
จานอร่อย มื้อพิเศษ...กันเถอะ
ช่วงเวลาสนุกดี๊ด๊าหรรษาเริ่มต้นขึ้นแล้วละครับ
ช่วงเวลาสนุกดี๊ด๊าหรรษาเริ่มต้นขึ้นแล้วละครับ
เรื่อง : วุฒิชัย สาสุข / ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ช่วงเวลาสนุกดี๊ด๊าหรรษาเริ่มต้นขึ้นแล้วละครับ
เอ้า...ก็วันนี้ไง คริสต์มาส อีฟ ประเดิมเทศกาลแห่งความสุขก่อนจะเข้าสู่คริสต์มาส เดย์แบบเต็มยศ จากนั้นนับไปอีก 5 วัน ก็เป็นการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
บรรยากาศอันแสนรื่นรมย์ ผสานด้วยไอเย็นชื่นหัวใจ (ได้แต่หวังลึกๆ ว่ามันคงจะหนาวจริงๆ อะนะ) จังหวะเพลงชวนขยับแข้งขยับขาตามสไตล์มิวสิก เซเลเบรชัน (อินเทรนด์สุดๆ ต้องนี่เลย อัลบั้มเพลง (คัฟเวอร์) ใหม่ Merry Christmas II You ของเจ๊มารายห์) และแน่นอน...ขาดไม่ได้ในมื้อพิเศษ คือปาร์ตี้ที่มีจานอร่อยรสเด็ดดวงพร้อมเสิร์ฟตลอดงาน
ธรรมเนียมฝรั่งเมนูฉลองที่ยึดถือกันว่ามีเธอก็ต้องมีฉัน เห็นจะไม่พ้นไก่งวง ส่วนมากมักสอดไส้สตัฟฟิงนานาชนิด ขนมปังอบแห้งผัดหอมใหญ่ เกาลัด และเครื่องเทศ อบจนผิวเหลืองกรอบ เสิร์ฟเป็นตัวๆ จะกินทีก็ฝานเป็นชิ้นๆ ราดด้วยน้ำเกรวีชุ่มโชก ไม่พอยังมีนานาซอสช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้โอชะยิ่งขึ้น
สำหรับการกินไก่งวงนั้น ว่ากันว่าเริ่มแพร่หลายนับตั้งแต่มีการซื้อขายไก่งวงระหว่างชาวอังกฤษกับพ่อค้าชาวอินเดียนแดงในเม็กซิโก เมื่อราวปี 1526 โดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 โปรดเสวยไก่งวงเหลือเกิน ฉลองคราใดโต๊ะเสวยย่อมมีไก่งวงเสมอ จนประชาชนเมืองผู้ดีต่างรับรู้กันถ้วนทั่วและสืบปฏิบัติตามเสมือนเป็นประเพณีงานปาร์ตี้
จะว่าไปเมนูของคาวที่ได้รับความนิยมก็ยังหมายรวมถึงห่านอบ แฮมย่างน้ำผึ้ง ฟัวกราส์ ที่เสิร์ฟกันแบบตับห่านแท้ๆ กินให้เลี่ยนไปข้าง เช่นที่โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท ปีนี้พิเศษด้วยเมนู ฟัวกราส์ เทอร์รีน ที่ย่างฟัวกราส์เล็กน้อยก่อนจะหมักทิ้งไว้อีก 4 ชั่วโมงค่อยนำมาอบด้วยไฟอ่อน ซึ่งจะได้ความหอมความอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ อีกอย่างที่เสิร์ฟกันสดๆ คือ หอยนางรม ใช้หอยนางรมจากฝรั่งเศสปรุงรสด้วยโอลีฟออยล์ และมีเห็ดทรัฟเฟิลเพิ่มความเด็ดดวง จนกลายเป็นฟินเดอแคลร์ ออยสเตอร์ ชูตเตอร์ ยกซดแบบหมดแก้วชูตเตอร์
ขนมหวานเมนูที่หลายคนชื่นชอบ นัมเบอร์วันต้องยกให้คริสต์มาส พุดดิง เรียกว่าไม่มีขนมชนิดนี้คริสต์มาสอาจไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะที่อังกฤษถือเป็นสัญลักษณ์ของหวานประจำเทศกาลทีเดียว
กำเนิดของพุดดิง สันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ในยุคกลางของฝรั่งเศส โดยรากศัพท์มาจากภาษาละตินโบราณ Botulus หรือ Botulism ซึ่งหมายถึง ไส้กรอก นั่นจึงไม่แปลกที่พุดดิงยุคแรกหน้าตาจะเหมือนไส้กรอก ที่สำคัญเสิร์ฟกันในฐานะอาหารคาว ไม่ใช่ของหวาน
ไม่เพียงแค่นั้น คริสต์มาส พุดดิง ยังสะท้อนถึงความอบอุ่นในครอบครัว ค่าที่เป็นสูตรขนมที่ปรุงกันจากรุ่นสู่รุ่น แต่ละบ้านก็ใช้สูตรเฉพาะเพื่อคงความอร่อยและภูมิปัญญาไว้ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฉะนั้น ถ้าใครมีโอกาสไปตามที่ต่างๆ ก็อย่าสงสัยว่าทำไมไม่เหมือนกับที่เคยลิ้มลองมา แต่โดยรวมแล้วที่คล้ายๆ กัน มักจะมีสีคล้ำจนถึงดำ เนื้อนุ่มลิ้น ส่วนผสมหลักๆ เช่นว่า ผลไม้แห้ง (ลูกเกดดำ ลูกเกดขาว อัลมอนด์ แอปเปิลเขียว แครอต และที่ช่วยชูรสให้พุดดิงอร่อยเข้ม คือ บรั่นดี หรือเบียร์ หมักทิ้งไว้เป็นเดือนๆ หรืออาจเป็นปี จนซึมเข้าเนื้อค่อยนำมาทำพุดดิง ให้รสฉ่ำปากมากกกก อืม...ระวังสำหรับคนที่แพ้แอลกอฮอล์ แม้จะมีอยู่ในปริมาณที่น้อย แต่กลิ่นผลไม้ผสมแอลกอฮอล์ยังคอยยั่วจมูกไม่หาย เดี๋ยวจะอดใจไม่ไหวเผลอหม่ำจนเพลินแล้วเป็นเรื่องได้
พุดดิงชนิดนี้ยังมีความน่าสนใจ อยู่ที่ขั้นตอนการทำสมาชิกครอบครัวต้องมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ พร้อมกับอธิษฐานขอพรได้หนึ่งข้อ ซึ่งสมัยก่อนนู่นยังมีประเพณีการใส่เงินเหรียญ 6 เพนนี ลงไปอบกับพุดดิงด้วย ถ้าใครได้เหรียญก็เป็นผู้โชคดีในปีที่กำลังจะมาถึง
เชฟใหญ่ชาวฝรั่งเศส “ปิแอร์ เฮาส์” โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท ก็เตรียมคริสต์มาสพุดดิงเสิร์ฟให้สาวกคนเลิฟขนมหวานได้กินกันอย่างจุใจ โดยเขายังรักษาขนบการทำแบบดั้งเดิม เพื่อให้ได้ความคลาสสิกผสานกับความอร่อย
“เพราะหนึ่งปีมีครั้ง ผมว่าคนทำก็คงอยากจะทำอะไรสนุกๆ อร่อยๆ ออกมาอย่างสุดฝีมือ ส่วนคนกินผมว่าเขาก็คงอยากกินของอร่อยๆ เจออะไรใหม่ๆ จะได้ไม่จำเจ แต่เหนืออื่นใด เมนูเฉลิมฉลองจะต้องสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมไปอีกนาน” เชฟปิแอร์ บอกกับเราด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ
พูดถึงขนมในเทศกาลเฉลิมฉลองที่อยู่คู่กันมายาวนาน เช่นว่า ฟรุตเค้ก ขนมปังขิง หรือคุกกี้รูปร่างน่ารัก เช่น คน สัตว์ การ์ตูน ปรุงรสด้วยเครื่องเทศกับน้ำตาลเคี่ยว หรือน้ำผึ้ง บางสูตรจะเพิ่มรสด้วยมัสตาร์ด พริกไทยดำ ลูกเกด และถั่ว
เค้กขอนไม้ก็เป็นที่นิยมมากกว่าใครเพื่อนคือที่ฝรั่งเศส เชฟปิแอร์ เล่าว่า บ้านเกิดของเขาสตราสบวร์ก จะกินเป็นขนมหวานส่งท้ายในวันคริสต์มาส หลังจัดการกับไก่งวงตัวบิ๊กเรียบร้อยแล้ว โดยความหอมหวานของเค้กหน้าตาคล้ายขอนไม้ จะนำความโชคดีมาสู่ผู้ที่ได้ลิ้มรสของมัน ตามความเชื่อโบราณเกี่ยวกับการเผาท่อนไม้ช่วงคริสต์มาสถึงปีใหม่
รูปแบบเค้กขอนไม้ปัจจุบันเปลี่ยนไปไม่น้อยเมื่อเทียบกับยุคบุกเบิก จากที่ทำด้วยสปอนจ์เค้ก แล้วม้วนเหมือนเค้กโรลเพื่อให้ใกล้เคียงกับขอนไม้ แต่งหน้าด้วยช็อกโกแลตและบัตเตอร์เป็นผิวเปลือกไม้ ใช้ไข่ขาวทำเป็นรูปดอกเห็ด ก็หันมาเน้นพื้นผิวของขอนไม้เพื่อความสมจริง แถมใส่ลูกเล่นสอดไส้ ราดด้วยซอสสารพัด ก่อนจะยกเสิร์ฟยังประดับประดา ชวนตื่นตาเป็นไหนๆ เห็นแล้วใจแทบละลายคาจานเสียให้ได้
อีกสองอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ สโตเลน กับ ปาเน็ตโทน ขนมปังที่ครองความนิยมและเป็นสัญลักษณ์ขนมแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงดังกล่าว
นอกเหนือจากนั้น หลายๆ ชนชาติก็ให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลอง งานปาร์ตี้ของเขาก็จะมีเมนูเด็ดให้แขกเหรื่อได้อิ่มหนำสำราญกันด้วย
ที่เดนมาร์ก จะประเดิมด้วยของหวานเลื่องชื่อ ริส อะ ลา มองด์ (Ris a la mande) ทำจากข้าวเมล็ดกลมต้มกับนมจนแฉะ คลุกวิปครีม ใส่น้ำตาล เกลือ นิดหน่อย ตามด้วยเมล็ดอัลมอนด์ไม่ทุบ ซึ่งใครเจอคนแรกถือว่าโชคดี รสชาติหอมมันละมุนละไม ก่อนเสิร์ฟจะนำไปแช่เย็นกินคู่ซอสสีแดงทำจากน้ำเชอร์รีออกเปรี้ยวหวาน ตัดความเลี่ยนของตัวข้าวได้
ชาวแดนกระทิงดุสเปน เมื่อคริสต์มาสมาเยือนย่อมต้องมีขนมหวาน ตูรอน (Turron) เสิร์ฟบนโต๊ะ ซึ่งจะว่าไปรูปร่างและรสชาติก็คล้ายถั่วตัดบ้านเรายังไงยังงั้นเลย อ้อ...แต่ออกจะหวานแสบไส้กว่าแยะ ทำจากน้ำผึ้ง ไข่ขาว และถั่ว กวนให้เข้ากันจนงวด พอได้ที่ก็ตัดแบ่งเป็นชิ้น
ขณะที่ชาวสวีดิช เมนูเด็ดของพวกเขาค่อนข้างจะแปลกไม่เบา เพราะมันคือยูลมุสต์ (Julmust) หรือน้ำอัดลมชนิดพิเศษ (ที่มีขายเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเท่านั้น) รสชาติใกล้เคียงกับเบียร์ แต่มีส่วนผสมจำพวกโซดา น้ำตาล และฮอป (สมุนไพรที่ใช้ในการหมักเบียร์นั่นแหละ) รวมอยู่ในนั้น
“ถ้าเป็นบ้านผม คริสต์มาส อีฟ จะดื่มไวน์ร้อน (Gluhwein แต่งรสด้วยน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง และปรุงกลิ่นด้วยอบเชย) ดื่มกันหน้าโบสถ์เลย แล้วค่อยมาฉลองต่อที่บ้านในวันที่ 25 ธ.ค. พอวันที่ 31 ธ.ค. ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็จะฉลองกันในครอบครัวและญาติสนิท ดื่มแชมเปญ กินอาหารอย่างเต็มที่ จนถึงตี 2 เช้าวันที่ 1 ม.ค. ทุกอย่างก็จบสิ้นกัน ไม่มียืดเยื้อปาร์ตี้ต่ออีกแล้ว” เชฟปิแอร์ เล่าอย่างอารมณ์ดี
ปาร์ตี้ย่อมมีวันเลิกรา คืนวันที่ 31 ธ.ค. อันเหนื่อยหนักจากปาร์ตี้ส่งท้าย การให้ท้องไส้พักผ่อนด้วยการกินอะไรย่อยง่ายๆ และดีต่อสุขภาพก็ดีไม่น้อย เชฟปิแอร์จึงแนะนำว่าเมนูไลต์ๆ เบาๆ อย่างสลัดและปลาเหมาะอย่างยิ่ง ทำกินเองที่บ้าน หรือถ้าไม่มีเวลาจริงๆ เชฟพร้อมเสิร์ฟไม่อั้นในออร์แกนิก บรันช์ ตอนสายวันที่ 1 ม.ค. เป็นการเรียกพลังชีวิตอีกครั้งกับจานอร่อยในวันปีใหม่
////////////
*โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท โทร. 022044000, 022044123







