posttoday
จีน-อินเดีย ออกกฎใหม่ รักษ์โลกอิงการค้า

จีน-อินเดีย ออกกฎใหม่ รักษ์โลกอิงการค้า

08 มกราคม 2554

....จันจิ

 

จากที่เคยเกริ่นไปแล้วเป็นระยะๆ ในปีที่ผ่านมาว่า กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังถูกเชื่อมเข้าสู่ระบบการค้าระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแต่เดิมเรามักจะพบว่าประเทศในแถบยุโรปเป็นกลุ่มที่นำร่องก่อนชาติอื่นๆ เช่น การออกกฎระเบียบนำเข้าสินค้าในรูปแบบต่างๆ ต้องมีขั้นตอนการประหยัดพลังงาน หรือลดทิ้งเศษขยะ ส่วนในเอเชียก็จะพบที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาจึงกระจายไปยังประเทศต่างๆ ในหลายทวีป แต่ไม่มากเหมือนยุโรปและญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี เปิดปีใหม่มาดูเหมือนยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่างจีนชักตื่นตัวกับกระแสรักษ์โลกบ้างแล้ว จากที่เคยถูกโจมตีมาตลอดว่าเป็นตัวการทำโลกร้อน เพราะการเร่งอัตราเติบโตในภาคอุตสาหกรรม

วันนี้อาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองจีนเสียใหม่ เมื่อคณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (National Development and Reform Commission) และสำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งชาติจีน (General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine of The PRC : AQSIQ) ได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับผู้ผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าโทรทัศน์จอแบนและเตาไมโครเวฟที่ใช้ในครัวเรือน ต้องติดฉลากประหยัดพลังงานบนผลิตภัณฑ์

เริ่มจาก โทรทัศน์จอแบน มีการแบ่งประสิทธิภาพการใช้พลังงานออกเป็น 3 ระดับ คือ

ระดับ 1 ประหยัดพลังงานมากที่สุด

ระดับที่ 2 ผ่านมาตรฐานประหยัดพลังงานขั้นต่ำสุด

ระดับที่ 3 ประหยัดไฟน้อยแต่อยู่ในระดับอนุโลมให้จำหน่ายได้

ดังนั้น โทรทัศน์จอแบนที่จะสามารถจำหน่ายในตลาดจีนได้ จะต้องผ่านมาตรฐานระดับที่ 3 เป็นอย่างต่ำ

ในส่วน เตาไมโครเวฟ แบ่งประสิทธิภาพการใช้พลังงานถึง 5 ระดับ

เริ่มจากประหยัดพลังงานมากไปน้อย ได้แก่ ระดับ 1 ประหยัดพลังงานมากสุดสูง 62% ไปจนถึงระดับที่ 5 คือ ประหยัดพลังงานน้อยที่สุด

ดังนั้น ไมโครเวฟที่ใช้ในครัวเรือนที่จะสามารถจำหน่ายในตลาดจีน จะต้องผ่านมาตรฐานระดับที่ 5 เป็นอย่างต่ำ

ระเบียบฉลากประหยัดพลังงานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2555 โดยกำหนดให้เริ่มใช้กับสินค้าที่ผลิตใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2554 เป็นต้นไป

สินค้าที่ผลิตและนำเข้าก่อนวันที่ 1 มี.ค. 2554 อนุโลมให้ทยอยติดเครื่องหมายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 มี.ค. 2555

ผู้ผลิตผู้ส่งออกโทรทัศน์จอแบน และเตาไมโครเวฟไทยที่ค้าขายอยู่กับตลาดจีน สุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ฝากเตือนให้เตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ แม้จะเป็นภาระในการค้า โดยเฉพาะในเรื่องต้นทุนการติดฉลาก และการผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ แต่ในทางกลับกันถ้าผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วก็มีโอกาสเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้น หากคู่แข่งรายอื่นไม่พร้อม

ปัจจุบัน ไทยส่งออกสินค้าโทรทัศน์และไมโครเวฟไปจีนเฉลี่ยระหว่างปี 25502552 มูลค่า 323 ล้านบาทต่อปี

ยังไม่หมดแค่นี้ ข้ามฟากมาดูที่อินเดียกันบ้าง หน่วยงาน Ministry of Environment and Forests ของอินเดีย ได้ออกระเบียบ “E Waste Management and Handling Rules, 2010 เพื่อจัดการเศษซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีการฟื้นฟูหรือนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดของเสียจากสารอันตรายที่ใช้ผลิตสินค้าดังกล่าว

กฎระเบียบนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ศูนย์เก็บรวบรวม ผู้นำสินค้าดังกล่าวมาทำใหม่ ผู้ถอดชิ้นส่วน รีไซเคิล ผู้บริโภค

ทั้งหมดนี้ต้องรับผิดชอบในการจัดการเศษซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในระเบียบจะกำหนดขั้นตอนและการจดทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดการเศษซากอิเล็กทรอนิกส์ไว้ชัดเจน อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงาน State Pollution Control Board or Pollution Control Committee of Union Territories

กระบวนการเก็บรวบรวมเศษซากอิเล็กทรอนิกส์ จะเก็บไว้ในสถานที่เก็บรักษาได้ไม่เกิน 120 วัน โดยจดบันทึก คัดแยกเศษซาก พร้อมให้ตรวจสอบได้

ที่สำคัญต้องไม่ใช้สารอันตรายในการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้แก่ สารตะกั่ว ปรอท แคดเมียม เฮกซาวาเลนท์ โครเมียม ที่เคยใช้ก็ให้ลดการใช้ภายใน 3 ปี นับจากระเบียบบังคับใช้ และไม่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว เว้นแต่นำเข้าเพื่อทำการซ่อมแซม หรือนำเข้ามาทำใหม่

สินค้าที่ว่า ครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือน ของเล่น อุปกรณ์กีฬา เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ควบคุม เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ อุปกรณ์ไอทีและโทรคมนาคม และสินค้าอุปโภค เช่น โทรทัศน์ และวิทยุ เป็นต้น

ไล่มาจนยาว ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ http:/chandigarhenvis.nic.in/beta/departments/cpcc/ew/Draft%20ewaste.pdf

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์