posttoday
ทอท. ที่สุดแห่งท่าอากาศยานไทย

ทอท. ที่สุดแห่งท่าอากาศยานไทย

08 มกราคม 2554

เรื่อง : รัฐพร คำหอม

 

กิจการการบินของไทย เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้ากับหลายๆ ประเทศ และนับมาจนถึงปัจจุบันหน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสนามบิน ซึ่งเป็นสนามบินหลักของไทย ไม่ว่าจะเป็น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย กว่า 30 ปี ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย รัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม จนแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ก็ยังคงมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำในปัจจุบันของ เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย

ไม่เพียงความรับผิดชอบต่อการขึ้นลงของอากาศยานเท่านั้นที่ถือเป็นภารกิจหลักของ ทอท. แต่นโยบายการตอบแทนสังคมก็เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญ และหนึ่งในนั้นคือ เรื่องของความสำนึกที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

เสรีรัตน์ บอกว่า โดยทั่วไปเมื่อธุรกิจขนาดใหญ่มีการขยายตัวมากขึ้นก็จะนำพาความเจริญพร้อมกับปัญหาใหม่ๆ เข้าสู่สังคมและชุมชนโดยรอบ การดำเนินธุรกิจของท่าอากาศยานแต่ละแห่งก็เช่นกัน ต้องเกี่ยวข้องกับความคาดหวังของสังคมและชุมชน ทอท.จึงมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านเสียงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงแนวคิดการแสดงความรับผิดชอบของ ทอท.ต่อสังคมและสภาพแวดล้อม

ดังนั้นการดำเนินกิจกรรมแสดงความรับผิดชอบของ ทอท. ต่อสังคม “Corporate Social Responsibility : CSR” จึงเริ่มจาก

แนวคิดที่ 1 คือ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ (Public Responsibility) ซึ่งย้ำเตือนให้ ทอท.ต้องระมัดระวัง และใส่ใจถึงผลที่ตามมา (Outcome) จากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยตรงและพื้นที่ต่อเนื่อง นอกเหนือจากพื้นที่ภายในของตนเอง ซึ่งจะกลายเป็นประเด็นทางสังคม (Social Issues) ต่อไป

แนวคิดที่ 2 คือ ทฤษฎีผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Theory) ซึ่งเป็นเรื่องของการจัดการผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าพนักงาน ผู้ถือหุ้น คู่ค้า คู่แข่ง ภาครัฐและชุมชน

และแนวคิดที่ 3 คือ บริษัทคือพลเมืองของสังคม (Corporate Citizenship) ซึ่งต้องมีความรับผิดชอบด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยให้สังคมเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องมีการบริจาคด้วยความสมัครใจเพื่อช่วยให้สังคมดีขึ้นอย่างยั่งยืน

จากแนวคิด CSR ดังกล่าวข้างต้น ทอท.ได้ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดรูปแบบในการดำเนินการด้าน CSR ของ ทอท. โดยแบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ

1.การส่งเสริมสังคมจากการทำการตลาด (Causerelated Marketing) โดยการนำส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากการประกอบกิจการไปดำเนินการด้านการกุศล

2.การบริจาค (Corporate Philanthropy)

3.การเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน (Volunteering) แนวทางนี้มุ่งให้องค์กรกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคม มีความสัมพันธ์อันดี โดยการให้ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนชักชวนคู่ค้าเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ การพัฒนา คุณภาพของเยาวชน ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพจิต เป็นตัวอย่างที่ ทอท.ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน ตลอดจนส่งเสริมเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต เช่น การสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำนวน 3 โรงเรียน ใน จ.นราธิวาส มุกดาหาร และเชียงราย ตลอดจนดูแลมอบเงินสนับสนุนรายปีอย่างต่อเนื่องให้กับโรงเรียนดังกล่าวเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญหนึ่งที่ ทอท. มีนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในถิ่นทุรกันดารให้เพิ่มมากขึ้นทุกปี และการติดตั้งเครื่องเล่นสนามและเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้แก่โรงเรียนที่อยู่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 22 โรงเรียน เป็นสิ่งที่ ทอท.ได้ดำเนินการไปแล้วเช่นกัน

4.การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Socially Responsibility Business Practice) คือการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านลบกับสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น เนื่องจากการดำเนินงานของ ทอท.มีส่วนเกี่ยวข้องกับมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ทอท.จึงมีการให้บริการกับสายการบินด้วยระบบ PC AIR และระบบไฟฟ้า 400 Hertz เพื่อลดมลภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงอากาศยานภายในลานจอดมากว่า 10 ปีแล้วเช่นกัน การทำ CSR ของ ทอท.เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมและเกิดความรักในองค์กร และยังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ ทอท.ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนและสังคม ให้คนในชุมชนมีคุณภาพ ทำให้ชุมชนเข้มแข็งและเป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

ทอท.ดำเนินกิจการท่าอากาศยานในความรับผิดชอบด้วยความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความรับผิดชอบในการรักษา แก้ไข ป้องกัน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับชุมชนโดยรอบท่าอากาศยานตลอดมา โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ ระบบการจัดการขยะมูลฝอยที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบประปา และสถานีสูบระบายน้ำได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001, ISO 18001 และ ISO 9001 และยังได้รับการรับรองน้ำประปาดื่มได้ในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจากการประปานครหลวง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2550 นอกจากนี้ท่าอากาศยานแต่ละแห่งยังมีการดำเนินการตามมาตรการ ป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน ส่งผลให้ท่าอากาศยานเชียงรายได้รับรางวัล EIA MONITORING AWARD จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2549 และ 2550 อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านเสียงจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งที่เป็นบ้านพักอาศัย ศาสนสถาน สถานศึกษา และสถานพยาบาล ทอท.ได้ดำเนินการชดเชยตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน คือ

1.พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ NEF 40 (หน่วยที่ใช้สำหรับคาดการณ์หรือประเมินเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการบิน) มีอาคารที่ก่อสร้างก่อนปี 2544 จำนวน 503 อาคาร โดยมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องการขายจำนวน 153 อาคาร ส่วนที่เหลือ ทอท.ได้ทยอยมอบเงินให้ไปดำเนินการปรับปรุงอาคารเอง

2.พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ NEF 3040 จำนวน 8,966 อาคาร ทอท.จะสนับสนุนการปรับปรุงอาคาร และสิ่งปลูกสร้างโดยทำการตรวจวัดระดับเสียงรบกวนภายในอาคาร หากพบว่าโครงการทำให้มีระดับเสียงรบกวนเกิน 10 เดซิเบล (เอ) ทอท.จะมอบเงินให้ไปดำเนินการปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้างเอง โดยใช้หลักเกณฑ์การปรับปรุงอาคารเพื่อลดผลกระทบด้านเสียง จากผลการศึกษาของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

3.ทอท.ได้สนับสนุนงบประมาณให้สถานที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านเสียง ได้แก่ สถานศึกษา สถานพยาบาลและศาสนสถาน จำนวน 11 แห่ง เพื่อไปปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้างเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท