posttoday
คุณค่าแห่งพระวินัย...ที่ชาวพุทธควรเข้าใจ (ตอน ๑๑)

คุณค่าแห่งพระวินัย...ที่ชาวพุทธควรเข้าใจ (ตอน ๑๑)

14 ธันวาคม 2553

ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ได้อ่านธรรมส่องโลก ในเรื่องที่เกี่ยวกับการบัญญัติวินัยว่าด้วยเรื่องการลักทรัพย์ ถึงขั้นปาราชิก คือ ขาดจากความเป็นพระสงฆ์ และท่านอาจารย์เทียบเคียงให้เห็นคุณประโยชน์ของการบัญญัติวินัยหรือศีลไว้อย่างแข็งแรงของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการไม่ปล่อยให้พระสงฆ์ประพฤติออกนอกกรอบความเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า อ่านแล้วได้สาระความรู้อย่างยิ่งในสิกขาบทที่ ๒ จากจำนวน ๔ สิกขาบทของโทษปาราชิก

จึงใคร่ขอให้ท่านอาจารย์แสดงความสำคัญในเนื้อหาสาระอีก ๓ สิกขาบท ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร มีสาระที่จะนำมาใช้ประโยชน์กับการบริหารประเทศอย่างไรบ้าง หากไม่เป็นการรบกวน ขอพระอาจารย์ช่วยเขียนตอบให้ด้วย ผ่านคอลัมน์ธรรมส่องโลก เพื่อการศึกษาของชาวพุทธที่ควรรู้

นมัสการด้วยความเคารพยิ่ง

ศรัทธาธรรมส่องโลก

วิสัชนา : จากต้นเหตุของพุทธบัญญัตินี้ เกิดจากในคราวทุพภิกขภัย ภิกษุพวกหนึ่ง อาศัยอยู่ฝั่งแม่น้ำวัดคุมุทา ในเขตวัชชีชนบท คิดหาอุบายจะให้พวกตนมีอาหารฉันโดยไม่ลำบาก จึงกล่าวสรรเสริญกันและกันให้ชาวบ้านฟังตามที่เป็นจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ว่าท่านรูปนั้นได้ฌาน ท่านรูปนั้นเป็นโสดาบัน ท่านรูปนั้นเป็นพระอรหันต์ ฯลฯ ชาวบ้านจึงเลื่อมใสพากันบำรุงเลี้ยงภิกษุกลุ่มนั้นอย่างสมบูรณ์ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงทรงพุทธบัญญัติสิกขาบทขึ้นห้าม โดยทรงติเตียนว่าไม่สมควรที่จะอวดอ้างคุณความดีพิเศษ เพราะเห็นแก่ความต้องการขบฉัน หรือหวังลาภปัจจัย ดุจดังมหาโจรที่เลวร้ายที่สุดในโลก เพราะบริโภคอาหารของชาวบ้านดุจขโมย เปรียบเทียบดุจมหาโจร ๕ จำพวก

จำพวกที่ ๑ นั้น มหาโจรบางคนในโลกนี้ ย่อมปรารถนาให้บุรุษร้อยหนึ่ง พันหนึ่ง แวดล้อมแล้วเที่ยวเบียดเบียน คามนิคม ราชธานี ดังภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ที่เลวทราม “ย่อมปรารถนาว่า เมื่อไรหนอ เราจักมีภิกษุ ร้อยหนึ่ง พันหนึ่ง แวดล้อม เที่ยวจาริกไปให้คฤหัสถ์และบรรพชิต สักการะ เคารพบูชา ถวายปัจจัย มีประการต่างๆ”

จำพวกที่ ๒ ภิกษุผู้เลวทรามบางพวกในธรรมวินัยนี้ เล่าเรียนธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว “ย่อมยกตนขึ้นว่า ตนเองรู้ ไม่มีศาสดาสอน” นี่เป็นมหาโจรพวกที่ ๒

จำพวกที่ ๓ ภิกษุผู้เลวทรามบางพวกในธรรมวินัยนี้ “ย่อมตามกำจัดเพื่อนพรหมจารี ผู้หมดจด” ผู้ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์อยู่ ด้วยธรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์อันหามูลมิได้ นี่เป็นมหาโจรพวกที่ ๓

จำพวกที่ ๔ ภิกษุผู้เลวทรามบางพวกในธรรมวินัยนี้ “ย่อมสงเคราะห์เกลี้ยกล่อมคฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยครุภัณฑ์ ครุบริขารของสงฆ์...” นี่เป็นมหาโจรพวกที่ ๔

จำพวกที่ ๕ ภิกษุผู้อวดอุตริมนุสสธรรม อันไม่มีอยู่จริง อันไม่เป็นจริง นี้ “จัดเป็นยอดมหาโจร ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์นั้น” ข้อนั้น เพราะเหตุอะไร “เพราะภิกษุนั้น ฉันก้อนข้าวของชาวแว่นแคว้น ด้วยอาการแห่งคนขโมย”

นอกจากนั้น ในประมวลเรื่องราวเกี่ยวกับการห้ามอวดอุตริมนุสสธรรม เช่น ในเชิงอิทธิปาฏิหาริย์ทั้งหลาย ก็ทรงติเตียน และมีพุทธบัญญัติให้มีสิกขาบท ที่ห้ามมิให้ภิกษุแสดงอิทธิปาฏิหาริย์แก่ชาวบ้าน ภิกษุใดแสดง ภิกษุนั้นมีความผิด หรือมีอาบัติต้องทุกกฎ

จากสิกขาบทบัญญัติตามที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ศาสนจักรนั้น พระพุทธเจ้าทรงยกพระธรรมวินัยเป็นใหญ่ และให้ความสำคัญกับพระสงฆ์มากกว่าตัวบุคคล เพื่อหวังความพร้อมเพรียงของสงฆ์ จะได้เป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อมหาชนและอนุเคราะห์โลก ซึ่งองค์คุณแห่งพระธรรมวินัยนั้น จะต้องสืบทอดด้วยคณะสงฆ์ ดังนั้นการกระทำการใดๆ ที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งสงฆ์ และไม่ทำให้เกิดความบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา อีกทั้งไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงสนับสนุน แต่ในทางกลับกัน ยังได้ทรงกล่าวติเตียน พร้อมทั้งทรงพุทธบัญญัติวางพระวินัยไว้ เพื่อควบคุมดูแลกิจการของคณะสงฆ์ ให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนในพระธรรมวินัย ที่พระองค์ตรัสแสดงไว้ดีแล้ว เพื่อทรงอนุเคราะห์แก่ชนหมู่มาก

นอกจากจะทรงบัญญัติปาราชิกทั้ง ๔ สิกขาบทไว้เป็นโทษอาบัติขั้นสูงสุดแล้ว ก็ยังได้ทรงบัญญัติสิกขาบทน้อยใหญ่ไว้อีกหลายหมวด เช่น สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท อนิยต ๒ สิกขาบท นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท เสขิยะ ๗๕ สิกขาบท และอธิกรณสมถะอีก ๗ สิกขาบท

โดยในสิกขาบทน้อยใหญ่ ก็จะแยกย่อยไปตามลักษณะของแต่ละเรื่อง ที่แตกกระจายมาจากปาราชิก ๔ สิกขาบท โดยมีเงื่อนไขอันเป็นเหตุให้เกิดการปรับโทษอาบัติหนักเบา ไล่เรียงกันไปตามน้ำหนักของเรื่อง ซึ่งหากพิจารณาให้ชัดเจนก็คงสามารถจัดแยกออกเป็นส่วนๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงลักษณะของแต่ละสิกขาบท ซึ่งสามารถจัดให้สัมพันธ์สอดคล้องเข้ากับจตุราปาริสุทธิศีลได้ โดยมีจุดมุ่งหมายของพระวินัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยอาศัยประโยชน์ ๑๐ ประการ จึงทรงบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย และได้ทรงแสดงอานิสงส์ที่บุคคลผู้ทรงวินัย

อ่านต่อฉบุบพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน