posttoday

กรมทะเลชายฝั่งเตือน กรณีครูสอนดำน้ำฆ่าปลาวัวไททัน

30 เมษายน 2566

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้โพสต์เตือนถึงกรณี ครูสอนนักดำน้ำที่โพสต์ลงโซเชียลฆ่าปลาวัวไททัน พร้อมฝากถึงนักท่องเที่ยวให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่สวยงามให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไทย

กรมทะเลชายฝั่งได้เตือนถึงกรณี ครูสอนนักดำน้ำที่โพสต์ลงโซเชียลฆ่าปลาวัวไททัน พร้อมฝากถึงนักท่องเที่ยวให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่สวยงามให้คงอยู่คู่ท้องทะเลไทย

กรมทะเลชายฝั่งเตือน กรณีครูสอนดำน้ำฆ่าปลาวัวไททัน

โดยทางกรมได้เผยแพร่เนื้อหาผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจอย่างเป็นทางการ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา จากกรณีครูสอนดำน้ำรายหนึ่ง โพสต์ลงโซเชียลว่าตนถูกปลาวัวไททันกัดขา บริเวณเกาะร้านเป็ด และจากนั้นได้ฆ่าปลาตัวดังกล่าว โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาไปกัดผู้อื่นอีก เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวร่วมกันอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล 

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) เปิดเผยว่า "ปลาวัวไททัน” (Titan triggerfish) Balistoides viridescens เป็นปลาที่พบได้ทั่วไปในแนวปะการังในมหาสมุทรเขตร้อนและเขตอบอุ่น ของอินโด-แปซิฟิก ในน่านน้ำไทยเป็นปลาที่พบได้บ่อยและพบได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย กินสัตว์น้ำหน้าดินและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กเป็นอาหาร จากการวิจัยพบว่ามีขนาดใหญ่สุดประมาณ 75 cm.

กรมทะเลชายฝั่งเตือน กรณีครูสอนดำน้ำฆ่าปลาวัวไททัน

ส่วนแหล่งที่อยู่อาศัย ชอบอาศัยอยู่บริเวณขอบแนวปะการังและกองหินใต้น้ำ และจะทำรังตามพื้นทรายใกล้กับแนวปะการังหรือกองหินใต้น้ำ ลักษณะของรังจะทำเป็นหลุมคล้ายๆ กับแอ่งกระทะ (ลักษณะเหมือนหลุมปลานิล) ด้านพฤติกรรมนั้น เป็นปลาที่มีนิสัยหวงถิ่น และจะมีนิสัยก้าวร้าวเมื่อเข้าใกล้บริเวณที่เป็นอาณาเขตของมัน มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นปลาที่กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง รวมถึงตัวอ่อนของเม่นทะเลและตัวอ่อนของดาวมงกุฎหนามซึ่งเป็นผู้ล่าของปะการัง

ปลาวัวไททันจึงมีประโยชน์ในแง่ของการควบคุมสัตว์ในกลุ่มนี้ให้อยู่ในภาวะสมดุล นอกจากนี้ยังรวมถึงการควบคุมสัตว์จำพวกหอย และหนอนท่อที่เจาะตามก้อนปะการัง ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยคุกคามสุขภาพปะการังได้อีกด้วย ดังนั้นหากระบบนิเวศแนวปะการังขาดปลาวัวไททัน อาจทำให้มีศัตรูคุกคามปะการังมากขึ้นจนขาดภาวะสมดุล

กรมทะเลชายฝั่งเตือน กรณีครูสอนดำน้ำฆ่าปลาวัวไททัน

 

รรท.อทช. กล่าวต่อว่าตนได้มอบหมายให้นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว พบว่าปลาชนิดนี้ไม่ได้เป็นสัตว์น้ำคุ้มครอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียด เพี่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจะเรียกตัวผู้ประกอบการรายดังกล่าวให้มารับทราบกฎระเบียบในการดำน้ำ และการท่องเที่ยวในทะเลที่ถูกต้อง

ซึ่งภายหลังหากตรวจสอบแล้วว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยกรม ทช. ได้ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ โดยระบุข้อกำหนด และเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวิธีปฏิบัติที่ดีในการดำน้ำโดยไม่กระทบกระเทือนต่อปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

กรมทะเลชายฝั่งเตือน กรณีครูสอนดำน้ำฆ่าปลาวัวไททัน

ทั้งนี้ รรท.อทช. ได้ฝากถึงนักดำน้ำ และนักท่องเที่ยว ในการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากสัตว์ทะเล ควรปฏิบัติต่อสัตว์น้ำด้วยเมตตา อย่ารังแก อย่ารบกวนโดยไม่จำเป็น และระมัดระวังอย่างยิ่งขณะดำน้ำในบริเวณที่น้ำขุ่นมาก ในการวางมือ วางเท้า หลีกเลี่ยงการใส่เครื่องประดับที่ห้อย และสะท้อนแสง ควรใส่ถุงมือ หรือชุดดำน้ำเพื่อป้องกันการทิ่มแทงและบาดเจ็บปรับการลอยตัวให้เป็นกลาง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับพื้นใต้ทะเลเคลื่อนไหวช้าๆ ระมัดระวัง และดูให้ดีในพื้นที่ที่จะไป รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้และสัมผัสกับสัตว์ที่ไม่คุ้นเคยทุกชนิด

อย่างกลุ่มปลาวัวนี้ จะมีการวางไข่ไว้บนพื้นทราย และช่วงนี้ปลาวัวจะคอยเฝ้าระวังรัง คอยพ่นน้ำบริเวณรังที่มีไข่ถูกทรายกลบทับ และป้องกันการบุกรุกจากปลาหรือสัตว์อื่นๆ ที่จะเข้ามากินไข่ ช่วงเวลานี้ปลาวัวจึงมีพฤติกรรมหวงกันอาณาเขตและก้าวร้าว หากนักดำน้ำเรียนรู้พฤติกรรม และพบเห็นว่าปลาวัวแสดงพฤติกรรมพ่นน้ำลงพื้น หรือคอยไล่ปลาที่หากินออกจากพื้นที่ ก็ควรออกห่างจากอาณาบริเวณอาณาเขตของปลา ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกปลากัด

ฝากถึงนักท่องเที่ยวดำน้ำ มัคคุเทศก์ ครูสอนดำน้ำ ตระหนัก พร้อมทั้งเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ เพื่อให้การท่องเที่ยวดำน้ำด้วยความปลอดภัย แจ้งเตือนนักดำน้ำท่องเที่ยวในทีม และที่สำคัญจะเป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ธรรมชาติ/พฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ทำให้การดำน้ำมีคุณค่านอกจากการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังเกิดองค์ความรู้อีกด้วย

พร้อมทั้งอยากให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรในท้องทะเลไทยที่มีความสำคัญต่อประเทศ เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ตลอดจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างมากมาย ปัจจุบันการพัฒนาประเทศทำให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ตลอดจนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อีกทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง