
ตระการตา ‘วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ๘๔ พรรษา มหาราชา’
ชาวไทยได้ชื่นชมกับการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา” ที่สำนักพระราชวังจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
ชาวไทยได้ชื่นชมกับการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา” ที่สำนักพระราชวังจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
เรื่อง : วราภรณ์
ชาวไทยได้ชื่นชมกับการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา” ที่สำนักพระราชวังจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองใน 3 โอกาสสำคัญและพิเศษของปวงชนชาวไทย
ตั้งแต่การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธ.ค. 2554 ตลอดจนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 12 ส.ค. 2555 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา วันที่ 28 ก.ค. 2555 โดยจัดแสดงถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ณ บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
สถานที่นี้เคยจัดการแสดงเช่นนี้มาเมื่อ 12 ปีก่อน โดยมีฉากด้านซ้ายมือสีทองอร่ามสวยงามของวัดพระแก้ว จึงหาการแสดงที่มีโลเกชันแบบนี้ชมได้ไม่ง่ายนัก ประกอบกับการแสดงทันสมัย ใช้เทคนิควิชวลเอฟเฟกต์ที่หลากหลายและสมบูรณ์แบบ อาทิ การแสดงผสมภาพ 3 มิติ ใช้นักแสดงทั้งสิ้นนับ 100 คน งบประมาณ 40 ล้านบาท
3 โอกาสประชาชนปลื้มปีติ
“วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา” เป็นเรื่องราวการร้อยเรียงประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ก่อร่างสร้างเมืองจนถึงปัจจุบัน รัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวัง รองประธานโครงการฯ กล่าวว่า สำนักพระราชวังตั้งใจจัดงานครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมพระเกียรติบูรพกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และเฉลิมฉลองใน 3 โอกาสสำคัญที่จะนำมาซึ่งความปลื้มปีติของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า
“ในเรื่อง จอยรินลณี ศรีเพ็ญ รับบท จิตตสยาม ผู้เล่าเรื่องและเชื่อมโยงเหตุการณ์สำคัญในแต่ละรัชสมัย นำเสนอผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ ทั้งการฉายภาพนิ่งและภาพยนตร์ การแสดง และเทคนิคพิเศษมากมายที่จะสร้างความประทับใจและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจสำคัญให้แผ่นดินไทยผ่านพ้นจากภัยอันตรายและวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมถึงการธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาติ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่บ้านเมืองมาโดยตลอด
ทุกพระองค์ทรงงานอย่างหนักเพื่อความผาสุกของพวกเราทุกคน เรามุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนและประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งแสดงความจงรักภักดี เผยแพร่พระเกียรติคุณ และถวายพระพรร่วมกันให้มากที่สุด จึงจัดการแสดงเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน รวม 58 รอบ” รัตนาวุธ กล่าว
เทคนิคพิเศษทันสมัย
เสริมคุณ คุณาวงศ์ ผู้กำกับและอำนวยการผลิต เล่าถึงเทคนิคที่นำมาประกอบจัดแสดงเป็นเรื่องราว สะท้อนภาพเหตุการณ์จริงในช่วงรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ซึ่งยังไม่มีภาพถ่าย จึงต้องใช้ภาพจิตรกรรมฝาผนังและสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สร้างในสมัยนั้น รวมถึงการใช้ภาพจิตรกรรมที่เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นผลงานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ร่วมกับช่างเขียนชาวอิตาเลียน ที่อยู่ในพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นแหล่งข้อมูลในการทำมัลติมีเดีย เพื่อให้เกิดมิติและความสวยงาม
“สำหรับเทคนิคต่างๆ ที่นำเสนอในการแสดงครั้งนี้สร้างสรรค์ขึ้นในรูปแบบของการผสมผสานทั้งแสง เสียง และสื่อผสม ประกอบไปด้วยนักแสดงและทีมงานกว่า 100 คน ใช้เทคนิควิชวลเอฟเฟกต์ที่หลากหลายและสมบูรณ์แบบที่สุดในการจัดการแสดง เช่น เทคนิคฮาโลแกรมแบบลอยตัวในการถ่ายทอดเรื่องราว และใช้เทคนิควิชวลเอฟเฟกต์ขนาดเท่าตัวจริง ที่สามารถแสดงปฏิสัมพันธ์กับนักแสดงบนเวทีได้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิค 3 มิติในการประกอบฉาก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ทำฉากรูปแบบ 3 มิติให้สัมพันธ์กับสถานที่จริง สำหรับเทคนิค Mapping จะเป็นเทคนิคที่ฉายภาพเข้าไปในวัตถุ 3 มิติ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย” เสริมคุณ กล่าว
รินลณี รับบท จิตตสยาม
วิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินเรื่อง เล่าผ่านหญิงสาวที่ชื่อ “จิตตสยาม” รับบทโดย จอยรินลณี ศรีเพ็ญ ผู้มีจิตวิญญาณที่เป็นตัวแทนของคนไทยที่รักชาติ มีความผูกพันกับพระเจ้าแผ่นดิน และอยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่สำคัญๆ ในแต่ละยุคสมัย “จิตตสยาม” จะพาผู้ชมเข้าไปในทุกเหตุการณ์ และสื่ออารมณ์ไปถึงผู้ชมได้โดยตรง “จิตตสยาม” จึงเป็นสัญลักษณ์ในเชิงนามธรรมของจิตวิญญาณของความเป็นไทยที่มีอยู่ในตัวของคนไทยทุกคน
การแสดงแบ่งเป็น 9 องก์ อาทิ องก์ที่ 1 “ก่อร่างสร้างเมือง” องก์ที่ 2 “รุ่งเรืองรัตนโกสินทร์” องก์ที่ 3 “ถิ่นสยามอารยะ” องก์ที่ 4 “ประชาธิปไตยสร้างสรรค์” องก์ที่ 5 “ในหลวงที่คนไทยผูกพัน” องก์ที่ 6 “ทั่วเขตขัณฑ์ รอยพระบาท ทรงยาตรา” องก์ที่ 7 “อัครศิลปิน” องก์ที่ 8 “หลักไทย หลักใจ” องก์ที่ 9 “ดุจถวายชัย ชโย”
แต่ละองก์สวยงามน่าประทับใจ อาทิ องก์ที่ 4 แสดงเหตุการณ์การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 สยามก้าวสู่จุดพลิกผันทางการเมือง เกิดคณะราษฎรได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 หรือองก์ที่ 5 “ในหลวงที่คนไทยผูกพัน” ปี 2489 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ สายสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับประชาชนจึงผูกพันลึกซึ้ง และเมื่อพระองค์ทรงหมั้นหมายกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ดังนั้นการแสดงในชุดนี้จึงนำเสนอด้วยมัลติวิชันพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ ประกอบการแสดงบัลเลต์ในเพลงพระราชนิพนธ์ “เทวาพา คู่ฝัน” อันสวยงาม เป็นต้น
การแสดงเฉลิมพระเกียรติ “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ๘๔ พรรษา มหาราชา” ความยาว 90 นาที เริ่มแสดงตั้งแต่วันนี้ถึงวันจันทร์ที่ 28 ก.พ.นี้ เวลา 19.0020.30 น. งดการแสดงทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์ที่ 28 ก.พ. รอบละ 2,000 ที่นั่ง บัตรราคา 500 บาททุกที่นั่ง มีจำหน่ายเพียงแห่งเดียวที่ห้องประชาสัมพันธ์ ทางเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. โทร. 026235500 ต่อ 12011126 และ 45674568







