาวสวยทรวดทรงดี บุคลิกแจ่ม พร้อมหน้าตาที่แต่งแต้มด้วยสีสันและทรงผมสุดบรรเจิด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันดับหนึ่งถ้าจะพิชิตตำแหน่ง และเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่คนทั่วไปยอมรับกันมานาน

ทว่า ปีนี้ เคย์ลา มาร์เทลล์ สาวงามตัวแทนรัฐเดอร์ลาแวร์ ได้ท้าทายธรรมเนียมความงามบนเวทีประกวดมิสอเมริกา ประจำปี 2554 ที่ลาสเวกัส ด้วยการเป็นผู้เข้าแข่งขันหัวล้านคนแรกที่ได้เข้าชิงถึงรอบตัดสิน

สาวงามมากความสามารถผู้รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ พ่วงด้วยความใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้ประกาศข่าว ไม่ได้เลือกที่จะหัวล้านโดยตั้งใจ แต่เป็นผลมาจากความผิดปกติทางกายที่เรียกว่า “อะโรพีเซีย อาเรียตา” (alopecia areata ) ทำให้เธอไม่มีผมมาตั้งแต่เด็ก

เคย์ลา มาร์เทลล์ : ถึงจะเหม่งแต่ฉันก็สวย

โรคอะโลพีเซีย นี้เป็นชื่อเรียกโดยรวมของอาการขนร่วงจากร่างกายอย่างผิดปกติ โดยมากมักจะปรากฏที่หนังศีรษะ ซึ่งทางการแพทย์วินิจฉัยกันว่าอาจเป็นความผิดจากระบบภูมิคุ้นกันของร่างกายที่ไปทำลายรูขุมขนที่ผิวหนังจนไปขัดขวางหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของขนหรือเส้นผม ปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 5 ล้านคนในอมริกากำลังเผชิญปัญหาจากความผิดปกตินี้

แพทย์พบว่ามาร์เทลล์มีอาการของโรคภูมิแพ้เส้นผม เมื่อเธอมีอายุได้เพียงแค่ 7 ขวบ โดยผมของเธอเริ่มร่วงเป็นหย่อมๆ ก่อนขยายวงลุกลามกว้างออกไปจนไม่เหลือผมสักเส้นให้ร่วงอีกต่อไป มาร์เทลล์จึงมีผมทรงเดียวในชีวิต ตั้งแต่อายุได้ 10 ปี นั่นคือ สกินเฮด

มาร์เทลล์เล่าว่า เธอมีความฝันเฉกเช่นเด็กหญิงทั่วๆ ไป ที่ว่าสักวันหนึ่งจะได้สวมมงกุฎนางงาม

ใครหลายคนอาจเลิกฝันเมื่อรู้ดีว่าโอกาสที่จะคว้าความฝันนั้นมีน้อยเหลือเกิน แต่มาร์เทลล์เลือกที่จะก้าวตามความฝันของเธออย่างมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ซึ่งเธอยอมรับว่าการจะมีวันนี้ได้ ไม่ง่ายเลย เพราะกว่าจะคว้าตำแหน่งนางงามประจำรัฐเดอลาแวร์เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่เวทีระดับประเทศได้นั้น มาร์เทลล์ต้องผ่านความผิดหวังถึง 4 ครั้ง ก่อนบรรลุผลในครั้งที่ 5

“ฉันได้รับความสนใจจากทุกคนทันที เพราะสายตาทุกคู่ลอบมองฉันราวกับตัวประหลาด แต่ฉันไม่สนใจสักนิด เพราะฉันรู้ดีว่าฉันไม่ได้ป่วยหรือเป็นโรคร้ายที่พวกเขาต้องรังเกียจ” มาร์เทลล์บอกเล่าอย่างอารมณ์ดีถึงประสบการณ์ในวันแรกที่เดินทางมายื่นเอกสารเข้าประกวด และยอมรับว่าแม้เธอจะมุ่งมั่น และเชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหน แต่ก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่ทำให้เธอท้อแท้จนเกือบเลือกที่จะหันหลังให้กับความฝันของเธอ แต่ลิลเลียนา เด็กน้อยวัย 5 ขวบที่ป่วยเป็นโรคเดียวเธอ และพักในโรงพยาบาลที่เธอเป็นอาสาสมัครอยู่ เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้มาร์เทลล์มุ่งมั่นอีกครั้ง

“เธอบอกว่าฉันคือนางงามของเธอ”

และมาร์เทลล์ก็ทำได้สำเร็จ โดยมาร์เทลล์ได้วางแผนไว้แล้วว่าจะใช้ตำแหน่งของเธอในการรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงอาการผมร่วงดังกล่าว พร้อมทั้งให้กำลังใจกับคนที่มีปัญหาให้มีความมั่นใจตัวเองมากขึ้น

“ฉันฝันไว้ว่าสักวันหนึ่ง เรื่องราวของฉันจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคน การที่ฉันบอกเล่าเรื่องราวของฉันเพื่อให้เขาตระหนักและเข้าใจถึงสภาวะทางกายที่ฉันเป็นอยู่ สักวันพวกเขาจะยอมรับฉันในฐานะมิสอเมริกา เพราะฉันรู้จากส่วนลึกของหัวใจว่า ตราบใดที่มีความดีงามอยู่ในหัวใจ ผู้หญิงทุกคนก็คือนางงาม ไม่ว่าเธอจะมีผมหรือไม่ก็ตาม”

หลายคนอาจจะไม่อยากเชื่อหากบอกว่า ขณะนี้ เธอได้รับรางวัลรับรองความงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนางงามประจำเมืองมิสเคนท์ เคาน์ตี นางงามประจำรัฐ มิสเดอร์ลาแวร์ แถมในระหว่างประกวดนางงามประจำรัฐ เธอยังสามารถคว้ารางวัลนางงามหัวใจอาสาเพื่อชุมชนมาครองอีกหนึ่งรางวัลอีกด้วย จากการที่เธอเป็นตัวตั้งตัวตีในการรณรงค์เรื่องอะโลพีเซีย และคอยเป็นอาสาสมัครให้คำแนะนำบรรดาผู้ป่วยในพื้นที่ที่เธออาศัยอยู่

“ฉันอยู่กับอาการนี้มาตั้งแต่เด็ก ฉันเข้าใจและเคยชินกับทุกสายตาที่มองมา แต่ครั้งแรกที่พวกเขามองฉัน พวกเขามักจะเข้าใจไปว่าฉันป่วยใกล้ตาย หรือผ่านขั้นตอนเคมีบำบัดมา ทั้งๆ ที่ ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ฉันแค่ไม่สามารถมีผมได้เท่านั้น แต่นอกนั้นฉันปกติดีทุกอย่าง ฉันออกกำลังกาย ไปเรียนหนังสือ และกินอาหารเหมือนคนทั่วๆ ไป”

แม้ว่าความแตกต่างระหว่างมาร์เทลล์และผู้เข้าประกวดคนอื่นจะเห็นได้เด่นชัด แต่มาร์เทลล์ยืนยันว่าเธอไม่ได้รู้สึกประหม่า หรือตื่นเต้นแต่อย่างใด ทั้งยังรู้สึกภูมิใจนิด ๆ ด้วยซ้ำที่จะเดินหัวเปล่าทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ในกองประกวด ส่งผลให้ 3 ครั้งแรกที่เธอเข้าประกวด เธอประกวดโดยไม่สวมวิกผมปลอมเลย แต่นั่นทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าบางครั้งความมั่นใจที่มากเกินไปก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน

“ฉันยอมรับว่าครั้งหลังสุดที่เข้าประกวด ฉันยอมใส่วิกผมปลอมตามคำแนะนำของคนรอบข้าง ไม่ใช่ว่าฉันไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่เพื่อให้ผู้คนรอบข้างเข้าหาฉันได้ง่ายขึ้น ไม่กลัวเวลาที่ฉันเข้าไปคุย หรือกล้าที่จะเดินเข้ามาหาฉัน ซึ่งนั่นทำให้ฉันสามารถอธิบายถึงสิ่งที่ฉันเป็นอยู่เพื่อให้พวกเขาเข้าใจได้”

นับได้ว่าเคย์ลา มาร์เทลล์เป็นนางงามศีรษะล้านคนแรกที่สวมผมปลอมขึ้นเวทีประกวด ซึ่งมาร์เทลล์มองว่าผมปลอมของเธอไม่ต่างอะไรกับอุปกรณ์เสริมความงามชิ้นอื่นๆ ในแวดวงการประกวดที่ใช้กัน เช่น การต่อผม หรือ ขนตาปลอม เพียงแต่อุปกรณ์เสริมความงามของเธอชิ้นนี้ดูจะหนาและหนักกว่าเพื่อนเท่านั้นเอง
แต่โดยปกติแล้ว มาร์เทลล์ ชอบเสียแล้วที่จะไม่ต้องสวมวิกผม

“ฉันไปเรียนหนังสือ กินข้าวกับเพื่อน เดินเล่น ไปดูภาพยนตร์ หรือไปชอปปิ้งด้วยสภาพยัยโล้นแบบนี้แหละ ฉันว่าโล่งดี สิ่งที่ฉันต้องการบอกกับผู้คนก็คือว่าผู้หญิงหัวล้านไม่ได้หมายความเธอขึ้เหร่สักหน่อย ผู้หญิงหัวล้านก็สวยได้”

มาร์เทลล์ยอมรับว่าการที่เธอมีความมั่นใจและมีความสุขอย่างที่เธอเป็นได้ในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณพ่อแม่ และบุคคลรอบข้างที่เข้าใจเธอ ซึ่งคอยผลักดันให้เธอยืดอกยอมรับตำแหน่งสาวงามหัวโล้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ

อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะยินดีที่ได้ครองตำแหน่ง แต่ภาระบางอย่างก็ก่อความยุ่งยากใจให้เธอไม่น้อย

“ชีวิตของฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักหลังจากได้รับตำแหน่งนางงามประจำรัฐ เพราะกิจกรรมที่ฉันทำส่วนใหญ่ก็เหมือนกับที่ฉันทำก่อนที่จะได้รับตำแหน่ง แต่อาจมีปัญหาอยู่บ้างตรงนี้ ฉันต้องมานั่งแต่งทรงผมของตัวเองเท่านั้นเอง อาจฟังดูเป็นเรื่องตลกถ้าฉันจะพูดว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เกิดมา ที่ฉันได้จับหวีเพื่อแปรง (วิก) ผมของตัวเอง”

พร้อมกันนี้ มาร์เทลล์ยังกล่าวติดตลกด้วยว่า คริสต์มาสปีที่แล้วนับเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เธอได้รับเครื่องหนีบผม สำหรับจัดแต่งทรงผม เพราะที่ผ่านมาเธอไม่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแม้แต่น้อย

เพียงแวบแรกที่เห็น หลายคนยอมรับว่าสิ่งแรกที่ทำให้เธอแปลกโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางบรรดาสาวงามผู้เข้าประกวดชิงตำแหน่งมิสอเมริกาคือ ศีรษะ ที่ล้านเลี่ยนเตียนโล่งของเธอ แต่ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น บวกกับแววตาสีฟ้าสดใส พร้อมเจตนารมณ์มุ่งมั่นเพื่อสังคมต่างหากที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่รอบตัดสิน และเป็นหนึ่งในตัวเต็งผู้ครองมงกุฎนางงามอเมริกา

ใครเลยจะรู้ว่า หลังจากวันที่ 15 มกราคม 2554 นี้ ชื่อของเคย์ลา มาร์เทลล์ อาจจะได้รับการจดจำในฐานะมิสอเมริกาคนแรกในประวัติศาสตร์ผู้เป็นแบบฉบับของสาวงามหัว (ล้าน) สวยก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร มาร์เทลล์ก็ได้กลายเป็นนางงามขวัญใจมหาชนไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง