
5 ตัวเต็งกุนซือตกเก้าอี้
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่ากุนซือพรีเมียร์ลีกได้ตกตะลึงกัน 2 ครั้งซ้อนๆ หลังจากมีเพื่อนร่วมอาชีพ 2 ราย ตกงานแบบสายฟ้าแลบในเวลาไล่เลี่ยกัน.....
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่ากุนซือพรีเมียร์ลีกได้ตกตะลึงกัน 2 ครั้งซ้อนๆ หลังจากมีเพื่อนร่วมอาชีพ 2 ราย ตกงานแบบสายฟ้าแลบในเวลาไล่เลี่ยกัน.....
โดย....ทีมข่าวกีฬา
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่ากุนซือพรีเมียร์ลีกได้ตกตะลึงกัน 2 ครั้งซ้อนๆ หลังจากมีเพื่อนร่วมอาชีพ 2 ราย ตกงานแบบสายฟ้าแลบในเวลาไล่เลี่ยกัน
6 ธ.ค. คริส ฮิวจ์ตัน นายใหญ่ผู้พา “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล บินกลับขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว ถูกปลดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีตะโพนไม่มีระนาด ทั้งที่ผลงานของทีมก็ถือว่าพอใช้ได้จากการเกาะกลุ่มอยู่แถวกลางตาราง
13 ธ.ค. แซม อัลลาไดซ์ กุนซือที่ถูกยกย่องว่ามีฝีมือไม่เป็นสองรองใครในบรรดาโค้ชชาวอังกฤษ และเป็นตัวเต็งว่าอาจจะเป็นโค้ชทีมสิงโตคำรามคนต่อไป โดน “กุหลาบไฟ” แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส เขี่ยตกเก้าอี้ ทั้งที่สถานการณ์ของทีมใช่ว่าจะอยู่ขั้นวิกฤตเสียเมื่อไหร่
คำถามคือ การเปลี่ยนแม่ทัพสามารถทำกันได้ง่ายๆ ขนาดนี้เชียวหรือ?
หากไม่นับยอดกุนซือที่ถือเป็น “ตำนาน” ของสโมสรไปแล้วอย่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ของแมนฯ ยูไนเต็ด หรือ อาร์แซน เวนเกอร์ ของอาร์เซนอล ต้องยอมรับว่า ตื่นเช้ามาพรุ่งนี้คุณอาจจะกลายเป็นโค้ชตกงานไปอีกคนแล้วก็ได้
แม้กระทั่ง เดวิด มอยส์ กุนซือสมองเพชรของเอฟเวอร์ตัน ยังยอมรับว่า ไม่มีโค้ชคนใดที่จะปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะโลกของฟุตบอลทุกวันนี้มีการแข่งขันและลงทุนกันสูงมาก
แล้วใครล่ะที่จะโดนเชือดเป็นรายต่อไป?
นี่คือ 5 กุนซือพรีเมียร์ลีกที่สื่อในอังกฤษ รวมทั้งบริษัทรับพนันมองว่ามีแววอาจต้องหางานใหม่ในเร็ววัน
1. อัฟราม แกรนต์
เต็งจ๋าที่จะตกเก้าอี้เป็นรายที่ 3 ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หนีไม่พ้นแกรนต์ที่พาทีม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม แปรสภาพเป็น “ขุนบ๊วย” จากการชนะแค่นัดเดียวจาก 11 นัดหลังสุด จมดิ่งอยู่ก้นตารางพรีเมียร์ลีกมาได้พักใหญ่แล้ว
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ กุนซือชาวอิสราเอลวัย 55 ปี ตกเป็นข่าวว่าถูกสโมสรขีดเส้นตายโดนไล่ออก หากไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้อย่างน้อย 1 จาก 3 นัดต่อจากนี้ ซึ่งเวสต์แฮมจะพบกับ แบล็กเบิร์น, ฟูแลม และ เอฟเวอร์ตัน
แต่ลุงแกรนต์มั่นใจว่า ยังไง๊ ยังไง...เดวิด ซุลลิแวน กับ เดวิด โกลด์ 2 เจ้าของร่วมจะไม่ตะเพิดเขาไปไหนแน่นอน
“ผมได้พูดคุยกับพวกเขาแล้ว และเชื่อในสิ่งที่พวกเขาบอกกับผม เจ้าของสโมสรทั้ง 2 คนเป็นคนที่นิสัยดีมาก เราได้หารือกันถึงเรื่องของทีม รวมทั้งการปรับปรุงสถานะทางการเงินของสโมสรด้วย”
ตรงข้ามกับบริษัทรับพนันถูกกฎหมายที่นัดกันยกให้แกรนต์เป็นเต็ง 1 โดนเด้งเหมือนกันทุกสำนัก
2. รอย ฮอดจ์สัน
ก่อนเกมเมื่อคืนนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เกาะอยู่ในอันดับ 9 ของตาราง ซึ่งด้วยศักดินาและชื่อชั้นของทีมแล้ว พวกเขาควรที่จะบินสูงมากกว่านี้มิใช่หรือ?
จากทีมบิ๊กโฟร์ที่ฝ่ายตรงข้ามต้องครั่นคร้ามฮอดจ์สันได้ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เล่นได้อย่างสูสีกับทุกทีม ไม่ว่าทีมเล็กทีมใหญ่ แม้กระทั่งการโดนแบล็กพูลบุกมาหักปีกถึงถิ่นแอนฟิลด์ ยังทำให้เห็นมาแล้ว ขณะที่ผลงานการเป็นทีมเยือนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะนอกถิ่นได้แค่นัดเดียวจาก 9 นัดในพรีเมียร์ลีก ส่วนเรื่องลุ้นแชมป์แทบไม่มีเดอะค็อปคนไหนพูดถึงกันแล้ว
แต่ป๋ารอยกลับมีมุมมองเหมือนกับลุงแกรนต์ นั่นคือ คิดว่าไม่โดนไล่ออกหรอกน่า
“ผมไม่ได้กลัวหรือกังวลอะไรทั้งนั้น เจ้าของสโมสรแสดงออกชัดเจนว่า พวกเขาเข้ามาสร้างทีมในระยะยาวและต้องอดทนรอ พวกเขารู้ดีว่ามันต้องใช้เวลา และเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในชั่วข้ามคืน”
3. มิค แม็คคาร์ธีย์
เต็ง 3 โดนไล่ออกเป็นไปตามผลงานคือ มิค แม็คคาร์ธีย์ กุนซือวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่พาทีมวนเวียนอยู่ในโซนตกชั้นมาโดยตลอด
แม้จะเป็นคนพาทีมเลื่อนชั้นจากแชมเปียนชิพขึ้นมาโลดแล่นในลีกสูงสุด และพาทีมรอดตกชั้นได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่อย่างที่กล่าวมาในตอนแรกว่า เกมลูกหนังทุกวันนี้มีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง
หากทีมหมาป่ายังคงโชว์ฟอร์มย่ำแย่ต่อไปเรื่อยๆ และไม่ยอมตัดสินใจเปลี่ยนแปลงใดๆ พวกเขาอาจกลับลงไปสู่ลีกแชมเปียนชิพ นั่นหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา
4. เชราร์ อุลลิเยร์
อดีตกุนซือผู้พาลิเวอร์พูลผงาดคว้า “ทริปเปิลแชมป์บอลถ้วย” เมื่อฤดูกาล 2000-2001 คัมแบ็กกลับมาสู่วงการลูกหนังผู้ดีอีกครั้ง แต่ผลงานที่ออกมาถือว่าน่าผิดหวัง
อุลลิเยร์ตัดสินใจเข้ามาขี่หลัง “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา ต่อจาก มาร์ติน โอนีล ที่โบกมือลาทีมก่อนที่ศึกพรีเมียร์ลีกจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วัน นั่นหมายความว่า อุลลิเยร์ไม่มีเวลาเตรียมทีมและคลุกคลีกับ
นักเตะเลยในช่วงปิดฤดูกาล ทำให้ฟอร์มในช่วงแรกอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฟอร์มของวิลลาก็ยังทรงๆ ทรุดๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากนักเตะตัวหลักในทีมผลัดกันเจ็บด้วย จนอันดับหล่นลงมาอยู่ในโซนครึ่งล่างของตาราง ห่างจากโซนตกชั้นแค่ 4 แต้มเท่านั้น
5. โรแบร์โต มันชินี
ผลงานของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ยังถือว่าพอรับได้ เพราะยังเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์อยู่ แต่เป็นรู้กันว่า ระยะเวลารอความสำเร็จ ของทีมเรือใบสีฟ้านั้นแปรผกผันกับ งบประมาณก้อนโตที่ลงทุนไป
ถ้าไม่เชื่อลองไปถาม สเวน โกรัน อีริกส์สัน หรือ มาร์ก ฮิวส์ ที่ต่างมีเวลาพิสูจน์ฝีมือไม่มากนัก
หากมีช่วงใดช่วงหนึ่งที่ฟอร์มของทีมเรือใบเป๋ออกทะเลไป กระแสโดนปลดพ้นตำแหน่งจะดังกระหึ่มก้องหูมันโชทันที ซึ่งหากเป็นทีมอื่นกระแสปลดโค้ชอาจจะไม่ดังเท่ากับในถิ่นซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์
แถมตอนนี้ นอกจากจะเหน็ดเหนื่อยกับการเตรียมทีมแล้ว มันชินียังต้องเจอกับปัญหาภายในอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นลูกทีมคือ มาริโอ บาโลเตลลี กับ เจโรม บัวเต็ง หวิดฟาดปากกันเองในระหว่างฝึกซ้อม นอกจากนี้ยังต้องห่วงเรื่องพฤติกรรมส่วนตัวของบาโลเตลลี ไหนจะ คาร์ลอส เตเบซ ที่งอแงอยากย้ายทีมอีกปัญหาต่างๆ เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อฟอร์มในสนาม และจะลามไปถึงเก้าอี้กุนซือที่อาจสั่นคลอนได้ทุกขณะ







