
โปรเซกโกมีที่อิตาลีเท่านั้น!
“ข่าวร้ายไม่ใช่ไวน์ เพราะมันไม่อาจพัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยเวลา” โคลิน เพาเวลล์ นักการเมืองอเมริกัน
“ข่าวร้ายไม่ใช่ไวน์ เพราะมันไม่อาจพัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยเวลา” โคลิน เพาเวลล์ นักการเมืองอเมริกัน
เรื่อง เปอติ๊ต ริสลิ่ง [email protected]
“ข่าวร้ายไม่ใช่ไวน์ เพราะมันไม่อาจพัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยเวลา” โคลิน เพาเวลล์ นักการเมืองอเมริกัน
คราวที่แล้วเกริ่นๆ ไปเรื่อง “โปรเซกโก” กับการเปลี่ยนกฎหมายใหม่ในการจัด “คลาส” หรือ “มาตรฐาน” หลังจากที่คล้ายๆ จะโดน “ปล้น” เอาพันธุ์และชื่อเสียงของ “โปรเซกโก” ไปปลูกขายสร้างความร่ำรวยกันยกใหญ่ ซึ่งอาจจะทำให้ไวน์ประเภทนี้ต้องมัวหมองไปได้
กฎหมายใหม่ก็เลยเข้ามา “กระชับพื้นที่” ให้บ้านอื่นเมืองอื่นมิอาจนำ “โปรเซกโก” ไปปลูกขายได้ตามอำเภอใจอีกต่อไปแล้ว เพราะว่า “โปรเซกโก” ของแท้นั้นต้องพะ DOC (Denominazione di Origine Controllata) และ DOCG (Denominazione di Origine Controllata e Garantita) เท่านั้น ซึ่งก็หมายถึงว่าจะต้องปลูกและผลิตในพื้นที่ตามกระบวนการที่กฎหมายอิตาเลียนกำหนดไว้เท่านั้น!
โดยปกติแล้ว “โปรเซกโก” ก็คล้ายๆ กับ “แชมเปญ” ก็คือ ไม่ปรากฏวินเทจ (Vintage) หรือปีที่เก็บเกี่ยวองุ่นไว้บนขวดไวน์ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นไวน์ที่มักดื่มกันปีต่อปี ส่วนถ้าเป็น “โปรเซกโก” ที่มาตรฐานแจ๋วๆ จริงๆ ก็อาจจะอวดอ้างสักเล็กน้อยว่า เขาเป็น “ดีโอซีจี” จาก วาลดอบบาเดเน (Valdobbiadene) เชียวนา... ให้เห็นกันจะจะไปเลย
มีโอกาสได้ไปคุยกับอเลสซานโดร เปเดริวา ที่โมเนตโต (Mionetto) บริษัทผลิต “โปรเซกโก” ที่มีมาขายบ้านเราอยู่หลายตัว โดยการนำเข้าของอิตาเลเชีย อเล็กซ์เล่าว่า นอกจากการเปลี่ยนกฎหมายเรื่อง Appelation มาใช้เฉพาะ ดีโอซี กับ ดีโอซีจี แล้ว ยังนำเอากฎเกณฑ์ที่แบ่งประเภท “โปรเซกโก” แล้วฟังเข้าใจยาก สำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจไวน์อย่าง “เซก” (Sec) “เดมิ เซก” (Demi Sec) มาใช้ “ดราย” (Dry) “เอ็กซ์ตรา ดราย” (Extra Dry) และ “บรุต” (Brut) ที่ฟังดูเป็นสากลมากขึ้นมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
ดราย จะมีความหวานมากที่สุด (แต่ไม่ได้หมายความว่าหวานแบบไวน์หวานนะ) ขณะที่ เอ็กซ์ตรา ดราย กับ บรุต ก็จะเพิ่มแอซิดิตี (Acidity) ขึ้นเป็นลำดับ พร้อมๆ กับความเข้มข้นของทั้งรสชาติและสีสัน
ที่น่าสนใจแต่ไม่มีมาขายที่บ้านเราคือ วีโน ฟริซซานเต (Vino Frizzante) เป็นไวน์ซ่าแค่ครึ่งเดียวของ “โปรเซกโก” “สปูมันเต” (Spumante) หรือ “สปาร์กลิงไวน์” ทั่วไป
เสียดายกฎหมายบ้านเราไม่อนุญาตให้ลงภาพผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ ไม่อย่างนั้นจะลงรูปให้เห็นวิธีบรรจุขวด ที่ยังคงต้องอาศัยแรงงานคนมัดปากขวดด้วยเชือก เหมือนผูกของแบบโบราณ โดยไม่จำเป็นต้องทดสอบความแข็งแรงของขวดบรรจุไวน์ หรือต้องใช้การอัดจุกเช่นเดียวกับ “โปรเซกโก” เพราะในขวดบรรจุก๊าซเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
อเล็กซ์ บอกว่า วีโน ฟริซซานเต ฮิตมากที่ยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี อาจเพราะรสชาติไวน์ที่สดใหม่ มีกลิ่นกรีนแอปเปิล ลูกแพร์ และค่อนข้างอโรมานั้น เข้ากับอาหารที่บ้านเขาเป็นอย่างดี
แต่บางทีก็อาจจะไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ เพราะจะว่าไปแล้ว “โปรเซกโก” ก็เข้ากับอาหารต่างๆ ได้ง่ายอยู่แล้วนี่นา







