posttoday

มุก เพลินจันทร์ สร้างงานอาร์ตผืนใหญ่ ใจกลางศูนย์สิริกิติ์

07 พฤศจิกายน 2565

มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ศิลปินผู้สร้างแรงบันดาลใจจากขยะ ให้แปรเปลี่ยนเป็นงานอาร์ตผืนใหญ่ใจกลางกรุง เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด ณ ศูนย์สิริกิติ์ โฉมใหม่

จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์งานอาร์ตผืนใหญ่สุดอลังการ ซึ่งติดแสดงไว้ให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณทางเดินภายในศูนย์สิริกิติ์ได้ชมความงาม พร้อมทั้งถ่ายรูปงานอาร์ตชิ้นเอกซึ่งถือว่าเป็น 2 มาสเตอร์พีชนี้ไว้เป็นที่ระลึก เกิดจากการตีความหมายของคำว่า สืบสาน (Inherit) รักษา (Preserve) และต่อยอด (Continue) จนนำไปสู่ผลงานการสร้างสรรค์บนพื้นผ้าในชื่อว่า Woven Symphony (โวเว่น ซิมโฟนี) และ Adam’s Bridge(อดัมส์ บริดจ์) ที่สร้างสรรค์โดย มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ศิลปินผู้ออกแบบลายผ้าที่มีชื่อเสียงของไทย สะท้อนคุณค่าความงดงามแบบไทยร่วมสมัยผ่านลวดลายบนผืนผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดเรื่องศิลปะ โขน ดังนั้น รามเกียรติ์จึงเป็นสิ่งถูกตีความและสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานในรูปแบบของผ้าทอขนาดสูงกว่า 6 เมตรครึ่ง ยาว 25 เมตร ซึ่งเป็นผลงานที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่

มุก เพลินจันทร์ ศิลปินผู้ก่อตั้งแบรนด์ MookV (มุกวี) และ เจ้าของบริษัท บียอนด์ ลิฟวิ่ง จำกัด เล่าถึงที่มาของงานศิลป์ขนาดยักษ์นี้ว่า… “ในการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ มุกได้รับโจทย์มา 3 คำ คือ สืบสาน รักษา ต่อยอด  เพื่อออกแบบให้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่แห่งนี้ ซึ่งศูนย์ฯ สิริกิติ์นั้นเป็นชื่อพระราชทานโดยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ท่าน ‘สืบสาน’ ศิลปะโขนมาตลอด จึงกลายเป็นไอเดียสำคัญสำหรับการออกแบบผลงานในชื่อว่า Woven Symphony (โวเว่น ซิมโฟนี) และ Adam’s Bridge (อดัมส์ บริดจ์) โดยงานทั้งสองชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นใหญ่ที่สุดที่เคยทำ เมื่อรวมกันจะมีขนาดเท่ากับสระน้ำมาตรฐานโอลิมปิก แต่ละชิ้นงานสูง 6 เมตรครึ่ง ยาว 25 เมตร ซึ่งเป็นงานที่ควรใช้เวลาทำจริงถึงปีครึ่ง แต่ด้วยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ จึงสำเร็จอย่างที่เห็น ซึ่งมุกรู้สึกว่าตัวเองนอกจากเป็นศิลปินแล้ว ยังเป็นเหมือนผู้กำกับไปด้วย เพราะต้องร้อยเรียงทุกส่วนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวที่สุด ที่สำคัญคือต้องขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกสถาบันการศึกษา ที่ร่วมกันทำให้งานศิลป์ชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบ ขอบคุณความร่วมมือของอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ease.studio ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันงดงามในครั้งนี้”
 

สำหรับผลงานชิ้นแรก ในชื่อ Woven Symphony (โวเว่น ซิมโฟนี) นั้น ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากชุดการแสดงโขน มาทำให้เป็นศิลปะร่วมสมัยที่ผสานกับฉากวรรณคดีรามเกียรติ์ ตอนที่นางสีดาถูกทศกัณฐ์จับตัวไปบนเกาะลงกา มาแสดงไว้บนฉากหลังสีเขียวเสมือนอยู่บนเกาะ พร้อมเนรมิตให้เป็นฉากรบพุ่งที่หนุมานพาพระรามมาช่วยนางสีดาหนีเพื่อการมีชีวิตใหม่ เปรียบเหมือนศูนย์ฯ สิริกิติ์ในรูปโฉมใหม่ นอกจากนั้นแล้วเพื่อให้สอดรับกับชิ้นงานแกะสลักที่ทางศูนย์ฯ สิริกิติ์ ได้เก็บ “รักษา” ไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม คืองานแกะสลักไม้ของ คุณจรูญ มาถนอม ศิลปินคนเดียวกับที่สร้างปราสาทสัจธรรมที่พัทยา โดยไม้ทั้งหมด 56 แผ่นประกอบกันออกมาแล้วมีความยาวเกือบ 23 เมตร เล่าเรื่องการสถาปนาพระอินทร์ให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองทวยเทพ ซึ่งงานไม้แกะสลักนี้ใช้เวลาแกะสลักเพียง 4 เดือน และอบไม้ต่ออีก 2 เดือน แม้โดยทั่วไปจะต้องกินเวลาเป็นปีสำหรับอบไม้

อีกหนึ่งผลงานที่จัดแสดงคือ Adam’s Bridge (อดัมส์ บริดจ์) ที่มีฉากหลังสีน้ำเงิน เป็นฉากที่หนุมานขนหินมาถมทะเลเพื่อทำเป็นสะพานพานางสีดาไปสู่ชีวิตใหม่ บนฉากสีน้ำเงินผ่านการถักทอจากสิ่งของเหลือใช้ รวมถึงเศษขยะที่คุณมุกและครอบครัว รวมถึงพนักงานช่างทอผ้าของบริษัทเก็บมาเป็นเวลาหลายปี ทั้งกระป๋อง และขวดน้ำพลาสติก ถูกนำมาตัดเป็นเส้นแล้วถักทอ ผ้าทุกผืนมาจากผ้าเหลือใช้ที่รวบรวมมาจากโปรเจ็กต์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ เพื่อให้เข้ากับแนวคิด "พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก" (Sufficiency for Sustainability) นั่นเอง

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมความอลังการของผลงาน Woven Symphony และ Adam’s Bridge ได้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  (หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 3 จะมีทางเชื่อมเข้าศูนย์สิริกิติ์ ชั้น LG ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่จัดแสดงผลงาน)