posttoday
โมซัมบิก 2 ชีพจรแห่งมาปูโต

โมซัมบิก 2 ชีพจรแห่งมาปูโต

08 มกราคม 2554

โลก 360 องศา สัปดาห์นี้ เรายังคงอยู่กันที่ประเทศโมซัมบิกเป็นตอนที่ 2

โลก 360 องศา สัปดาห์นี้ เรายังคงอยู่กันที่ประเทศโมซัมบิกเป็นตอนที่ 2

โดย....ปวีณา สิงหบูรณา

 

โมซัมบิก 2 ชีพจรแห่งมาปูโต

โลก 360 องศา สัปดาห์นี้ เรายังคงอยู่กันที่ประเทศโมซัมบิกเป็นตอนที่ 2

ในตอนที่แล้วภายใต้หัวข้อ “เมืองท่าแห่งแอฟริกาตอนใต้” เราได้นำเสนอเรื่องราวของประเทศนี้ ไล่มาตั้งแต่มีการค้นพบโดย วาสโก ดา กามา ตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ต่อสู้จนได้รับเอกราช เกิดสงครามกลางเมือง และประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูประเทศในปัจจุบัน

ในตอนที่ 2 นี้ เราจะมาสำรวจวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่กัน โดยเฉพาะที่นครหลวงมาปูโต

ด้วยความที่โมซัมบิกนั้นมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ยาวถึง 2,700 กิโลเมตร จากเหนือจรดใต้ จึงแน่นอนว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงศักยภาพในด้านการเป็นเมืองท่าเท่านั้น หากแต่การประมงก็เป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ เพราะมีแหล่งทรัพยากรทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบโมซัมบิก จากการประเมินพบว่า มีชาวโมซัมบิกกว่า 1 แสนคน พึ่งพาอุตสาหกรรมการประมง และที่สำคัญ วิถีของชาวประมงที่นี่ส่วนหนึ่งยังคงเป็นแบบพื้นบ้าน เราจึงเดินทางไปดูกันว่าเขาดำรงชีวิตอยู่กันอย่างไรในทุกวันนี้

แต่ในระหว่างทางนั้นเอง ทีมงานโลก 360 องศา ของเราก็บังเอิญโชคดีได้พบกับพิธีแต่งงานแบบคริสเตียนของชาวโมซัมบิกที่จัดขึ้นบนชายหาด เราจึงไม่พลาดที่จะแวะเข้าไปพูดคุยทักทาย และเก็บภาพสวยๆ มาฝากกัน และจากการสอบถามก็ได้ความว่า บริเวณชายหาดแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งในการจัดงานแต่งงานของชาวมาปูโตเลยทีเดียว นับเป็นวิถีชีวิตร่วมสมัยอีกอย่างหนึ่งของคนเมืองที่นี่ที่เราได้มีโอกาสสัมผัส

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าต่อไปยังตลาดปลาที่อยู่อีกหาดหนึ่ง อันเป็นจุดหมายปลายทางของเรา

ปัจจุบันสินค้าทะเลส่งออกที่สำคัญของโมซัมบิก ประกอบด้วย ปลา กุ้งน้ำตื้น กุ้งน้ำลึก ปู และล็อบสเตอร์ ซึ่งร้อยละ 80 ส่งออกไปยังยุโรป ความอุดมสมบูรณ์ของอาหารทะเลที่นี่นั้น ถึงกับมีคำกล่าวเล่นๆ ว่า ปลาที่นี่แก่ตาย (เพราะชุมจนจับกินไม่ทันเลยทีเดียว)

เมื่อเราไปถึงตลาดปลา ภาพที่เห็นก็คือ มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมารอซื้อปลาจากชาวประมงที่ออกเรือไปหาปลา และกำลังทยอยกลับเข้าสู่ฝั่ง โดยชาวบ้านแต่ละคนก็จะมีภาชนะของตัวเอง เป็นกะละมังบ้าง ถังพลาสติกบ้าง นั่งรอยืนรอกันอยู่ สอบถามได้ความว่า เมื่อคืนอากาศไม่ค่อยดี วันนี้จึงมีคนออกเรือน้อย ในขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายสองบ่ายสามแล้ว ชาวบ้านบางคนที่มารอซื้อยังไม่ได้ปลาเลยด้วยซ้ำ

อนึ่ง อย่าลืมว่าเรากำลังพูดถึงประมงพื้นบ้าน ดังนั้น เรือที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ เรือลำเล็กๆ ของชาวประมงตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ด้วยซ้ำ แต่ใช้เพียงแรงกายในการพาย หรือไม่ก็แรงลมในการขับเคลื่อนไป

 

โมซัมบิก 2 ชีพจรแห่งมาปูโต

เมื่อมีเรือมาถึง ชาวประมงก็จะนำกุ้ง นำปลาสดๆ ที่จับได้มาเทกองให้ชาวบ้านได้คัดเลือกกัน ในขณะที่ชาวบ้านหลายคนก็ไม่รอเช่นนั้น แต่เดินลุยน้ำเข้าไปประชิดกราบเรือ และเลือกหาสินค้าของตนกันตั้งแต่ยังไม่ลงจากเรือเลยทีเดียว

ทีมงานโลก 360 องศา เราก็ซื้อกุ้งสดๆ กับเขาด้วย 1 กิโลกรัม โดยหวังว่าจะนำไปให้ร้านอาหารไทยในมาปูโตปรุงเป็นอาหารไทยให้พวกเราได้กินกันตามประสาคนคิดถึงบ้าน

นี่คือภาพวิถีชีวิตแบบชาวบ้านจริงๆ ของชาวโมซัมบิก ที่ยังดำรงคงอยู่ท่ามกลางกระแสการตื่นแอฟริกาในแง่ของการเป็นแหล่งทรัพยากร ท่ามกลางการเข้ามาของเรือประมงลำใหญ่ๆ คำถามที่ตามมาก็คือว่า เราจะยังได้เห็นภาพวิถีชีวิตแบบนี้ไปอีกนานสักแค่ไหนกัน?

หลังจากนั้นเรากลับเข้าเมืองไปยังย่านดาวน์ทาวน์อีกครั้ง เพื่อเดินสำรวจตลาดนัดวันหยุด หรือฟลีมาร์เก็ต หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนๆ ในโลกก็ตาม นี่เป็นสถานที่อีกแห่งที่เราจะได้เห็นบุคลิกของเมืองนั้นๆ ผ่านทางสินค้ามากสีสัน ผู้คนที่หลากหลาย หรือบรรยากาศในการต่อรองซื้อขาย และที่สำคัญ เราก็จะได้ช็อปปิ้งด้วย (อันนี้คงถูกใจหลายๆ คน)

เราพบว่านอกจากจะสะดุดตากับการใช้สีสดๆ แบบแอฟริกันจากสินค้ามากมายแล้ว สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ สินค้าจำพวกงานไม้แกะสลักต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะโมซัมบิกนั้นยังมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ และมีไม้ซุงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญประเภทหนึ่ง โดยมีจีนเป็นตลาดใหญ่

 

และถึงแม้ว่าโมซัมบิกจะใช้ภาษาโปรตุกีสเป็นภาษาราชการ แต่พ่อค้าแม่ขายที่นี่ส่วนใหญ่ก็สามารถที่จะสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะต่อรองสินค้าไม่สนุก

เราได้รับการบอกเล่าเช่นกันว่า ปัจจุบันนี้ชาวโมซัมบิกโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ขวนขวายที่จะเรียนรู้หรือหัดพูดภาษาอังกฤษกันมากขึ้น สาเหตุประการสำคัญนั้นก็เนื่องมาจากนโยบายอ้าแขนรับการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้ทุกวันนี้มีนักลงทุนจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาที่นี่เป็นจำนวนมาก และภาษาอังกฤษก็เลยกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความเจริญก้าวหน้านั่นเอง

ขณะเดียวกัน โลก 360 องศา ก็ได้รับทราบแง่มุมที่น่าสนใจจากมุมมองของนักลงทุนชาวต่างชาติเช่นกัน เขาเป็นชายชาวแอฟริกาใต้ผิวขาวคนหนึ่งที่เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ ตลอดชีวิตเขาได้รับการปลูกฝังจากบ้านเกิดเมืองนอนในทำนองว่า อย่าเดินทางออกจากแอฟริกาใต้จนกว่าคุณจะได้เห็นแอฟริกาใต้ทั้งหมดด้วยตาคุณเอง เขาเองก็ทำอย่างนั้น จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา เขามีโอกาสได้เดินทางมายังประเทศโมซัมบิก ข้อแตกต่างที่พบก็คือ หนึ่ง ที่นี่ไม่มีการเหยียดสีผิว สอง เดินไปไหนมาไหนไม่มีการปล้นจี้ และนั่นก็ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือที่นี่ที่ประเทศโมซัมบิก

นอกจากนี้ เรายังได้พบปะพูดคุยกับนักธุรกิจชาวไทยที่มาเปิดร้านอาหารไทยในกรุงมาปูโตด้วย แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ในรายการโลก 360 องศา วันเสาร์นี้ เวลาใหม่ 21.2021.45 น. ทาง ททบ.5

 

โมซัมบิก 2 ชีพจรแห่งมาปูโต

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท