posttoday
แม่แบบที่ดีของเด็กเริ่มจากพ่อแม่

แม่แบบที่ดีของเด็กเริ่มจากพ่อแม่

11 มกราคม 2554

เรื่อง : ปู โลกเบี้ยว

คนเราจะดีหรือชั่ว มีปัจจัยอยู่ 2 อย่าง คือ หนึ่ง อยู่ที่พันธุกรรม และสองคือ สิ่งแวดล้อม หากมีแม่แบบที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรมแบบไหน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมอย่างไร แนวโน้มและความเป็นไปได้ของชีวิตก็มักจะไม่ค่อยมีปัญหา และประสบความสำเร็จได้ดีกว่า หรือถ้ามีก็จะสามารถแก้ไขหรือออกจากปัญหาได้เร็วกว่า

แม่แบบที่ดีก็คงจะหนีไม่พ้น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และครูบาอาจารย์ ส่วนสิ่งแวดล้อมที่ดีก็คือ ที่อยู่อาศัย ผู้คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นภรรยา ลูก หรือสามี รวมไปถึงหุ้นส่วนด้วย จะช่วยให้คนคนนั้นรู้จักที่จะใช้สติปัญญา ความพยายามมุมานะ และรู้จักเลือกโอกาสและจังหวะที่ดีให้กับชีวิต ทำให้ชีวิตไม่ค่อยติดขัด ยิ่งถ้าได้คนรอบข้างช่วยส่งเสริมสนับสนุนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นนั่นเอง

“เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” ปูว่าคำขวัญนี้ถึงแม้จะเก่ามากแล้ว แต่มันก็สั้นได้ใจความที่เป็นจริง เพราะถ้าเด็กไม่มีความรู้และประสบการณ์หรือแบบอย่างที่ดีแล้ว ประเทศนั้นๆ ก็คงจะล้าหลังไปไหนไม่ได้ไกลแน่ แต่เด็กไทยมักฉลาดกันมาตั้งแต่อยู่ในท้องแล้วละมั้ง ก็พ่อแม่สมัยนี้มักพยายามหาสิ่งดีๆ ให้กับลูกด้วยวิธีการต่างๆ

อย่างคอร์สอบรมของคุณแม่ชีศันสนีย์ ที่ให้คุณแม่ที่ตั้งท้องนำสามีมานั่งสมาธิด้วยน่ะ ได้ทั้งความผูกพันและความสงบกลับไป ลูกในท้องก็จะสงบตามไปด้วย ทำให้ลูกที่เกิดมาค่อนข้างเลี้ยงง่าย สมาธิดี แต่ไม่ใช่พอกลับไปบ้านยังคงจิกด่าสามีอยู่นะ อันนี้ลูกออกมาคงเลี้ยงยากแน่ เพราะลูกจะสติแตกบ่อยๆ

ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่นั่นแหละ อารมณ์ของคุณแม่เป็นยังไง มันก็ไปลงกับคุณลูกนั่นแหละ อันนี้ปูเก็บสถิติจากวันเดือนปีเกิดของคุณลูกได้เลยว่าตอนที่คุณแม่ท้องอยู่นั้นอารมณ์เป็นอย่างไร ลูกจะคิดอย่างนั้นเด๊ะ เช่น คุณแม่คิดเรื่องเงินๆ ทองๆ ตอนท้อง ลูกออกมาจะกลายเป็นคนงก หวงของ หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด หรือที่ว่าคุณแม่ชอบโทร.จิกสามี เอาแต่ใจ คุณลูกที่เกิดมาก็จะขี้โมโหง่าย จมูกบานร้องเสียงดังแบบไม่มีสาเหตุซะอย่างงั้นแหละ

แล้วไปดูลูกของคนที่พ่อแม่ใส่ใจกัน ตอนท้องฟังเพลง อารมณ์ดี ใจเย็น ไม่ค่อยหงุดหงิด ลูกออกมาหน้าใส จมูกโด่ง หัวทุยเชียวล่ะ

ปัจจุบันพอคุณลูกๆ โตขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่ก็ให้เรียนและเรียน ทั้งเรียนในโรงเรียน และเรียนพิเศษสารพัด เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยได้เล่นซนเนื้อตัวสกปรกกันหรอก วันๆ ก็อยู่หน้าจอคอมพ์ บีบี คุยโทรศัพท์กับเพื่อน เรียนพิเศษ ร้องเล่นเต้นรำ แต่งตัวแข่งกันไป...

พี่ทศเป็นนักดนตรีที่น้องหลีจ้างมาเล่นตอนปีใหม่ เป็นคนฐานะปานกลางเนี่ยแหละ ปูชอบการสั่งสอนลูกชายของเขามาก ก็ลูกชายวัย 5 ขวบของเขานะซิ จะเอาอะไรทำอะไรจะต้องยกมือไหว้และยิ้มเสมอ ปูเลยชมว่าพ่อแม่สั่งสอนมาดี พี่เขาเลยว่าเป็นประเพณีไทยๆ แบบง่ายๆ ที่ไม่ควรละเลย ฝรั่งมังค่าเขายังชอบความอ่อนน้อมแบบไทยๆ เลย ถ้ายิ่งไม่ใช่คนรวยด้วยแล้วต้องยกมือไหว้คนให้เป็น จะทำให้อยู่รอดในสังคมได้ ไปไหนมาไหนคนก็จะรักและเมตตา ทำอะไรก็มักจะประสบความสำเร็จ

เด็กสมัยนี้บางทีพ่อแม่ไม่สอนหรือไงไม่รู้นะ ไม่ค่อยยกมือไหว้คน พยักหน้าหงึกๆ ทำเป็นฝรั่งไปได้ ประเพณีไทยงามๆ เยี่ยงนี้ทำไมไม่รู้จักรักษา เคยเห็นลูกคนรวยคนหนึ่งพ่อแม่ตามใจ ไม่เคยยกมือไหว้ใคร ยิ้มให้ก็ถือว่าบุญแล้ว ทำอะไรไม่เคยประสบความสำเร็จเลย พ่อแม่ลงทุนให้หมดไปไม่รู้กี่ล้านต่อกี่ล้าน ทำอะไรก็เจ๊งหมด เพราะบริหารคนก็ไม่เป็น ดูถูกเขาไปหมด ยกหางตัวเองคิดว่าฉันเจ๋ง พังซิฮ่ะ

ความจริงแล้วเราควรจะให้ความเคารพกับทุกคน แม้แต่คนงาน เพราะถ้าไม่ได้พวกเขาทำงานให้ เราจะลงไปทำเองเหรอ ปูก็ว่า เออ! จริงแฮะ นี่แหละที่เขาว่าแบบอย่างที่ดีล่ะ ครูคนแรกของทุกคนก็คือคุณพ่อคุณแม่ และครูคนที่สองก็คือคุณครูที่โรงเรียนยังไงล่ะ ถ้าครูคนแรกและครูคนที่สองช่วยกันสอนและสนับสนุนไปในทางที่ดีแล้ว ผ้าขาวทุกผืนก็คงออกมาสีสวย ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเป็นแน่ เพราะเด็กไทยเป็นเด็กที่มีกิริยามารยาทน่ารักกว่าใครๆ และฉลาดอยู่แล้ว ให้สมกับคำขวัญวันเด็กที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ให้ไว้ว่า “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ” เมื่อมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีมาพร้อมกับมารยาทงามๆ แล้วละก็ อยู่กับใครที่ไหนก็ไม่อับจนแน่ เพราะจะได้รับความรักและเมตตาอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท