
ลี อายุ จือปา กับความฝันในไร่กาแฟออร์แกนิก
เรื่อง กาญจนา
&<2288;
หลังจากไปนั่งจิบกาแฟชิล ชิล อยู่ที่ร้านอาข่า อามา ที่เชียงใหม่ เราได้พบกับ ลี อายุ จือปา หนุ่มน้อยวัย 20 ต้นๆ เจ้าของร้านกาแฟและแบรนด์กาแฟ อาข่า อามา คอฟฟี่ (Akha Ama Coffee) ที่เล่าให้เราฟังถึงความฝันของเขาที่อยากจะผลิตกาแฟออร์แกนิกคุณภาพดีให้เราได้ชิมกัน
ลี เป็นเด็กจากเผ่าอาข่า ที่เติบโตมากับครอบครัวที่ทำไร่กาแฟ เขาจึงมีความรักชอบกาแฟเป็นทุนเดิม แต่หลังจากที่เขาได้เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านในหมู่บ้านที่ขายกาแฟไม่ได้ราคา และยังคงยากจนอยู่เช่นเดิม เมื่อมีโอกาสเขาจึงอยากที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการทำแบรนด์กาแฟของตัวเอง ช่วยรับซื้อกาแฟจากชาวบ้านในราคาที่เป็นธรรม ไม่ต้องโดนพ่อค้าคนกลางกดราคา และความตั้งใจอีกอย่างก็คือ อยากให้ชาวบ้านได้หันมาปลูกกาแฟแบบออร์แกนิกกันมากขึ้น
“
ผมมองว่าการปลูกกาแฟออร์แกนิกโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ มันจะช่วยลดต้นทุนของชาวบ้านไปได้มาก เพราะปุ๋ยเคมีมีราคาแพง แล้วก็เป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้เองด้วย กว่าจะปลูกกาแฟให้ได้ผล ก็เสียค่าปุ๋ยเคมีไปมากแล้ว บางรายต้องไปกู้เงินมาลงทุนก่อน พอได้เงินจากการขายมาอีกไม่เท่าไร แถมยังโดนกดราคาอีก เอามาจ่ายหนี้ที่กู้มาก็หมดแล้ว แต่ถ้าเราสามารถปรับมาทำเกษตรอินทรีย์ได้ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่แล้ว มันก็จะลดต้นทุนและความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ และดินเสียลงไปได้อีกมาก”ในช่วงแรกที่เขาไปรับซื้อกาแฟจากคนในหมู่บ้าน เขาก็พยายามชักชวนให้คนปลูกหันมาทำการปลูกแบบออร์แกนิกกันมากขึ้น แต่แม้จะเห็นข้อดีของการทำการเกษตรแบบนี้ ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ยังขาดความมั่นใจว่าทำแล้วจะได้ผลดีจริง
“
ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ปลูกกาแฟจะชินกับการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะมันรับประกันผลที่ออกมาได้ค่อนข้างแน่นอนกว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นกาแฟต้นหนึ่งกว่าจะปลูกและเก็บเกี่ยวผลได้ก็ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ดังนั้นคนปลูกส่วนใหญ่ก็เลยไม่ค่อยอยากเสี่ยงกับผลที่คาดเดาไม่ได้ เพราะถ้ากาแฟไม่ออกผล ก็เท่ากับความพยายาม 3 ปีนั้นสูญเปล่า” ลี เล่า“
ผมก็พยายามเข้าไปคุยกับชาวบ้าน ไปชี้แจงเรื่อยๆ และก็พยายามหาความรู้เพิ่มเติมจากทั้งภูมิปัญญาชาวบ้านและเกษตรสมัยใหม่ เราพยายามหาวิธีเพื่อให้สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงไปเรื่อยๆ แต่ระยะแรกมันก็ยังจำเป็นต้องใช้อยู่ ด้วยข้อจำกัดที่บอกไป แต่ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เพราะชาวบ้านเริ่มหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้นมากแล้วครับ”แต่ ลี ก็บอกว่าเขายังไม่อยากหยุดอยู่เพียงแค่จุดนี้ เพราะมันเหมือนเป็นเพียงก้าวแรกมากกว่า เขาบอกว่าจะพยายามพัฒนาวิธีการปลูกให้ดีขึ้น เพื่อว่าสักวันพวกเขาจะสามารถปลูกกาแฟออร์แกนิกคุณภาพดีได้ตามที่ตั้งใจไว้จริงๆ







