posttoday
ตามล่า... อาหารฤทธิ์เย็น

ตามล่า... อาหารฤทธิ์เย็น

22 ธันวาคม 2553

...หนูดี – วนิษา เรซ

 

สัปดาห์นี้ หนูดีได้ทำกิจกรรมที่ทำให้หนูดีนึกย้อนไปถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คือตอนเรียนปริญญาตรีที่แมรี่แลนด์ บางวันมหาวิทยาลัยก็จะมีการจัด “Scavenger Hunt” คล้ายกับการตามหาขุมสมบัติ โดยทางมหาวิทยาลัยจะมีกระดาษชีทแจกให้นักศึกษาเข้าร่วม เป็นรายการของที่ต้องหามาให้ครบทั้ง 25 ถึง 50 รายการแล้วแต่ว่า ปีนี้ทางผู้จัดจะขยันมากน้อยแค่ไหน เช่น ไปขอลายเซ็นของหัวหน้าภาควิชาจิตรกรรม ไปถ่ายรูปกับแมสค็อตมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเต่ากระตัวใหญ่มากหน้าห้องสมุดกลาง หรือไปหยิบของชิ้นนั้น ชิ้นนี้มาเป็นหลักฐานว่า ไปถึงจุดที่ผู้จัดต้องการให้ไปมาจริงๆ พอเริ่มปล่อยตัวตอนเช้าตรู่ นักศึกษาก็จะกระจายหายตัวกันไป แล้วใครที่ได้ครบทุกข้อก่อน ก็กลับมารายงานตัวและรับรางวัลไปตามระเบียบ เป็นเกมที่ พวกเราคอยดูเสมอว่าใครชนะ เพราะนอกจากจะความรู้รอบตัวต้องดียอดเยี่ยมแล้ว ว่าอะไรอยู่ตรงไหนในมหาวิทยาลัยเราบ้าง (พื้นที่มหาวิทยาลัยกว้างใหญ่มากค่ะ หนูดีเรียนจนจบยังไม่เคยเดินรอบเลย) ยังต้องเป็นคนวิ่งเร็วอีกด้วย เพราะถึงไปครบ แต่ถ้าช้าก็แพ้เหมือนกัน

ล่าสุดนี้ หลังจากหนูดีกลับจากมุกดาหาร ที่ไปอยู่ “สวนป่านาบุญ” มาสัปดาห์หนึ่ง ได้เรียนรู้จักผักฤทธิ์เย็น ที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ไม่ร้อนเกินไปแล้ว เมื่อลองรับประทานดูก็รู้สึกว่า ร่างกายสบายดีมากทีเดียว แต่พอกลับมากรุงเทพฯก็พบว่า ผักเหล่านี้หากินยาก ไม่ใช่ยากเพราะเป็นอาหารแบบหนวดเต่าเขากระต่าย แต่มันง่ายเสียจนเป็นอาหารที่คนกรุงเมิน ไม่ค่อยมีขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่มีขายในร้านอาหารเท่าไร หนูดีจะสั่งก็ไม่รู้จะไปสั่งที่ไหน ก็เลยตัดสินใจว่าหากินยากนัก หนูดีจะปลูกเอง (แบบที่ปลูกผักในสวนไปบ้างแล้ว แต่คราวนี้ จะขยับไปเป็น เพิ่มแปลงผักฤทธิ์เย็นด้วยค่ะ) สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนูดีก็เลยชวนคุณแม่ ถือโพยออกตามหาผักเหล่านี้มาปลูกดู เราคิดว่า จะใช้เวลาเพียงนิดหน่อย ปรากฏว่า เวลาผ่านไปหมดวันโดยไม่รู้ตัว รู้สึกเหมือนสมัยเป็นนักเรียนที่ต้องวิ่งตามล่าสมบัติตามที่ต่างๆมาส่งครู

ผักเหล่านี้ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ผักนางเอกที่หนูดีตามหาต้น และหาง่ายที่สุดคือ “ย่านาง” เป็นผักที่มีฤทธิ์เย็นและช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายของเรา เพราะว่าคนไทย อาศัยอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร อากาศร้อนชื้น ดังนั้น เราจึงไม่ควรใช้ตำราของฝรั่งมาทำอาหารเพราะอาหารของเขาถูกปรับสูตรให้สร้างความร้อน ทำให้ร่างกายสู้อากาศหนาวได้ แต่คนเมืองร้อนอย่างเรามากิน อาจทำให้ร้อนใน หรือร่างกายหลุดจากสมดุลและเกิดโรคต่างๆได้

หนูดีเองก็พบมากับตัว คือ อยากรับประทานสมุนไพรโสม ก็รับประทานดู ผ่านไปสองสัปดาห์ อ้าปากมาก็ตึงแล้วมีเลือดไหลจากริมฝีปากเป็นเลือดสดๆ ตกใจมากค่ะ แถมสองข้างปากอ้าไม่ได้เลยเพราะอ้าปากปุ๊บเลือดซึมทันที ไปหาคุณหมอก็ได้วิตามินมารับประทานแต่อาการก็ไม่หาย จนได้เวลาไปหาหมอจีนจึงได้รู้ว่า คนเมืองร้อนจริงๆแล้วไม่ควรกินโสมยกเว้นแพทย์สั่งเท่านั้น เพราะมันร้อนมาก สังเกตว่า โสมเป็นพืชประเทศหนาวและคนประเทศนั้นกินเพื่อให้ร่างกายร้อนไปสมดุลกับอากาศเย็น เพราะคนอยู่เมืองหนาว อาการสบายคือ “อุ่นสบาย” ส่วนคนเมืองร้อน อาการสบายคือ “เย็นสบาย” หนูดีเองได้ฟังคุณหมอเขียวบรรยายเรื่องอาหารฤทธิ์เย็นก็เลยเริ่มคิดว่า เราควรปรับอาหารของเราให้เข้ากับอากาศบ้านเรามากขึ้น และผักที่ดีที่สุด จริงๆแล้วก็คือผักพื้นบ้านไทย แต่น่าเสียดาย ปัจจุบัน คนเมืองกินผักจีน ผักฝรั่ง จนแทบไม่รู้จักหน้าผักพื้นบ้านกันแล้ว เรารับประทานผักแค่ 8 ถึง 10 อย่างเท่านั้น วนเวียนกันอยู่ทั้งปี ไม่มีฤดูกาลอีกต่อไป เพราะผักถูกบังคับให้ออกได้ตามใจเจ้าของสวน ลองนับนิ้วดูก็มีเท่านั้นเองนะคะ กล่ำปลี ผักกาดขาว ผักบุ้ง มะเขือเทศ แครอท ไชเท้า มะเขือยาว มะเขือ มะนาวฯ ไม่มากเลย

ผักพื้นบ้าน ฤทธิ์เย็น ประกอบด้วยตัวอย่างต่อไปนี้ อ่อมแซ่บ (เบญจรงค์) ผักบุ้ง ตำลึง หวานบ้าน หวานป่า บวบ ฟัก แฟง แตง มะละกอดิบ พญายอ สายบัว หยวกกล้วย หัวปลี ยอกฟักข้าว ยอดฟักแม้ว หญ้าปักกิ่ง ว่านกาบหอย ว่านหางจรเข้า วานมหากาฬ มะรุม ถั่วต่างๆนำมางอก มะเขือเทศ ผักกาดขาว หัวไชเท้า ว่านง็อก ย่านาง ใบบัวบก มังกรหยก (ยอดมันเทศ) ฟักทองอ่อน ยอดฟักทอง โสมไทย ใบมะยม ข้าวโพด ปวยเล้ง ตั้งโอ๋ ใบเตย นี่แค่ตัวอย่างเล็กๆนะคะ แต่ที่หนูดีตามหาเอาจริงเอาจังนั้น คือ ผักที่เป็นสูตร “น้ำคั้นคลอโรฟิลล์สด” ประกอบด้วย ย่านาง บัวบก หญ้าปักกิ่ง อ่อมแซ่บ ใบเตย โดยนำผักทั้งหมดมาล้างแช่เบคกิ้งโซดาจนสะอาด หั่นใบไม่ต้องละเอียดมาก แล้วใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ผสมน้ำดื่ม ปั่นจนละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำคั้นเข้มข้น แช่ตู้เย็นไว้ผสมน้ำดื่มให้เจือจาง ดื่มได้ 2 ถึง 3 วันทีเดียว สูตรน้ำนี้ หนูดีดื่มผสมน้ำเปล่าเรื่อยๆตลอดวัน พอตอนกลางคืน ตัวจะเย็นๆ หลับสบายดีมาก ทำเอาติดใจจนต้องตามหา

หนูดีขับรถไปถึงนวมินทร์ 44 ย่านสันติอโศก ได้ใบผักมาหลายกำพร้อมอาหารสุขภาพอีกเต็มหลังรถ แล้วขับรถเลยต่อไปถึงคลอง 16 รังสิต ก็ได้ต้นผักฤทธิ์เย็นตามสูตรน้ำคลอโรฟิลล์มาปลูกไว้เป็นแปลงในสวนผักเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้ เมื่อผักแตกยอดแตกหน่อแล้ว ก็จะได้ไม่ต้องตระเวนหามากินให้เหนื่อย แต่สามารถเดินลงสวนไปเก็บมาคั้นได้เลย

ใครอยากเห็นหนูดีทำน้ำปั่นสูตรนี้ สามารถรอชมได้ทางรายการ “กิน อยู่ คือ” ทางทีวีไทย ปลายเดือนธันวาคมนี้นะคะ ส่วนผักฤทธิ์เย็นเหล่านี้ แม้เรามีพื้นที่ในบ้านไม่มาก ก็สามารถปลูกไว้ใช้ได้ค่ะ ที่สำคัญ เขาเป็นผักพื้นบ้าน ทำให้เลี้ยงง่าย ไม่ต้องประคบประหงม โตง่ายเหมือนวัชพืช ไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง จึงวางใจได้ว่าปลอดภัยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์