
ศึกษาร่องรอยธรรมพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป(ตอนที่ ๗)
หากพิจารณาลงไปในความหมายธรรมในเรื่องความสามัคคีของคณะสงฆ์ หรือหมู่สงฆ์ ก็คงหมายถึง ความพรั่งพร้อมและเสมอกันในความเห็นและข้อปฏิบัติ หรือความประพฤติอันถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัย...
หากพิจารณาลงไปในความหมายธรรมในเรื่องความสามัคคีของคณะสงฆ์ หรือหมู่สงฆ์ ก็คงหมายถึง ความพรั่งพร้อมและเสมอกันในความเห็นและข้อปฏิบัติ หรือความประพฤติอันถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัย...
โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส
หากพิจารณาลงไปในความหมายธรรมในเรื่องความสามัคคีของคณะสงฆ์ หรือหมู่สงฆ์ ก็คงหมายถึง ความพรั่งพร้อมและเสมอกันในความเห็นและข้อปฏิบัติ หรือความประพฤติอันถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัย... ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติ ... จะก่อให้เกิดผลแก่ผู้เจริญภาวนา ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน และจะก่อให้เกิดความเจริญเติบโตแก่พระพุทธศาสนาสืบอายุเนื่องต่อไปด้วยคณะสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติถูกต้อง โดยชอบและสมควรแห่งธรรม สมดังที่เป็นพระสงฆ์สาวกในพระพุทธศาสนา ... และเมื่อสงฆ์เข้มแข็ง มีความมั่นคงจากการปฏิบัติอันถูกต้องตรงตามพระวินัย พระวินัยก็จะหยั่งรากลึกลงไปบนแผ่นดินแห่งธรรมนี้ ซึ่งนับหมายถึง ต้นพระพุทธศาสนาก็จะเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปด้วยรากแก้ว คือ พระวินัยที่ได้หยั่งรากลึกลงไปอย่างมั่นคงบนแผ่นดิน
จึงไม่แปลกที่พระพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทปาฏิโมกข์ขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังพรรษาที่ ๑ ก่อนเข้าพรรษที่ ๒ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธ หรือรัฐพิหารในประเทศอินเดียปัจจุบัน ท่ามกลางพระสงฆ์ขีนาสพ ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งล้วนแต่เป็นพระอรหันตสาวกครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยปฏิสัมพิทาญาณ ... และสืบเนื่องต่อไปในห้วงเวลา ๔๕ พรรษาของพระพุทธองค์ ทรงประกาศสถาปนาให้สงฆ์เป็นใหญ่ภายใต้พระธรรมวินัยที่จะทำหน้าที่ปกครองสงฆ์แทนพระองค์เอง
แม้ภายหลังเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วของพระผู้มีพระภาคเจ้า เหล่าพระสงฆ์ผู้ทรงธรรมล้วนแต่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส ก็ยังได้สืบทอดพระมโนปณิธานของพระองค์ โดยการพยายามรวบรวมกำลังของพระสงฆ์ และพุทธบริษัทให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จนเกิดการสังคายนาชำระสะสางพระไตรปิฎกหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในชมพูทวีป และประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนานอกชมพูทวีป ดังที่กล่าวเล่ามาในตอนต้น
แม้คณะสงฆ์แต่ละยุค แต่ละสมัย จะได้พยายามรักษาพระพุทธศาสนากันอย่างเต็มความสามารถแล้วก็ตาม แต่ก็หาได้ทัดทานกระแสโลกาภิวัตน์ของโลก ซึ่งประกาศหลักหรือตัวกฎหมายจริงมาช้านาน อันได้แก่ พระอนิจจัง ! อันไม่มีใครๆ สามารถต่อสู้เอาชนะได้ไม่ ซึ่งพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกันกับบุคคล หรือองค์กรทั้งหลายที่จะต้องตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาพระพุทธศาสนาก็ได้สูญสิ้นไปจากชมพูทวีปในพุทธศตวรรษที่ ๑๗๑๘ แต่ด้วยความฉลาด หรือด้วยพระปัญญาของพระสงฆ์วิสุทธิธรรมในพระพุทธศาสนา จึงทำให้พระพุทธศาสนาไม่สูญหายไปจากโลก ด้วยอุบายการส่งพระสมณทูตนำพระธรรมวินัยไปเผยแผ่แก่อารยชนนอกเขตชมพูทวีป ถึง ๙ สาย จึงทำให้พระพุทธศาสนาสืบเนื่องอายุมาจนถึงทุกวันนี้
ในร่องรอยแห่งธรรมที่ปรากฏมีอยู่ตามกงล้ออายุพระพุทธศาสนา จึงควรศึกษาเป็นอย่างยิ่งในเรื่องราวต่างๆ ที่มีอยู่ ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงลักษณะธรรมของเหตุปัจจัย อันก่อให้เกิดเรื่องราวทั้งหลาย ดังที่อาตมาได้นำมาสรุปบอกเล่าให้สาธุชนทั้งหลายพึงจะได้รับทราบ โดยเฉพาะในความหมายธรรมที่ว่า “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงได้สูญหายไปจากชมพูทวีป แผ่นดินเกิด !?”
จากกรณีศึกษาปัญหาดังกล่าว เราก็จะพบเห็นเรื่องราวตามกระแสธรรมที่กล่าวเล่ามาของความสืบเนื่องแห่งกงล้ออายุพระพุทธศาสนา อันควรนำมาพิจารณาอย่างยิ่ง เพื่อการนำเอาประโยชน์จากเรื่องราวในอดีตนั้นๆ มารับใช้ปัจจุบัน อันจะส่งผลสืบเนื่องไปถึงอนาคต และเราจะไม่แปลกใจเลยว่า หากพระพุทธศาสนาจะกลับคืนสู่ชมพูทวีปแผ่นดินเกิดอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะด้วยสองมือน้อยๆ และหนึ่งหัวใจที่เข้มแข็งของเรา ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ดุงดังความหวังและประกายธรรมของ ดร.อัมเบ็ดก้าร์ ที่ได้จุดไว้ในหัวใจของชาวพุทธอินเดียว่า พระพุทธศาสนาจะต้องกลับคืนมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในชมพูทวีปอย่างแน่นอน ...
(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)







