
เดียวดายในจินตนาการ
เติบโตในเมืองใหญ่ เฝ้ามองดูความเป็นไปของชีวิตมานานจนรู้สึกเบื่อหน่ายเหลือทนกับความต้องการไม่สิ้นสุดของมนุษย์ แล้ววันหนึ่งชายหนุ่มคนนี้ก็เบือนหน้าหนีจากความวุ่นวายเร่งรีบภายนอก หันมานั่งคุยกับตัวเอง สำรวจภายในตัวตนถึงจุดหมายปลายทางแท้จริง คำตอบที่ได้ทำให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
เติบโตในเมืองใหญ่ เฝ้ามองดูความเป็นไปของชีวิตมานานจนรู้สึกเบื่อหน่ายเหลือทนกับความต้องการไม่สิ้นสุดของมนุษย์ แล้ววันหนึ่งชายหนุ่มคนนี้ก็เบือนหน้าหนีจากความวุ่นวายเร่งรีบภายนอก หันมานั่งคุยกับตัวเอง สำรวจภายในตัวตนถึงจุดหมายปลายทางแท้จริง คำตอบที่ได้ทำให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
เติบโตในเมืองใหญ่ เฝ้ามองดูความเป็นไปของชีวิตมานานจนรู้สึกเบื่อหน่ายเหลือทนกับความต้องการไม่สิ้นสุดของมนุษย์ แล้ววันหนึ่งชายหนุ่มคนนี้ก็เบือนหน้าหนีจากความวุ่นวายเร่งรีบภายนอก หันมานั่งคุยกับตัวเอง สำรวจภายในตัวตนถึงจุดหมายปลายทางแท้จริง คำตอบที่ได้ทำให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
จุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่นี้ หมายถึงการรวบรวมความคิดสติปัญญาและจินตนาการทั้งหมด เล่าเรื่องชีวิตของตัวเองผ่านภาพวาด เสกสรรปลายพู่กันบรรจงเส้นสีลงบนผืนผ้าใบ จนกลายเป็นผลงานจิตรกรรมแนวเซอร์เรียลลิสต์อันงดงามทรงพลัง
“บทสนทนาแห่งการรื้อฟื้น” (Revive Dialogue) ผลงานภาพเขียนสีน้ำมันและสีอะครีลิกแนวเซอเรียลลิสต์ทั้ง 9 ภาพของ นรากร สิทธิเทศ จิตรกรหนุ่มผู้มีจินตนาการล้ำลึก สะท้อนเรื่องราวการใคร่ครวญถึงการดำรงอยู่ของโลกภายใน เพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าใจการดำรงชีวิตในยุคสมัยที่มนุษย์ถูกแรงเหวี่ยงของกิเลสตัณหาเหวี่ยงให้ไปไกลจากตัวตนของตนเอง นำมาซึ่งความทุกข์และความมืดบอดทางปัญญา โดยแสดงภาพของชีวิตในอีกมิติหนึ่งอันโดดเดี่ยวอ้างว้าง ซึ่งมาจากจินตนาการผสมผสานกับประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านพ้นมา
“คล้ายกับเป็นการตั้งคำถาม และทบทวนต่อตนเองใหม่ถึงความหมายของการดำรงชีวิต เป็นบทสนทนาเพื่อถามหาความสมดุลระหว่างโลกภายในกับโลกภายนอก” ศิลปินหนุ่มผมยาวเล่าถึงที่มาของแนวคิดผลงานที่ชื่อบทสนทนาแห่งการรื้อฟื้น
นรากร บอกว่า ชีวิตของเขาเปรียบเหมือนการเดินทางไกล แล้วพอย้อนมองกลับไปพบเพียงแต่ความว่างเปล่า จึงพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากชิ้นส่วนความทรงจำ จนในที่สุดก็พบว่าเขาติดค้างอยู่ในสถานที่ที่ทุกอย่างดูพร่าเลือน วังเวง ไร้ชีวิตชีวา เหมือนดินแดนที่ถูกทิ้งร้าง เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงนั่งนิ่งเงียบเฝ้ามองทุกอย่างรอบตัวด้วยสายตาคู่ใหม่ที่เรียกว่าปัญญา จนนำไปสู่การรื้อฟื้นสายสัมพันธ์แห่งชีวิตขึ้นมาใหม่
“ณ จุดนี้เองที่ตัวตนของผมได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” เขาสรุปสั้นได้ใจความ
“งานแต่ละชิ้นผมไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมา ผมใส่สัญลักษณ์บางอย่างลงไป สัญลักษณ์ที่มาจากความฝันประหลาดๆ ของตัวเอง แล้วเติมจินตนาการในเรื่องราวต่างๆ นานาลงไปผสมรวมกัน ความหมายของภาพจึงไม่ค่อยชัดเจนนัก ยังคลุมเครือเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่เข้ามาชมเข้ามาคิด ตีความ หรือรู้สึกร่วมได้อย่างอิสระเต็มที่”
ภาพแล้วภาพเล่า ให้ความรู้สึกเหนือจริง ดื่มด่ำเพลิดเพลินไปกับจินตนาการล้ำลึกยากจะอธิบาย ปรุงแต่งอารมณ์หม่นเศร้าเหงาเดียวดาย ด้วยโทนสีเทาดำ แถมโชว์ชั้นเชิงในการใช้สัญลักษณ์ทำให้ภาพดูโดดเด่น หรือการสร้างพื้นผิวราบเรียบและขรุขระไม่เท่ากัน ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่สร้างอารมณ์ให้เร้าใจได้มากโข
“งานชุดนี้เป็นนิทรรศการครั้งแรกของผม เป็นงานที่ทำยากและทำนานที่สุดในชีวิต ต้องคิดวิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วลงมือสเกตซ์ลงแผ่นกระดาษหลายสิบชิ้น จึงค่อยลงมือวาดออกมาเป็นภาพดังที่เห็น” จิตรกรหนุ่มหัวเราะเบาๆ สีหน้าเหน็ดหน่าย
ปัจจุบัน นรากร สิทธิเทศ เป็นอาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์ คณะศิลป กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และยังคงสร้างสรรค์ผลงานส่วนตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง
นิทรรศการจิตรกรรม “บทสนทนาแห่งการรื้อฟื้น” โดย นรากร สิทธิเทศ จัดแสดง ณ ดีโอบี หัวลำโพงแกลเลอรี ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 13 ม.ค. 2554 อังคารเสาร์ เวลา 10.30-19.00 น. อาทิตย์ เวลา 10.30-17.30 น. (ปิดวันจันทร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โทร. 02-422-2092







